เส้นทางแชมป์โอลิมปิกโตเกียว

2021-09-15 15:56:57 | CRI
Share with:

ในงานมหกรรมกีฬาโอลิมปิกโตเกียวประจำปี 2020 ทัพนักกีฬาจีน จำนวน 431 คน เข้าร่วมการแข่งขัน 339 รายการ ใน 33 ประเภท โดยอยู่ในอันดับสองของตารางเหรียญรางวัล ด้วยผลงาน 38 เหรียญทอง 32 เหรียญเงิน และ 18 เหรียญทองแดง

เส้นทางแชมป์โอลิมปิกโตเกียว_fororder_1-1

ในการแข่งขันกระโดดน้ำสปริงบอร์ด 3 เมตรชายเดี่ยวในกีฬาโอลิมปิกโตเกียว เซี่ย ซือฉ่าง คว้าเหรียญทองมาครองได้ดังหวัง นอกจากนี้เขายังคว้าแชมป์กระโดดน้ำ 3 เมตรชายคู่มาครองได้ด้วย เขาใฝ่ฝันถึงรางวัลนี้มาเป็นเวลา 9 ปีเต็ม  เซี่ย ซือฉ่างเข้าร่วมทีมชาติจีนในวัย 16 ด้วยความสามารถในการแสดงท่ายากและมีพัฒนาการที่ดีเยี่ยม เซี่ย ซือฉ่างกลายเป็นดาวรุ่งของทีมกระโดดน้ำแห่งชาติจีน

ตอนที่เซี่ย ซือฉ่าง กำลังคิดจะสร้างผลงานที่งดงามยิ่งขึ้น มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น ย้อนกลับไปต้นปี 2014 ระหว่างการฝึกซ้อมครั้งหนึ่ง เขาประสบเหตุข้อเท้าหัก โดยแพทย์ได้ใช้หมุดและน็อต 3 ตัวยึดกระดูกให้เขา พร้อมวินิจฉัยว่า เซี่ย ซือฉ่างไม่สามารถกระโดดน้ำได้อีกต่อไป  แต่เซี่ย ซือฉ่างไม่ยอมจำนน เขาเปลี่ยนทิศทางการพัฒนาจากการกระโดดน้ำจากหอกระโดดเป็นกระดานสปริง   เซี่ย ซือฉ่าง บอกว่า เขารักการกระโดดน้ำมาก ถือเป็นเรื่องที่ปล่อยวางไม่ได้ ขอให้เขาเดินได้ เขาก็จะเล่นกระโดดน้ำต่อไป

ด้วยเหตุนี้ เซี่ย ซือฉ่างได้ก้าวสู่หนทางกระโดดน้ำกระดานสปริง หนึ่งปีให้หลังในการแข่งขันชิงแชมป์โลก เซี่ย ซือฉ่างได้แชมป์กระดานโดดน้ำ 1 เมตร แต่เสียดายว่า ตอนที่เขาตั้งมั่นว่าจะสร้างผลงานในกีฬาโอลิมปิกเป็นครั้งแรก เขากลับได้รับบาดเจ็บอีกครั้งและพลาดโอกาสไปแข่งโอลิมปิกปี 2016 ที่บราซิล

จนกว่าได้เข้าร่วมทีมชาติจีนเป็นเวลาปีที่ 9 เซี่ย ซือฉ่าง วัย 25 ปี ได้สิทธิ์เข้าร่วมงานกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียวปีนี้ ระหว่างการแข่งขันครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เทคนิคอันงดงามของเซี่ย ซือฉ่าง ที่ดึงดูดสายตาผู้ชมเท่านั้น ผ้าพันแผลที่รัดแน่นตรงข้อเท้าของเขาก็เป็นที่สะดุดตาของผู้ชมอีกด้วย

ขณะพูดถึงหมุดและน็อต 3 ตัวตรงข้อเท้าของเขา เซี่ย ซือฉ่าง บอกว่า ตอนนี้ หมุดทั้ง 3 ตัวกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายผม กลืนความเจ็บปวดต่าง ๆ ลงท้องไปให้หมดก็โอเค ซึ่งก่อนมาเข้าร่วมมหกรรมโอลิมปิกโตเกียว เซี่ย ซือฉ่างก็ได้รับบาดเจ็บตรงเอวอีก เขาบอกว่า ไม่ว่าบาดเจ็บตรงข้อเท้าหรือเอว ทุกวันต้องอยู่เป็นเพื่อนกับความเจ็บปวดให้ได้ ต้องพยายามปรับตัวให้คุ้นเคยกับความปวดเจ็บต่าง ๆ

เส้นทางแชมป์โอลิมปิกโตเกียว_fororder_1-3

ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศทุ่มน้ำหนักหญิง นางสาวก่ง ลี่เจียวทำผลงานดีเด่นในการทุ่มครั้งที่ 6 ด้วยระยะทาง 20.58 เมตร คว้าเหรียญทองไปครอง ซึ่งเป็นเหรียญทองแรกในการแข่งขันกรีฑาประเภทลานในประวัติศาสตร์กีฬาโอลิมปิกของจีน

ก่อนหน้านี้ ก่ง ลี่เจียว เคยคว้าเหรียญทองแดงในงานกีฬาโอลิมปิกปักกิ่ง คว้าเหรียญเงินในโอลิมปิกลอนดอน ได้อันดับที่ 4 ในงานกีฬาโอลิมปิกรีโอเดจาเนโร ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ที่ก่ง ลี่เจียว ร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และในที่สุดเธอก็บรรลุความฝันเหรียญทองที่โอลิมปิกโตเกียว

