130 ปี ผู้อายุยืนที่สุดในจีน (3)
  2017-10-10 13:32:58  cri

สำหรับคุณทวด อาลีมีฮัน ซื่ออีถี เป็นผู้รักษาเวลาการใช้ชีวิตอย่างดี คือจะเข้านอนก่อน 4 ทุ่ม ตื่นแต่เช้าประมาณตี 5 ถึง 6 โมงเช้า เวลานอนหลับ 7 – 8 ชัวโมง และทานอาหารเช้าราว 8 โมง และอาหารกลางวันประมาณ 12.00 – 13.00 น. อาหารมื้อเย็นก็จะกินตรงเวลาประจำ

คนจีนโบราณกล่าวว่า วิถีการใช้ชีวิตที่จะช่วยให้อายุยืนคือจะกำหนดเวลาตื่นและนอนตามทองฟ้า คือเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น ก็ออกมาทำงาน เมื่ออาทิตย์ตกดิน ฟ้ามืดแล้ว ก็เป็นเวลาพักผ่อนเข้านอนได้เลย การเข้านอนก่อน 4 ทุ่ม จะมีส่วนช่วยขับพิษออกจากดับ และขับพิษออกจากร่างกาย นอกจากนั้น ผู้ใหญ่มีเวลานอน 7 – 8 ชั่วโมงก็พอแล้ว ถ้านอนมากเกินไป กลับจะรู้สึกเวียนหัว ร่างกายไม่มีแรง ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ตาอสุขภาพ

แต่ปัจจุบัน สำหรับคนในเมือง ถ้าบอกใครให้ไปขึ้นเตียงเข้านอนก่อน 4 ทุ่ม คงเป็นเรื่องที่ยากมาก อย่างไรก็ตาม ขอใช้ความพยายามอย่านอนดึก คนจีนโบราณบอกว่า หนึ่งคืนไม่หลับหรือนอนดึกก็จะเหมือนกินยาพิษ

ด้านอาหารการกิน คุณทวดอาลีมีฮัน ซื่ออีถีมักจะกินอาหารแป้ง ข้าวต้ม ซุบและซาลาเปา ซึ่งเป็นอาหารที่ไม่หนัก แล้วอาหารมื้อเย้น มักจะเป็นโรตีแบบซินเจียง และแกงผักกาดขาว เป็นต้น ส่วนข้าวต้มที่ทำจากข้าวโพดก็เป็นอาหารอีกอย่างหนึ่งที่คุณป้าชอบกิน แต่สิ่งที่คุณป้าไม่กินคือ อาหารบำรุงหรือยาบำรุง

สำหรับคนแก่ ความสามารถของระบบย่อยอาหารคงลดลง กินเนื้อกินปลามากเกินไป คงง่ายที่จะทำให้เกิดความดันโลหิดสูง เบาหวานหรือไขมันในโลหิตสูงด้วย เมนูอาหารของคุณปทวดอาลีมีฮัน ซื่ออีถี คงเป็นการชี้แนะตรงๆ ว่า วิธีการที่จะทำให้อายุยืน คงไม่จำเป็นต้องกินยาบำรุง แต่อาหารบำรุงที่ดีที่สุดก็คือธัญญาหารทั่วไป เมื่อกินตลอดเวลา จะมีส่วนช่วยปรับปรุงระบบย่อยอาหาร ป้องกันโรคเส้นโลหิตและสมอง ซึ่งข้าวโพดก็เป็นธัญญาหารที่ดีสำหรับสุขภาพ

คนจีนโบราณยังมีสำนวนเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพและทำให้อายุยืน ที่ว่า "กินอิ่ม 70 เปอร์เซ็นต์ จะมีโรคน้อย" กินมากขนาดไหนจึงถือว่าถึงขั้น "70 เปอร์เซ็นต์" ถ้าเราแบ่งให้มี 10 ขั้น คงจะเป็นอย่างนี้ ขั้นที่ 1 คือ หิวมาก เวียนหัว ท้องไม่สบาย ขั้นที่ 2 หิวมาก อยากกินของมากเลย ขั้นที่ 3 หิว อยากกินของ ขั้นที่ 4 หิวข้าว ท้องว่าง มีเสียงท้องร้อง แต่ยังคงไม่มีความรู้สึกไม่สบาย ขั้นที่ 5 ไม่ค่อยอิ่ม สามารถกินอีกมาก ขั้นที่ 6 อิ่มนิดๆ แต่ยังสามารถกินต่อ ขั้นที่ 7 อิ่มแล้ว กินอีกหรือไม่ก็ได้ ขั้นที่ 8 รู้สึกอิ่มเกิน กระเพาะอาหารเต็มแล้ว ขั้นที่ 9 กินมากเกินไป กระเพาะอาหารเริ่มไม่สบาย ขั้นที่ 10 กินไม่ลงอีกแล้ว จนเจ็บปวดกระเพาะอาหารเลย

คนจีนโบราณได้สรุปประสบการณ์ของผู้ที่มีอายุยืนแล้วบอกว่า "คนแก่เริ่มที่เท้า เท้าดีร่าง���ายก็ดี" ประสบการณ์นี้ก็เหมาะสำหรับคุณทวดอาลีมีฮัน ซื่ออีถี เช่นกัน เธอเป็นคนที่ว่างไม่ได้และนั่งเฉยไม่ได้ ต้องเดินไปเดินมาจึงจะรู้สึกสบาย สิ่งที่แปลคือ คุณทวดชอบเดินเท้าเปล่า ถ้าเพียงแต่ดูเท้าของคุณทวด แต่ไม่ดูส่วนอื่นของร่างกาย จะคิดไม่ถึงว่าคุณทวดเป็นผู้สูงอายุ 130ปีเลย

ตามแพทย์แผนโบราณจีนระบุว่า เท้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับสุขภาพอย่างมาก ถือเป็นหัวใจอันที่สองของคน มีจุดฝังเข็มหลายแห่งแฝงอยู่ที่เท้า ซึ่งแต่ละจุดล้วนมีความสัมพันธ์กับอวัยวะอย่างหนึ่งของร่างกาย การเหยียบหรือกดจุดฝังเข็มเหล่านี้บ่อยๆ ถือเป็นการนวดและผ่อนคลายอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย มีบทบาทเหมือนกับรักษาโรคที่แฝงไว้ จึงมีประโยชน์ช่วยเสริมสุขภาพอย่างมาก นอกจากนั้น การเดินเท้าเปล่ายังสามารถผ่อนคลายความเครียดของกล้ามเนื้อ และให้กระดูดขามีความแข็งแรงด้วย

(In/Lin)

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ตอบคำถามออนไลน์
ทบทวนรายการน่าสนใจ
ภาพยอดฮิต
เว็บไซต์ึเพื่อนซีอาร์ไอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Play Stop
© China Radio International.CRI. All Rights Reserved.
16A Shijingshan Road, Beijing, China. 100040