2021-03-23 13:29
ในยุคสมัยนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเครื่องสำอางกลายเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันของผู้หญิงหลาย ๆ คนไปแล้วหรือแม้แต่กับผู้ชายเองก็เริ่มหันมาให้ความสนใจกันมากขึ้นเช่นกัน เพราะทุกคนต่างก็อยากที่จะดูดีอยู่เสมอ จนปัจจุบันตลาดเครื่องสำอางในประเทศจีนมีมูลค่าสูงถึงกว่าล้านล้านบาท และหนึ่งในแบรนด์ที่สร้างรายได้มหาศาลจากธุรกิจนี้ก็คือ Perfect Diary

รูปที่ 1 โลโก้แบรนด์ Perfect Diary
Perfect Diary ยี่ห้อน้องใหม่ในวงการเครื่องสำอางที่เพิ่งก่อตั้งในปี 2016 โดยบริษัท Yatsen Holding ที่เดิมทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงาม โดยในปีต่อมาก็ได้เริ่มเปิดตัวสาขาแรกพร้อมกับบุกตลาดออนไลน์ และหลังจากนั้นเพียง 2 ปี ก็ได้ขึ้นแท่นแบรนด์เครื่องสำอางที่ทำยอดขายสูงสุดในวันที่ 11 เดือน 11 ปี 2018 ซึ่งเป็นวันแห่งการชอปออนไลน์ที่ใหญ่สุดแห่งปี โดยสามารถขายสินค้าไปได้กว่าร้อยล้านรายการใน Tmall ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายทั้งในและต่างประเทศ หลังจากนั้นไม่นานก็สามารถขึ้นมาเป็นแบรนด์เครื่องสำอางอันดับ 1 ของจีน ซึ่งเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ความงามยี่ห้ออื่นแล้ว ก็เป็นรองเพียงแค่ L'Oréal กับ LVMH เท่านั้น จนได้รับฉายาว่าเป็น ยูนิคอร์น ในวงการธุรกิจเมื่อเดือนกันยายนปี 2019 ซึ่งหมายถึงบริษัท Startup ที่มีมูลค่าสูงกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 33,000 ล้านบาท
จากความสำเร็จของ Perfect Diary หลายคนอาจสงสัยว่าอะไรทำให้แบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวในตลาดเครื่องสำอางเพียงไม่นานสามารถเติบโตได้รวดเร็วขนาดนี้ ซึ่งคำตอบอยู่ตรงกลยุทธ์ทางการตลาดที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าหลักซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ โดยพฤติกรรมของคนวัยนี้มักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับโลกโซเชียลและให้ความสนใจรีวิวจากผู้ใช้จริง ทางบริษัทจึงให้ความสำคัญกับการทำการตลาดผ่านสื่อโซเชียลมีเดียอย่าง เสี่ยวหงซู หรือที่รู้จักกันในชื่อ RED ซึ่งเป็น Social E-commerce ที่มีผู้ใช้งานกว่าสองร้อยล้านคน โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นผู้หญิง พร้อมกับการโฆษณาผ่านทาง Influencer, Net idol และลูกค้าทั่วไป รวมถึงการโปรโมทผ่านแอปพลิเคชันอื่น ๆ อย่าง TikTok, WeChat, Weibo อีกทั้งยังมีการเก็บข้อมูลทางการตลาดผ่านทาง Douyin กับ WeChat แล้วนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้ตอบโจทย์ต่อความต้องการของลูกค้า
ในด้านการสร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์ บริษัทได้ทำการจ้างเซเลบริตีมาร่วมงานด้วยเพื่อดึงความสนใจจากกลุ่มลูกค้า และสร้างความน่าเชื่อถือโดยให้ผู้เชี่ยวชาญมาอธิบายข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ สุดท้ายคือการให้ผู้ใช้สินค้าจริงที่มีผู้ติดตามจำนวนหนึ่งมารีวิว ซึ่งวิธีการนี้นับว่าให้ผลดีอย่างมากกับกลุ่มเด็กรุ่นใหม่ที่ให้ความสนใจกับประสบการณ์จากผู้ใช้จริงมากกว่าการตัดสินใจซื้อจากสื่อโฆษณาเพียงอย่างเดียว
ปัจจัยต่อมาที่ช่วยดึงดูดลูกค้าคือ การร่วมงานกับแบรนด์อื่น ๆ นอกเหนือจากเครื่องสำอาง อย่างการร่วมมือกับช่อง Discovery channel ที่เป็นช่องสารคดี โดยนำไอเดียจากสีสันของสัตว์ในธรรมชาติมาออกแบบเป็น Eyeshadow หรือการจับมือกับพิพิธภัณฑ์ Metropolitan Museum of Art ในอเมริกา นำเอาแรงบันดาลใจจากภาพวาดของบุคคลสำคัญมาออกแบบเป็นคอลเลคชันลิปสติก ซึ่งสร้างความแปลกใหม่และสามารถดึงดูดลูกค้าจากกลุ่มอื่นให้หันมาสนใจสินค้าเพิ่มขึ้นได้ไม่น้อย

รูปที่ 2 ผลิตภัณฑ์ Eyeshadow ของ Perfect Diary x Discovery channel
นอกเหนือจากการตลาดที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าและวิธีการโปรโมทแบบใหม่ ๆ แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดก็คือคุณภาพของสินค้า เนื่องจาก Perfect Diary สามารถสร้างภาพลักษณ์ของสินค้าคุณภาพดีเทียบเท่าแบรนด์ดังระดับโลก แต่กลับมีราคาสินค้าที่จับต้องได้มากกว่า ซึ่งส่วนใหญ่จะมีราคาอยู่ที่ไม่เกิน 100 หยวน เท่านั้น
จากปัจจัยที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า Perfect Diary มีการทำการตลาดโดยเข้าใจถึงพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของกลุ่มผู้บริโภคเป็นอย่างดี อีกทั้งสินค้ายังมีคุณภาพในราคาสมเหตุสมผล จึงไม่แปลกเลยที่แบรนด์จะประสบความสำเร็จได้ในเวลาเพียงไม่กี่ปี ดังนั้นในการทำการตลาดเราจึงต้องเข้าใจทั้งกลุ่มลูกค้าและผลิตสินค้าคุณภาพดีควบคู่กันไปจึงจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นและความสนใจจากลูกค้าได้
……………………………………………………………………
ที่มาของรูป : รูปที่ 1 โลโก้แบรนด์ Perfect Diary https://pandaily.com/perfect-diarys-parent-company-yasten-debuts-on-new-york-markets-shares-surge-75/
ที่มาของรูป : รูปที่ 2 ผลิตภัณฑ์ Eyeshadow ของ Perfect Diary x Discovery channel https://jingdaily.com/perfect-diarys-winning-cultural-collaboration-strategy/
ที่มาของข้อมูล : https://www.smethailandclub.com/startups-5339-id.html
https://www.longtungirl.com/2471