นางสาวโก่ง ลี่เจียว เกิดในครอบครัวชนบทในเมืองสือเจียจวง เมืองเอกของมณฑลเหอเป่ย ทางตอนเหนือของจีน ในปี ค.ศ. 1989  ค.ศ. 2001 โก่ง ลี่เจียว ในวัย 12 ปี ได้รับคัดเลือกเข้าเรียนที่โรงเรียนพลศึกษาเมืองสือเจียจวง  หลังจากขยันฝึกทุ่มน้ำหนักเป็นเวลา 3 ปี เธอก็ได้รับคัดเลือกเข้าเป็นสมาชิกทีมกีฬามณฑลเหอเป่ย โดยได้นางลี่ ซู่เหมย ผู้ฝึกสอนทุ่มน้ำหนักผู้มีชื่อเสียงเป็นครู นางหลี่ ซู่เหมย เล่าให้ฟังว่า ตลอดเวลากว่า 10 ปี การยืนหยัดช่วยให้โก่ง ลี่เจียวสามารถสานความฝันให้ประจักษ์เป็นจริงขึ้น รู้สึกดีใจที่เธอได้รับเหรียญทองในครั้งนี้

เส้นทางแชมป์โอลิมปิกโตเกียว_fororder_1-2

สำหรับนายซู ปิ่งเทียน นักกีฬาวิ่งระยะสั้น วัย 32 ปี มหกรรมโอลิมปิกโตเกียวอาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะเข้าร่วมแข่งขัน ซึ่งผลงานการแข่งขัน 3 ครั้งของเขาในงานนี้ถือเป็นผลงานอันโดดเด่นในชีวิตนักวิ่งของเขา โดยในการแข่งขันรอบคัดเลือกก่อนรอบรองชนะเลิศ ผลงานของเขา คือ 10.05 วินาที ในการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ ผลงานของเขาคือ 9.83 วินาที ส่วนผลงานของเขาในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ คือ 9.98 วินาที อยู่ในอันดับ 6 ซึ่งถือเป็นอันดับดีที่สุดของนักกีฬาจีนในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรระหว่างประเทศ

ถึงแม้ว่า ซู ปิ่งเทียน ไม่ได้รับเหรียญรางวัลโอลิมปิก แต่ในสายตาของชาวจีน ซู ปิ่งเทียนเป็นนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้แชมป์โอลิมปิก เพราะว่า 9.83 วินาที ผลงานที่ดีที่สุดของเขาได้ทำลายสถิติเอเชีย ซู ปิ่งเทียนเป็นนักกีฬาเอเชียคนเดียวและคนแรกที่ได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรในโอลิมปิกภายหลังจากเริ่มใช้ระบบจับเวลาอิเล็กทรอนิกส์เป็นต้นมา

แต่เดิม 9.85 วินาทีถูกมองว่าเป็นเวลาดีที่สุดของชาวเอเชียแล้วในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย แต่ซู ปิ่งเทียน ไม่เห็นด้วย เขาเชื่อว่า ชาวเอเชียสามารถข้าม 9.85 วินาทีในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรได้ และตอนนี้ความเชื่อของเขาก็ได้ประจักษ์เป็นจริงขึ้นแล้ว โดยเขาสามารถวิ่ง 100 เมตรโดยใช้เวลาเพียง 9.83 วินาที

ซู ปิ่งเทียน วัย 32 ปี ถือเป็นนักกีฬารุ่นอาวุโสในบรรดานักวิ่งระยะสั้น คู่แข่งของเขาส่วนใหญ่เป็นหนุ่มที่เกิดระหว่างปี 1995 - 2000 การที่ซู ปิ่งเทียนยังสามารถเข้าร่วมแข่งขันระดับโลกและทำผลงานเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ง่าย ส่วนหนึ่งมาจากการใช้ชีวิตที่ดีมีระเบียบกฎเกณฑ์และหมั่นฝึกฝนทุกวัน

นายไช่ เจี้ยนฟา ญาติของนายซู ปิ่งเทียน เล่าว่า ทุกครั้งที่มีการนัดรวมญาติจะมีการเลี้ยงโต๊ะใหญ่ มีของกินและเครื่องดื่มมากมาย แต่ซู ปิ่งเทียนไม่เคยรับประทานมากเกินควรและไม่ดื่มเหล้าเด็ดขาด

เพื่อน ๆ ของซู ปิ่งเทียน ก็เล่าให้ฟังว่า ซู ปิ่งเทียน ไม่ดัดผม ไม่สักตัว ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่ค่อยรับประทานอาหารนอกบ้าน ไม่ชอบเดินห้างซื้อของฟุ่มเฟือย สนใจแต่ฝึกวิ่ง และคิดแต่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการฝึกวิ่งเท่านั้น

ด้านเพื่อนร่วมทีมของซู ปิ่งเทียน บอกว่าทุกคืน ซู ปิ่งเทียนจะเข้านอนตอน 4 ทุ่มอย่างตรงเวลา และจะปิดโทรศัพท์มือถือก่อนนอนด้วย สำหรับผู้บรรลุนิติภาวะทั่วไปการเข้านอนก่อน 4 ทุ่มนับว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่ซู ปิ่งเทียน ยืนหยัดทำเช่นนี้เป็นเวลากว่า 10 ปี ทุกเช้า ตอนที่ผู้คนทั้งหลายยังไม่ตื่น ซู ปิ่งเทียน มักจะเริ่มฝึกวิ่งแล้วเสมอ

00:00:00

  • เสียงข่าวประจำวัน (25-09-2564)

  • เกาะกระแสจีน (25-09-2564)

  • เสียงข่าวประจำวัน (24-09-2564)

  • สานสัมพันธ์ไทย-จีน (24-09-2564)

  • เสียงคุยกันวันละประเด็น (24-09-2564)

何喜玲