|
หลังจากเกิดภัยแผ่นดินไหวขนาด 8.0 ริกเตอร์ที่มณฑลเสฉวนของจีนแล้ว ชาวปากีสถานเชื้อสายจีน ชาวจีนที่พำนักและทำงานอยู่ในปากีสถาน เจ้าหน้าที่บริษัททุนจีนและเจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศสัญชาติจีนต่างบริจาคเงินและแสดงความรักความห่วงใยต่อผู้ประสบภัยในจีนผ่านช่องทางต่างๆ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีชาวจีนที่อยู่ในปากีสถานอีกจำนวนหนึ่งเดินทางถึงสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำปากีสถาน บริจาคเงินให้แก่ประชาชนในเขตประสบภัยแผ่นดินไหวโดยผ่านสถานทูต ภายในระยะเวลาเพียงชั่วโมงครึ่ง ก็ได้บริจาคเงินเป็นจำนวนประมาณ 10,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อไปขอเชิญท่านฟังรายละเอียดที่ผู้สื่อข่าว CRI ส่งตรงจากกรุงอิสลามาบัดค่ะ
เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมาตั้งแต่ช่วงเช้า เจ้าหน้าที่สัญชาติจีนจากองค์กรระหว่างประเทศประจำปากีสถานหลายองค์กรได้เดินทางมาถึงสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำปากีสถาน เพื่อบริจาคเงินแก่เขตประสบภัยแผ่นดินไหวมณฑลเสฉวน นายหลัว เจ้าฮุย เอกอัครราชทูตจีนประจำปากีสถานได้แจ้งรายละเอียดของภัยแผ่นดินไหวและผลการดำเนินการกู้ภัยแผ่นดินไหวให้ผู้คนทั้งหลายรับทราบ อีกทั้งกล่าวขอบคุณชาวจีนที่อยู่ในปากีสถานที่ยื่นมือช่วยเหลือประชาชนในเขตประสบภัย และรับปากว่าจะส่งมอบเงินบริจาคดังกล่าวให้แก่ประชาชนในเขตประสบภัยโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
นายหลี่ ตงหลิน ผู้อำนวยการองค์การแรงงานระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติประจำปากีสถานให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า หลังเกิดแผ่นดินไหว เขาติดตามข่าวเกี่ยวกับเขตประสบภัยจากโทรทัศน์ทุกวัน รู้สึกเศร้าใจที่ประชาชนในเขตประสบภัยต้องประสบความทุกข์ยาก และรู้สึกซาบซึ้งใจต่อเรื่องราวที่สะเทือนใจต่างๆ ระหว่างการกู้ภัย เขากล่าวว่า
"สิ่งที่เราอยากจะพูดกับประชาชนในเขตประสบภัยก็คือ พวกเธอใช่เดียวดาย ชาวจีนทั่วโลกกำลังเอาใจใส่พวกเธอ กำลังหลั่งน้ำตาเพื่อพวกเธอ เราจะเชื่อมใจเข้าด้วยกัน"
นางหมี่ หวาเป็นเจ้าหน้าที่โครงการกองทุนสงเคราะห์เด็กแห่งสหประชาชาติประจำปากีสถาน เธอให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า แม้ว่าอยู่ไกลจากบ้านเกิด แต่ความทุกข์ทรมานที่ประชาชนในเขตประสบภัย โดยเฉพาะสตรีและเด็กที่ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากกำลังเผชิญอยู่สะเทือนใจของเธออย่างมาก เธอกล่าวว่า
"กองทุนสงเคราะห์เด็กแห่งสหประชาชาติเอาใจใส่ประชาชนในเขตประสบภัย โดยเฉพาะสตรีและเด็กมาก เราอยู่ต่างประเทศไกลบ้าน แต่ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน หัวใจของเราอยู่กับประชาชนในเขตประสบภัยตลอด กองทุนสงเคราะห์เด็กฯ พยายามร่วมกับรัฐบาลจีน นำความช่วยเหลือต่างๆ ไปยังประชาชนในเขตประสบภัย โดยเฉพาะสตรีและเด็กอย่างรวดเร็ว"
นายจาง เจาหวา นักสังคมศาสตร์ชั้นสูงธนาคารโลกกล่าวว่า แม้ว่าอยู่ต่างประเทศก็ตาม แต่หวังว่าจะสามารถเป็นอีกแรงหนึ่งสำหรับปฏิบัติการกู้ภัยอย่างสุดความสามารถได้ เขากล่าวว่า
