ปรัชญาเล่าจื๊อ : เน้นการดำเนินชีวิตตามหลักธรรมชาติ (2)

2021-11-17 14:58:12 | ไชน่ามีเดียกรุ๊ป
Share with:

คุณผู้ฟังครับ ในรายการครั้งนี้ เราจะมาแนะนำหลักปรัชญาของเล่าจื๊อ นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์จีนต่อไป

เล่าจื๊อเคยเอาน้ำมาเปรียบเทียบหลักปรัชญาที่เน้นการดำเนินชีวิตตามหลักธรรมชาติ เล่าจื๊อกล่าวว่า คุณธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเสมือนดั่งเป็นน้ำ  เขากล่าวว่า น้ำหล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์ และสรรพสิ่งทุกอย่างในโลก แต่น้ำไม่เคยแย่งชิงอะไรกับใคร ในสายตาของเล่าจื๊อ คนเรานิยมแสวงหาตำแหน่งที่สูงกว่า ขณะที่น้ำมักจะไหลไปยังพื้นที่ต่ำ  ภายใต้พลังขับเคลื่อนจากความอยาก  มนุษย์เราชอบสิ่งที่เราคิดว่า มีความเหนือกว่า และดูถูกสิ่งที่เราเห็นว่า มีความด้อยกว่า  แต่น้ำไหลไปยังที่ต่ำเสมอ น้ำได้หล่อเลี้ยงสิ่งมีชีวิตทุกอย่างในโลก   น้ำได้สร้างคุณูปการให้แก่โลกโดยไม่คำนึงถึงส่วนได้ส่วนเสียของตน และจะอยู่ในที่ต่ำ ที่เรียบ ที่สงบอยู่เสมอ แนวทางของน้ำแตกต่างไปจากแนวทางของคนที่มีความอยากมากมาย

ปรัชญาเล่าจื๊อ : เน้นการดำเนินชีวิตตามหลักธรรมชาติ  (2)

อย่างไรก็ตาม หลักปรัชญาของเล่าจื๊อไม่ใช่ปรัชญาเกี่ยวกับความอ่อนแอ  ตรงกันข้าม เป็นปรัชญาที่เปี่ยมด้วยพลัง เล่าจื๊อเห็นว่า น้ำสะสมพลังที่ยิ่งใหญ่ท่ามกลางความอ่อนโยนและความสงบ  พลังของน้ำสามารถขจัดอุปสรรคทุกอย่างในโลก   เล่าจื๊อยังกล่าวด้วยว่า  ไม่มีสิ่งใดในโลกที่อ่อนโยนกว่าน้ำ  แต่ก็ไม่มีอะไรที่มีพลังเหนือกว่าน้ำในการพิชิตความเข้มแข็ง  น้ำเป็นแบบอย่างแห่งความอ่อนโยนชนะความเข้มแข็ง  สาเหตุที่น้ำชนะอยู่เสมอ ก็เป็นเพราะว่า น้ำปราศจากความอยาก และไม่ต้องการแย่งชิงอะไรกับใคร

เล่าจื๊อกล่าวว่า  เมื่อตระหนักถึงมีความแข็งแกร่ง คนเรายังคงต้องรู้จักและรักษาความอ่อนโยน นี่ไม่ได้หมายความว่า เล่าจื๊อนิยมความพ่ายแพ้  เล่าจื๊อเห็นว่า หากเราต้องการให้ตนมีความแข็งแกร่งขึ้น เราไม่ควรข่มเหงรังแกผู้ที่มีความอ่อนแอกว่า เราต้องเริ่มต้นพัฒนาตนเองจากจุดที่อ่อนแอที่สุดของเราเอง ค่อยๆ สะสมพลังในที่ต่ำอย่างที่น้ำทำ  การเลิกคิดที่จะโอ้อวดความดีความเด่นของตนนั้น เป็นหนทางขั้นพื้นฐานที่จะนำไปสู่ความแข็งแกร่งและเจริญรุ่งเรือง   

เล่าจื๊อเห็นว่า ความอ่อนโยนไม่เพียงแต่เป็นหนทางที่จะนำไปสู่ความแข็งแกร่งและความเจริญรุ่งเรืองเท่านั้น แต่ยังเป็นวิธีการคุ้มครองชีวิตของเราด้วย เล่าจื๊อกล่าวว่า ความอ่อนโยนเป็นสัญลักษณ์แห่งชีวิต เขาอธิบายว่า เมื่อคนเรายังมีชีวิตอยู่  ร่างกายของเราจะมีความอ่อนโยน แต่เมื่อเราเสียชีวิตแล้ว ร่างกายก็จะแข็งตัว    พืชก็เช่นกัน เมื่อพืชยังมีชีวิตอยู่  จะมีใบที่อ่อนนุ่ม และดอกที่น่ารัก  แต่เมื่อพืชตายแล้ว พืชทั้งต้นก็จะเหี่ยวแห้งและแข็งตัวไปหมด  เล่าจื๊อใช้สองตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า ความอ่อนโยนเป็นวิธีการที่ดีในการคุ้มครองชีวิต   และเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงการเกิดความขัดแย้งต่างๆ

ปรัชญาเล่าจื๊อ : เน้นการดำเนินชีวิตตามหลักธรรมชาติ  (2)

