2021-04-27 12:49

(ภาพที่ 1 โบราณวัตถุที่ขุดพบภายในหลุมบูชายัญ)
หากใครได้ติดตามข่าวสารทางโบราณคดีและวัฒนธรรมจีน ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาก็คงไม่พลาดกับข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการโบราณคดีจีน ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการค้นพบทางโบราณคดีที่มีความสำคัญเกี่ยวเนื่องไปถึงประวัติศาสตร์จีนเมื่อหลายพันปีก่อนของจีน นั่นก็คือ การค้นพบหลุมบูชายัญ หรือหลุมเซ่นไหว้ใหม่ในแหล่งอารยธรรมซันซิงตุย
สำนักบริหารมรดกและวัฒนธรรมแห่งชาติได้เปิดเผยแก่สำนักข่าวเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเกี่ยวกับการค้นพบหลุมบูชายัญใหม่จำนวนหกหลุมในแหล่งโบราณคดีซันซิงตุย (三星堆) ที่มณฑลเสฉวน ประเทศจีน ซึ่งแหล่งโบราณคดีซันซิงตุยนี้มีความเก่าแก่กว่า 3,000 ปี
โบราณวัตถุที่ค้นพบภายในหลุมบูชายัญใหม่และหลุมอื่นๆ ในแหล่งโบราณคดีซันซิงตุยส่วนใหญ่เป็นเครื่องสำริดและทองคำ เช่น หน้ากากสำริด ต้นไม้สำริด ชิ้นส่วนหน้ากากทองคำ รวมไปถึงหยก งาช้างแกะสลัก เศษไหม และเมล็ดพันธุ์พืชต่างๆ ส่วนหลุมบูชายัญขนาดตั้งแต่ 3.5 – 19 ตารางเมตรที่ค้นพบ เป็นหลุมบวงสรวงสวรรค์และบรรพบุรุษของชาวอารยธรรมสู่ (Shu) ในอดีต และมีการสันนิษฐานว่า งาช้างที่ค้นพบภายในหลุมอาจมาจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งต้องส่งพิสูจน์ DNA ต่อไปในอนาคต
สำหรับความสำคัญของการค้นพบหลุมบูชายัญใหม่ในแหล่งโบราณคดีซันซิงตุยนั้น นักโบราณคดีจีนผู้รับผิดชอบการขุดค้นกล่าวว่า การค้นพบครั้งนี้จะช่วยให้นักโบราณคดีเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมของอารยธรรมซันซิงตุยมากขึ้น เพราะโบราณวัตถุที่ค้นพบ ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากทองคำ หน้ากากสำริด ต้นไม้สำริด งาช้าง และรูปปั้นมนุษย์ที่ค้นพบใหม่ล้วนเป็นเอกลัษณ์เฉพาะอันโดดเด่นของวัฒนธรรมอาณาจักรสู่ (Shu) และการค้นพบกากใยไหมและสิ่งทอภายในหลุมบูชายัญเป็นครั้งแรก อาจบ่งชี้ได้ว่าอาณาจักรสู่เป็นหนึ่งในต้นกำเนิดไหมในอดีตสมัยจีนโบราณ

(ภาพที่ 2 ประติมากรรมมนุษย์สวมหน้ากากทองคำ)
ในส่วนของโบราณวัตถุที่เพิ่งถูกค้นพบ ทางนักโบราณคดีผู้รับผิดชอบกล่าวว่าจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังขั้นสูงสุด และรักษาสภาพความชื้น รวมไปถึงอุณหภูมิให้คงที่ เนื่องจากโบราณวัตถุหลายชิ้นอยู่ในสภาพเปราะบางมาก แต่โบราณวัตถุที่ถูกค้นพบก่อนหน้านี้ชิ้นอื่นๆ ในพิพิธภัณฑ์ ล้วนเปิดให้เข้าชมตามปกติ
แหล่งโบราณคดีซันซิงตุยไม่ได้เพิ่งถูกค้นพบ แต่เป็นแหล่งโบราณคดีที่ถูกค้นพบโดยบังเอิญตั้งแต่เมื่อช่วงปี ค.ศ. 1920 โดยการขุดดินของเกษตรกร แหล่งโบราณคดีซันซิงตุยมีขนาดกว่า 12 ตารางกิโลเมตร สันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับอาณาจักรสู่ซึ่งมีความเก่าแก่กว่า 4800 ปี และซันซิงตุยยังมีการขุดค้นศึกษาโดยนักโบราณคดีมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งในปีค.ศ. 1986 เพียงหลุมขุดค้นที่ 1 และ 2 ก็ค้นพบโบราณวัตถุกว่า 50,000 รายการแล้ว ทางรัฐบาลจีนได้จัดให้แหล่งโบราณคดีซันซิงตุยอยู่ภายใต้การคุ้มครองระดับรัฐในปี ค.ศ. 1988

