วันที่ 2 กันยายนนี้ที่กรุงบรัสเซลได้จัดการประชุมรัฐมนตรีการคลัง 27 ประเทศของสหภาพยุโรป เพื่อประสานจุดยืนในการรับมือกับปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลก และเตรียมการสำหรับจัดการประชุมรัฐมนตรีการคลังและผู้อำนวยการธนาคารกลางของกลุ่มจี 20 ตลอดจนการประชุมกลุ่มจี 20 ที่เมืองพิตต์สเบอร์กของสหรัฐฯ ปลายเดือนนี้ ในการประชุมครั้งนี้ บรรดารัฐมนตรีการคลังของ 27 ประเทศได้อภิปรายกันในหัวข้อต่าง ๆ อาทิการอัดฉีดเงินทุนเข้ากองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF การจำกัดการแจกโบนัสต่อผู้บริหารระดับสูงของธนาคาร กำหนดกลไกถอนออกจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลอดจนการเพิ่มการควบคุมทางการเงิน เป็นต้น และมีความเห็นพ้องต้องกันหลายประเด็น
รัฐมนตรีคลังของประเทศสหภาพยุโรปให้คำมั่นสัญญาว่าจะอัดฉีดเงินทุน 75,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เข้า IMF เพื่อช่วยเหลือประเทศที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกอย่างหนัก ก่อนหน้านี้ ประเทศสหภาพยุโรปเคยสัญญาว่าจะอัดฉีดเงินทุน 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เข้า IMF
นายนิโคลาส์ ซาร์โกซีย์ประธานาธบิดีฝรั่งเศสเป็นคนแรกที่เสนอให้จำกัดการแจกโบนัสต่อผู้บริหารระดับสูงของธนาคาร และกำลังใช้ความพยายามเพื่อให้ข้อเสนอนี้ได้รับความเห็นพ้องกันในการประชุมสุดยอดกลุ่มจี 20 ที่พิตต์สเบอร์กของสหรัฐฯ ข้อเสนอของฝรั่งเศสได้รับเสียงสนับสนุนจากการประชุมรัฐมนตรีคลังครั้งนี้อย่างกว้างขวาง ยกเว้นอังกฤษ นายแอนเตอร์ส บอร์ก รัฐมนตรีคลังสวีเดนประเทศประธานหมุนเวียนของสหภาพยุโรปกล่าวเน้นว่า ต้องยุติวิธีการแจกโบนัสแก่ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารในปัจจุบัน และโบนัสต้องเกี่ยวข้องกับผลงาน
ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว การประชุมผู้นำสหภาพยุโรปได้ออกแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 2 แสนล้านยูโร จนถึงขณะนี้ ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปได้จัดงบประมาณกว่า 1 แสนล้านยูโรเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และได้ผลอย่างเห็นได้ชัด เศรษฐกิจมีแนวโน้มกระเตื้องขึ้น บรรดารัฐมนตรีคลังจึงเห็นพ้องต้องกันว่าควรค่อย ๆ ยุติแผนกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมีขั้นตอน โดยเห็นว่า ขณะนี้ สหภาพยุโรปไม่มีความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อหรือเงินฝืด แม้ว่าวิกฤตเศรษฐกิจยังไม่สิ้นสุดลง แต่คงไม่จำเป็นตต้องดำเนินแผนกระตุ้นเศรษฐกิจอีกแล้ว จึงควรกำหนดกลไกสิ้นสุดแผนการดังกล่าวโดยเร็ว
ในการประชุมสุดยอดฤดูร้อนปีนี้ ผู้นำประเทศสหภาพยุโรปมีความเห็นพ้องต้องกันว่าควรเสริมการควบคุมตรวจสอบระบบการเงิน คณะกรรมการสหภาพยุโรปก็ได้เสนอแผนการใหม่เกี่ยวกับการเสริมการควบคุมตรวจสอบระบบการเงิน แต่ปัญหานี้เผชิญกับแรงต้านจากอังกฤษ ขณะที่จัดการประชุมรัฐมนตรีคลัง คณะกรรมการธิการเศรษฐกิจและการเงินสภายุโรปก็ได้อภิรายเรื่องนี้เหมือนกัน นายโบริส จอห์นสัน ผู้ว่าการกรุงลอนดอนกล่าวขณะเข้าร่วมอภิปรายว่า สหภาพยุโรปมีแผนที่จะเสริมการควบคุมตรวจสอบต่อระบบการเงินของยุโรป แต่การทำเช่นนี้จะทำลายชื่อเสียงของกรุงลอนดอนในฐานะที่ีเป็นศูนย์การเงินระหว่างประเทศของกรุงลอนดอน กองทุน hedge fund 80% และกองทุนส่วนบุคคล 60% ของยุโรปล้วนอยู่ในกรุงลอนดอน ถ้าทำตามแผนการดังกล่าว องค์กรการเงินเหล่านี้อาจจะย้ายไปประเทศนอกสหภาพยุโรป
(Min/Lin)
|