สภาพทั่วไป

เมืองเอ้อเอ่อตัวซือ (Ordos) ตั้งอยู่ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ ของเขตมองโกเลียในของจีน ติดกับมณฑลซานซี มณฑลส่านซี และเขตปกครองตนเองชนเผ่าหุยหนิงเซี่ย มีพื้นที่ 86,752 ตารางกิโลเมตร เมืองเอ้อเอ่อตัวซือตั้งอยู่ในบริเวณลุ่มแม่น้ำหวงเหอ (แม่น้ำเหลือง) โดยแม่น้ำหวงเหอไหลรอบเมืองแห่งนี้ทั้งทางตะวันตก ทางเหนือ และทางตะวันออก ส่วนทางใต้ของเมืองมีกำแพงเมืองจีนกั้นอยู่
ในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจเมืองเอ้อเอ่อตัวซือพัฒนาอย่างรวดเร็ว ถือเป็นอันดับ 1 ของเขตมองโกเลียในทุกปี ปัจจุบัน พื้นที่แห่งนี้มีจีดีพีเฉลี่ยต่อคนสูงกว่าฮ่องกง ยิ่งไปกว่านั้น เมืองเอ้อเอ่อตัวซือยังเป็น 1 ใน 18 เมืองตัวอย่างด้านการปฏิรูปและเปิดประเทศในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ เมืองเอ้อเอ่อตัวซือยังได้รับสมญาว่า เมืองป่าไม้ระดับประเทศ เมืองแห่งมารยาทระดับประเทศ เมืองท่องเที่ยวดีเด่นระดับประเทศ เมืองแห่งนวัตกรรมระดับประเทศ และเมืองที่มีการรักษาระบบนิเวศระดับประเทศ ตลอดจนได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในเมืองที่มีขีดความสามารถสูงสุด 50 อันดับแรกของจีน และอยู่อันดับที่ 19 ในรายชื่อเมืองที่มีความปลอดภัยมากที่สุดทั่วประเทศจีนอีกด้วย
ทรัพยากรธรรมชาติ
หากกล่าวถึงทรัพยากรขึ้นชื่อของเมืองเอ้อเอ่อตัวซือ นอกจากทุ่งหญ้าและป่าไม้แล้ว ก็คงต้องเป็นถ่านหิน เป็นที่ทราบกันดีในหมู่คนจีนทั่วไปว่า เมืองต้าถงของมณฑลซานซี เป็นแหล่งทรัพยากรถ่านหินที่มีชื่อเสียง แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่า เมืองเอ้อเอ่อตัวซือเป็นเมืองที่มีถ่านหินมากที่สุดในประเทศจีน และจีนเป็นประเทศที่มีทรัพยากรถ่านหินมากที่สุดอันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐฯ และรัสเซีย ส่วน 10 เมืองแรกที่มีถ่านหินมากที่สุดของจีนส่วนใหญ่อยู่ในมณฑลซานซี และเขตมองโกเลียใน โดยเมืองที่มีถ่านหินอันดับแรกของจีน คือ เมืองเอ้อเอ่อตัวซือ มียอดการผลิตถ่านหินในปี 2017 กว่า 600 ล้านตัน ส่วนเมืองอันดับรองลงมา คือ เมืองอี๋วหลิน มณฑลส่านซี มียอดการผลิต 400 ล้านตัน และ 4 เมืองในมณฑลซานซี ซึ่งต่างมียอดการผลิตเกินกว่า 100 ล้านตัน
อาหารการกิน