(ภาพที่ 3 ชาวจีนแห่เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ซันซิงตุย)
หลังข่าวการค้นพบหลุมบูชายัญใหม่ในแหล่งโบราณคดีซันซิงตุยเผยแพร่ออกไปสู่สาธารณะ ทำให้ประชาชนจีนเกิดความสนใจเป็นอย่างสูง ในช่วงวันหยุดเทศกาลเช็งเม้ง (清明) ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ชาวจีนหลายคนจึงตัดสินใจเดินทางมายังพิพิธภัณฑ์ซันซิงตุยในเมืองกว่างฮั่น มณฑลเสฉวน เพื่อเข้าชมโบราณวัตถุที่ขุดพบในแหล่งโบราณคดีซันซิงตุย
ทั้งนี้ ความสำคัญของแหล่งโบราณคดีซันซิงตุยและโบราณวัตถุที่ขุดค้นพบ ยังได้รับการนำเสนอผ่านรายการโทรทัศน์ National Treasure (国家宝藏) ของจีน และยังมีแอนิเมชันเกี่ยวกับซันซิงตุยออกฉายอีกด้วย นอกจากนี้ ในแอนิเมชันเรื่องนาจา (哪吒) ยังแอบสอดแทรกหน้ากากสำริดจากอารยธรรมซันซิงตุยลงไปในตัวละครในเรื่องอีกด้วย

(ภาพที่ 4 หมูดินปั้นจากแหล่งโบราณคดีซันซิงตุย)
และด้วยรูปลักษณ์ของโบราณวัตถุอันโดดเด่นในแหล่งโบราณคดี ทำให้ทางพิพิธภัณฑ์ซันซิงตุยจัดจำหน่ายสินค้าที่ระลึกออกมาในรูปแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อจัดจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวและบุคคลที่สนใจอีกด้วย โดยจุดเด่นที่ทำให้โบราณวัตถุที่ขุดค้นพบจากแหล่งโบราณคดีซันซิงตุยกลายเป็นที่น่าสนใจของชาวจีนและชาวต่างชาติ คือ รูปลักษณ์ที่บางครั้งก็มีความน่ารักร่วมสมัยอย่างไม่น่าเชื่อ เช่น หมูดินเผาอายุกว่า 3,000 ปี ที่มีรูปร่างไปคล้ายกับหมูในเกมแองกรี้เบิร์ด (Angry Bird) และวงล้อดวงตะวันที่คล้ายกับพวงมาลัยรถยนต์ เป็นต้น
นอกจากรูปลักษณ์ของโบราณวัตถุที่น่าสนใจแล้ว โบราณวัตถุเหล่านี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อ วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวสู่เมื่อหลายพันปีก่อนอีกด้วย ดังนั้น ทางนักโบราณคดีที่รับผิดชอบจึงกล้ายืนยันว่าการค้นพบหลุมบูชายัญใหม่ภายในแหล่งโบราณคดีซันซิงตุยแห่งนี้ จึงมีความสำคัญเหมือนจิ๊กซอว์ชิ้นใหญ่ที่ช่วยไขรหัสประวัติศาสตร์จีนโบราณของอารยธรรมสู่ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
.................................................................................................................................................................................
ที่มาภาพ:
ภาพที่ 1 https://www.xinhuathai.com/china/186964_20210320ภาพที่ 2 https://daydaynews.cc/zh-my/history/408109.htmlภาพที่ 3 https://www.xinhuathai.com/tra/191081_20210405ภาพที่ 4 https://www.thepaper.cn/newsDetail_forward_11137324
ที่มาเนื้อหา:
https://www.thepaper.cn/newsDetail_forward_11137324https://daydaynews.cc/zh-my/history/408109.htmlhttps://www.xinhuathai.com/china/186964_20210320https://www.xinhuathai.com/china/190472_20210402https://www.xinhuathai.com/tra/191081_20210405https://siamrath.co.th/n/231209https://www.youtube.com/watch?v=ux9ewx-_8iEhttps://www.youtube.com/watch?v=Q9tc6dCpnv0https://www.youtube.com/watch?v=10JdWQS0RWMhttps://web.facebook.com/ChineseArchaeology.Thai/photos/a.1010621469102584/1763133513851372/https://web.facebook.com/ChineseArchaeology.Thai/posts/1681448772019847https://web.facebook.com/ChineseArchaeology.Thai/posts/1688630297968361https://web.facebook.com/ChineseArchaeology.Thai/posts/1686655094832548https://web.facebook.com/ChineseArchaeology.Thai/posts/1685707664927291