"เราใช้ชีวิตในต่างประเทศ ทำงานที่ต่างประเทศ เราติดตามและเอาใจใส่การพัฒนาภายในประเทศตลอด เรารู้สึกเจ็บใจมากที่เกิดภัยพิบัติครั้งนี้ภายในประเทศ เราหวังด้วยว่าจะช่วยเหลือญาติพี่น้องในประเทศอย่างสุดความสามารถของเรา เราเชื่อมั่นด้วยว่า พวกเขาจะสามารถพิชิตภัยพิบัติและฟื้นฟูบ้านเกิดเมืองนอนของตนได้"
ชาวจีนที่ทำงานในองค์กรระหว่างประเทศดังกล่าวมีความซาบซึ้งใจต่อมิตรชาวต่างประเทศจำนวนมากที่มีความห่วงใยต่อภัยแผ่นดินไหวในจีน นายหลี่ ตงหลินกล่าวว่า หลังเกิดภัยแผ่นดินไหวแล้ว เจ้าหน้าที่องค์กรสังกัดสหประชาชาติหลายแห่งต่างแสดงความเสียใจต่อเขา และต้องการจะให้เขาฝากความเสียใจและความปรารถนาดีจากองค์กรสังกัดสหประชาชาติประจำปากีสถานไปยังประชาชนในเขตประสบภัย เขายังบอกกับผู้สื่อข่าวว่า เจ้าหน้าที่สหประชาชาติล้วนประเมินค่าอย่างสูงต่อปฏิบัติการของรัฐบาลและประชาชนจีนในการรับมือกับภัยพิบัติครั้งนี้ เขากล่าวว่า
"นายกรัฐมนตรีจีนของเรารุดหน้าไปถึงเขตประสบภัยในอันดับแรก กองทัพจีนเราปรากฏตัวในสถานที่ที่อันตรายที่สุดและยากลำบากที่สุด คนขับรถแท็กซี่และพี่น้องร่วมชาติของเราไปบริจาคโลหิตตามกำลังความสามารถของตน และไปช่วยชีวิตผู้ประสบภัยถึงที่เกิดเหตุ ความรวดเร็วของรัฐบาลจีนในการรับมือกับเหตุฉุกเฉินที่เขตประสบภัยครั้งนี้ ตลอดจนจิตใจของประชาชนจีนที่มีความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อเอาชนะภัยพิบัตินี้ได้สร้างความประทับใจให้แก่เจ้าหน้าที่ขององค์กรสังกัดสหประชาชาติทั้งปวง หัวหน้าองค์กรสหประชาชาติประจำปากีสถานหลายคนต่างแสดงความเสียใจต่อผม และแสดงความเคารพต่อประชาชนจีนที่ไม่มีความหวาดหวั่นต่อภัยพิบัติและรับมือด้วยความกล้าหาญต่อมหันตภัย โดยเฉพาะรัฐบาลจีนที่ปฏิบัติการอย่างรวดเร็ว"
นายหลี่ ซินเซิง ชาวจีนที่ทำงานในบริษัทของปากีสถานแห่งหนึ่งให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า จิตใจของรัฐบาลจีนและผู้นำจีนที่แสดงออกในการกู้ภัยแผ่นดินไหวทำให้รู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง ในวันเดียวกัน เขาติดตามผู้นำบริษัทของตนมาบริจาคเงินที่สถานทูตจีนประจำปากีสถาน เขากล่าวว่า ในฐานะที่เป็นชาวจีนที่พำนักในปากีสถานเป็นเวลา 15 ปีผู้หนึ่ง ในวันที่สองหลังเกิดภัยแผ่นดินไหวเขาก็บริจาคเงินให้แก่เขตประสบภัย เขากล่าวว่า
"ภายในระยะเวลา 4 ชั่วโมงหลังเกิดภัยแผ่นดินไหว นายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่าของเราก็รุดไปถึงสถานที่เกิดเหตุด้วยตนเอง ขณะนี้ ประธานาธิบดีหู จิ่นเทาก็อยู่ที่นั่นด้วย ผมเชื่อมั่นว่า ภายใต้การนำของพรรคและรัฐบาลจีน และภายใต้การสนับสนุนของประชาชนทั่วประเทศ รวมถึงความช่วยเหลือและความรักจากบุคคลวงการต่างๆ ในต่างประเทศ ชาวต่างชาติเชื้อสายจีนและชาวจีนที่พำนักในต่างประเทศ พวกเขาจะสามารถชนะอุปสรรคและความยากลำบากต่างๆ ได้"
ในวันเดียวกัน นายหลี่ เสี่ยวเจ๋อ ชาวจีนที่พำนักในปากีสถานเป็นเวลา 17 ปี ผู้ซึ่งไปถ่ายทำวีดีโอเกี่ยวกับการบริจาคเงินในครั้งนี้ก็ได้บริจาคเงินให้แก่เขตประสบภัยเป็นเงินจำนวน 100,000 รูปี เท่ากับ 10,000 หยวน เพื่อมีส่วนช่วยต่องานกู้ภัยแม้จะน้อยนิดก็ยังดี เขากล่าวว่า
"ประชาชนในเขตประสบภัย พวกเธอใช่โดดเดี่ยวเดียวดาย ชาวจีนโพ้นทะเลกับพวกเธอเชื่อมใจถึงกัน พวกเราจะอยู่ร่วม จะสนับสนุนและช่วยเหลือพวกคุณ เพื่อให้พ้นจากความทุกข์ยากในครั้งนี้ให้ได้"
|