อาหารหลักของชาวเมืองเอ้อเอ่อตัวซือไม่ต่างจากชาวมองโกลทั่วไป เน้นอาหารพวกแป้ง เนื้อวัว เนื้อแกะ และนมเป็นหลัก หากจะกล่าวถึงอาหารขึ้นชื่อที่นี่ ย่อมไม่ควรพลาด "ปิงจู่หยาง" หรือ เนื้อแกะต้มน้ำแข็ง อธิบายวิธีการทำคร่าว ๆ คือ นำเนื้อแกะพร้อมน้ำแข็งลงไปต้มโดยไม่ใส่น้ำ เมื่อฆ่าแกะแล้วต้องนำเนื้อไปแช่เย็นทันที ทำให้เนื้อแกะเย็นลงอย่างรวดเร็ว เส้นใยในตัวเนื้อก็จะหดตัวลง และเมื่อนำไปปรุงอาหารผ่านความร้อน เส้นใยของเนื้อก็จะขยายตัวขึ้นอีกครั้ง ทำให้เนื้อมีความนิ่มมากขึ้น ฉะนั้น ตั้งแต่เชือดเสร็จจนกว่าจะลงหม้อต้ม เนื้อแกะจะต้องอยู่ด้วยกับน้ำแข็งตลอดเพื่อรักษาความเย็น
เล่ากันว่า อาหารจานนี้มีประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับเจงกิสข่าน มีครั้งหนึ่ง เจงกีสข่านนำกองทหารไปสู้รบที่บริเวณใกล้ทะเลสาบไบคาล แต่เนื่องจากขาดแคลนน้ำดื่มและมีแต่น้ำแข็ง เจงกิสข่านจึงสั่งให้ทหารนำหมวกตักน้ำแข็งแล้วทำเป็นหม้อในการต้มเนื้อแกะที่หั่นเป็นชิ้น เวลารับประทาน ทหารต่างรู้สึกว่าอร่อยกว่าเนื้อที่ต้มด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ ต่อมาจึงพัฒนากลายเป็นอาหารดั้งเดิมของชาวมองโก
เนื้อที่ใช้ต้องเป็นเนื้อของลูกแกะ อายุ 4 ถึง 6 เดือน และต้องใช้เนื้อบริเวณขาหน้า หรือ ซี่โครงแกะ เพราะเป็นส่วนที่มีรสชาติดีที่สุด
หากไปรับประทานที่ร้าน พนักงานจะเสิร์ฟอาหารจานนี้ในหม้อขนาดใหญ่ โดยจะนำเนื้อแกะและน้ำแข็งใส่ลงไปในหม้อ พอเนื้อแกะเย็นลง พนักงานจะใส่หัวหอม และมะเขือเทศที่หั่นเป็นชิ้นใหญ่ ๆ พร้อมทั้งขิง และเครื่องปรุงรสต่าง ๆ ลงไปในหม้อ เช่น ไวน์จากองุ่นที่ปลูกในทุ่งหญ้า นมแพะมองโกล เหล้าสมุนไพรมองโกล และส่วนผสมลับที่แต่ละร้านอาจมีไม่เหมือนกัน พอใส่ทุกอย่างลงไปในหม้อแล้ว จึงเปิดไฟ ปิดฝา และต้มเป็นเวลาประมาณ 15 นาที เมื่อสุกดีแล้ว รสชาติของเครื่องเทศต่าง ๆ จะซึมเข้าไปในเนื้อ เนื้อแกะมองโกเลียในจะนิ่มเป็นพิเศษ และไม่มีกลิ่นสาบ ถึงแม้จะต้มเป็นเวลานาน ก็ยังคงนิ่มเหมือนเดิม ฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือผู้สูงวัย ก็ต่างรับประทานได้ สำหรับที่แนะนำวันนี้ ถือเป็นสูตรดั้งเดิม ซึ่งน้ำซุปจะเป็นสีขาว หากใครชอบทานเผ็ด ก็สามารถขอเพิ่มซอสพริกสูตรลับของร้านเพื่อใส่ลงไปต้มพร้อมกับเนื้อแกะได้
แหล่งท่องท่องเที่ยว
1 - ทะเลทราย
เมื่อกล่าวถึงมองโกเลียใน ผู้คนมักจะนึกถึงทุ่งหญ้า แต่ถ้าลองให้นึกดูอีกที ก็อาจจะนึกถึงทะเลทราย "คู่ปู้ฉี" ซึ่งเป็นทะเลทรายที่มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่และมีชื่อเสียงของจีน ส่วนเมืองเอ้อเอ่อตัวซือ ก็มีพื้นที่ส่วนหนึ่งตั้งอยู่ในทะเลทรายแห่งนี้ เนื่องจากทะเลทรายคู่ปู้ฉีมีพื้นที่กว้างใหญ่มาก จึงมีแบ่งแหล่งท่องเที่ยวออกเป็นหลายเขต ส่วนแหล่งท่องเที่ยวในเมืองเอ้อเอ่อตัวซือ ได้แก่ เขตทะเลทรายเสี่ยงซาวาน (Whistling Dune Bay) และเขต "ชีซิงหู" หรือ หมู่ทะเลสาบดาว 7 ดวง