เล่าจื๊อเห็นว่า คนในโลกนี้ต่างมุ่งมั่นแสวงหาชื่อเสียงและประโยชน์ แต่เขาเลือกใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและสงบ และจะรักษาจิตใจให้มีความสงบสุขเมื่อเผชิญกับสิ่งล่อใจ   เขากล่าวว่า เขาอยากรักษาภาวะที่เสมือนดั่งเป็นทารกแรกเกิด

แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าเล่าจื๊ออยากรักษาภาวะไร้เดียงสาของเด็ก เล่าจื๊อเห็นว่า ผู้ที่มีคุณธรรมสูงส่งล้วนคล้ายกับเป็นทารกแรกเกิด   การได้รับการอบรมทั้งในด้านจิตใจและการปฏิบัติตัวต่อสังคมในระดับสูงสุดของคนเราคือ กลับสู่ภาวะทารกแรกเกิด ซึ่งปราศจากความรู้ ความอยาก   แต่มีความบริสุทธิ์ และความจริง   ดังนั้น ภาวะทารกแรกเกิดที่เล่าจื๊อกล่าวถึงหมายความว่า มีความบริสุทธิ์โดยสิ้นเชิง  เสียงร้องไห้คำแรกของทารกขณะออกจากมดลูกของแม่เป็นเสียงที่มีความบริสุทธิ์และชัดเจน เล่าจื๊อกล่าว่า นี่จึงเป็นเสียงแห่งชีวิตที่แท้จริง

หลังคนเรามาถึงโลกนี้ ร่างกายค่อยๆ เติบโตขึ้น และศึกษาหาความรู้ด้านต่างๆ รวมทั้งรับจารีตประเพณีทางสังคม  จิตใจที่บริสุทธิ์เริ่มถูกปนเปื้อนด้วยสีต่างๆนานา   ความจริงที่อยู่ในตัวของเราเองค่อยๆ จางหายไป    ดังนั้น กระบวนการที่คนเราได้รับการบ่มเพาะจากวัฒนธรรม ก็เป็นกระบวนการที่ความจริงที่อยู่ในตัวของเราเองค่อยๆ จางหายไป

ปรัชญาเล่าจื๊อ : เน้นการดำเนินชีวิตตามหลักธรรมชาติ  (2)

เล่าจื๊อเห็นว่า อารยธรรมเป็นสิ่งที่ทำให้ความจริงที่อยู่ในตัวของเราเองต้องลดน้อยลงในระดับหนึ่ง   วิวัฒนาการด้านวัฒนธรรมของมนุษย์เป็นกระบวนการแห่งการตกแต่งมนุษย์  เช่น เสื้อผ้าเป็นสิ่งที่นำมาตกแต่งร่างกาย เรือนบ้านเป็นสิ่งที่นำมาตกแต่งรูปแบบของที่พักอาศัย  ภาษาเป็นสิ่งที่นำมาตกแต่งรูปแบบการแลกเปลี่ยน การเมืองของรัฐเป็นสิ่งที่นำมาตกแต่งองค์กรจัดตั้งของมนุษย์     สิ่งที่นำมาตกแต่งสังคมมนุษย์เหล่านี้ มักจะทำให้คนเราเกิดความอยากความปรารถนาขึ้น  และภายใต้การขับเคลื่อนของความอยากความปรารถนา   มนุษย์มักจะหลอกลวงและต่อสู้กัน  สุดท้ายก็นำไปสู่การทำสงคราม เล่าจื๊อเปรียบเทียบระหว่างกฎแห่งธรรมชาติ และกฎแห่งโลกมนุษย์ว่า  ธรรมชาติจะนำส่วนที่เกินไปเติมส่วนที่ขาด เช่น   ลมพัดเนินทรายให้เรียบ   น้ำชะดินและหินออกไป แต่โลกมนุษย์กลับทำในสิ่งตรงกันข้ามคือ นำส่วนขาดไปเติมส่วนเกิน  เช่น คนรวยไปปล้นคนจน และผู้ที่มีความเข้มแข็งไปข่มเหงรังแกผู้ที่อ่อนแอ

ความอยากความปรารถนาที่พองโตขึ้นไม่เพียงแต่จะสร้างความเสียหายแก่โลกภายนอก หากยังจะทำลายจิตใจของคนเราด้วย เล่าจื๊อกล่าวว่า สีสันที่มีความหลากหลายสวยงามทำให้ตาบอด  ดนตรีที่มีความสลับซับซ้อนทำให้หูอื้อ การขี่ม้าล่าสัตว์ตลอดทั้งวัน ทำให้คนเกิดอาการบ้าคลั่ง  ความอยากรบกวนความสงบของจิตใจ หากคนเราหมกมุ่นอยู่ในทะเลแห่งความอยาก เราก็จะจมอยู่ใต้น้ำในที่สุด

(yim/cai)  

00:00:00

  • เสียงข่าวประจำวัน (30-11-2564)

  • สานสัมพันธ์ไทย-จีน (30-11-2564)

  • เสียงคุยกันวันละประเด็น (30-11-2564)

  • สานสัมพันธ์ไทย-จีน (29-11-2564)

  • เสียงคุยกันวันละประเด็น (29-11-2564)

晏梓