2021-01-31 10:02

จิ่วจ้ายโกว (Jiuzhaigou) เป็นอุทยานที่ตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน ประเทศจีน มีความงามทางธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์อยู่ที่น้ำในลำธาร, น้ำตก, และธารน้ำแร่ต่างๆ ที่เชื่อมต่อกัน น้ำอันบริสุทธิ์ที่ไหลมาจากภูเขาที่ใสจนเห็นก้นน้ำ และแร่ธาตุจากธรรมชาติอันมากมายทำให้น้ำมีสีสันต่างๆ สวยงาม “จิ่วจ้ายโกว” ยังเป็นสถานที่แห่งเดียวในประเทศที่ได้รับการขึ้นเป็นมรดกโลกพร้อมกันถึง 2 ประเภทคือ “มรดกทางธรรมชาติ” และ “เขตอนุรักษ์สิ่งมีชีวิต” อีกด้วย

ช่วงฤดูกาลที่เหมาะแก่การมาท่องเที่ยวที่นี่มากที่สุด คือช่วงปลายเดือนกันยายน-ตุลาคม เป็นช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสี ต้นไม้ทั้งภูเขาจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง สีส้ม สีแดง ตัดกับท้องฟ้าสีครามและน้ำในทะเลสาบที่ใสราวกับกระจก เกิดเป็นภาพที่สวยงามตระการตา แต่ถ้ามาช่วงหน้าหนาว ก็สามารถมาชมหิมะและธารน้ำแข็งสวยๆ ได้ด้วย ส่วนช่วงหน้าร้อน ต้นไม้ต่างๆ จะเป็นสีเขียวขจีสวยงามเช่นกัน และข้อดีคือนักท่องเที่ยวจะไม่เยอะ เที่ยวได้สบายๆ

สำหรับไฮไลท์ที่ห้ามพลาดเมื่อมาจิ่วจ้ายโกว นั่นก็คือ “น้ำตกธารไข่มุก” หรือน้ำตกนั่วรื่อหล่าง 诺日朗 (Pearl Shoal Waterfall) ซึ่งเป็นภาษาทิเบตแปลว่า ยิ่งใหญ่และอัศจรรย์ เป็นน้ำตกธารหินปูนที่มีความงามราวกับเส้นไข่มุก และเป็นน้ำตกที่กว้างที่สุดในจิ่วจ้ายโกวอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีจุดไฮไลท์อื่นๆ ให้แวะชมอยู่อีกหลายแห่ง เช่น ทะเลสาบห้าสี (Five Flower Lake), ทะเลสาบยาว (Long Lake), ทะเลสาบซู่เจิ้ง (Shuzheng Lakes), ทะเลสาบกระจก (Mirror Lake) เป็นต้น

สำหรับการเดินทางมาท่องเที่ยวที่จิ่วจ้ายโกว สามารถนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯ มาลงยังสนามบินเฉิงตูได้ หลังจากนั้น สามารถต่อเครื่องบินภายในประเทศไปอีก 1 ชม. มาลงที่สนามบินนานาชาติหวงหลง (Jiuzhai Huanglong Airport) หรือถ้าจะให้ประหยัดงบก็สามารถนั่งบัสจากเฉิงตูไปก็ได้ ใช้เวลาประมาณ 9 ชม. สำหรับค่าเข้าชมอุทยานจะแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงระหว่าง 1 เมษายน – 15 พฤศจิกายน เป็นช่วงพีค จะอยู่ที่ 220 CNY/ คน ไม่รวมค่ารถบัสเที่ยวชมในอุทยานอีก 90 CNY แต่ถ้ามาในช่วง 16 พฤศจิกายน – 31 มีนาคม เป็นช่วงหน้าหนาว ราคาจะลดลงกว่าครึ่งเลย