เขตทะเลทรายเสี่ยงซาวานตั้งอยู่ในพื้นที่ทางตะวันออกสุดของทะเลทรายคู่ปู้ฉี ส่วนเขตทะเลสาบชีซิง ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของทะเลทาย เนื่องจากเป็นกลุ่มทะเลสาบ 7 แห่ง เหมือนหมู่ดาว 7 ดวงบนท้องฟ้า จึงทำให้สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้มีชื่อว่า "ชีซิงหู" หรือ กลุ่มทะเลสาบดาว 7 ดวง
เป็นที่ทราบกันว่า ทะเลทรายเป็นพื้นที่แห้งแล้ง แต่บริเวณชีซิงหูกลับมีน้ำใสสะอาด และมีทุ่งหญ้ามากมาย ส่วนบริเวณรอบ ๆ โอบล้อมไปด้วยภูเขาทราย นอกจากนี้ กลุ่มทะเลสาบแห่งนี้ ยังเป็นแหล่งที่พักของนกสายพันธุ์ต่าง ๆ รวมถึงนกที่อยู่ในบัญชีสัตว์คุ้มครองระดับ 1 ของจีนหลายพันตัว นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่นี่ สามารถชมทิวทัศน์อันงดงามของพระอาทิตย์ตกในทะเลทรายริมฝั่งทะเลสาบได้ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ค่อนข้างหายาก พอพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ยังสามารถชมความงามของดาวเต็มท้องฟ้าต่อได้อีก
ทิปส์ 1 - เนื่องจากเขตชีซิงหูตั้งอยู่ในทะเลทราย และมีพื้นที่กว้างใหญ่ จึงไม่สะดวกที่จะเที่ยวด้วยการเดิน ฉะนั้น ขับรถเองหรือเหมารถเข้าไปเที่ยวจะดีกว่า
ทิปส์ 2 – พื้นที่ทะเลทรายมีแดดแรงมาก จึงต้องป้องกันแดด และต้องเตรียมน้ำดื่มอย่างเพียงพอ หากไปเที่ยวในฤดูร้อน ควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในตอนเที่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นลม
2 – สวนสัตว์ซาฟารี เมืองเอ้อเอ่อตัวซือ
ที่นี่ได้รวบรวมสัตว์จากประเทศต่าง ๆ โดยแบ่งเป็น 4 เขต ได้แก่ เขตให้ความรู้ เขตสัตว์ป่าฝน เขตสัตว์แอฟริกา และเขตสัตว์เอเชีย ส่วนสัตว์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คงหนีไม่พ้นหมีแพนด้า และอัลปากาแสนน่ารัก
นอกจากนี้ สวนสัตว์ยังได้จัด "โลกแห่งไดโนเสาร์" โดยจำลองแหล่งที่อยู่ของไดโนเสาร์ พร้อมทั้งยังมีแบบจำลองไดโนเสาร์ขนาดจริงที่สามารถส่งเสียงและเคลื่อนไหวได้ เหมาะแก่การพาเด็กไปเที่ยวเป็นพิเศษ ส่วนเด็ก ๆ ที่ไปเที่ยว ยังสามารถถือเครื่องมือนักสำรวจ เพื่อทดลอง "ขุด" ซากฟอสซิลไดโนเสาร์เหมือนนักโบราณคดีได้อีกด้วย
3 - หุบเขาแม่น้ำเหลือง

แม่น้ำหวงเหอ หรือ แม่น้ำเหลือง มีเส้นทางการไหลคดเคี้ยวจึงมีชื่อว่า หุบเขาแม่น้ำเหลือง ส่วนในบริเวณเมืองเอ้อเอ่อตัวซือ มีลักษณะเป็นหุบเขา ที่มีชื่อเรียกว่า อ่าว "เหล่าหนิว" และอ่าว "ไท่จี๋" พอน้ำไหลถึงบริเวณนี้ จะมีความเร็วลดลง ทำให้น้ำบริเวณนี้สงบนิ่งเป็นอย่างมาก

นักท่องเที่ยวสามารถชมทิวทัศน์ของแม่น้ำที่อยู่เบื้องล่างจากบนภูเขา หรือไม่ก็สามารถนั่งเรือสปีดโบ๊ท ลัดเลาะไปตามความคดเคี้ยวของตามแม่น้ำได้ โดยบางพื้นที่แม่น้ำมีความกว้างมาก บางพื้นที่มีหน้าผาสูงชันขนาบข้างสองฝั่ง เป็นทิวทัศน์ที่ไม่เหมือนกับแม่น้ำเหลืองในช่วงอื่น ๆ
Tim/Ldan


