
ปัจจุบัน ที่จีนกำลังอยู่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นฤดูที่มีดอกไม้สวยสดงดงาม ดังนั้น กลิ่นชาจึงหอมและมีมนต์ขลังสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นสี กลิ่น หรือรสสัมผัส ล้วนเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของชาในฤดูใบไม้ผลิ ที่ชวนให้ผู้คนหลงใหลมิอาจยับยั้งใจได้ ต่างปรารถนาจะขอลิ้มรสชาฤดูใบไม้ผลิที่ถือว่าเป็นรสนิยมสุดคลาสสิกนี้
“ชาจีนฤดูใบไม้ผลิ” มีมนต์เสน่ห์อะไร ทำไมคนจีนจึงนิยมดื่มชาฤดูใบไม้ผลิเช่นนี้
คำตอบคือ เนื่องจากต้นชาได้รับสารอาหารอย่างอุดมในช่วงฤดูใบไม้ผลิ จึงทำให้ใบชาอวบอิ่ม มีสารหอมและวิตามินค่อนข้างสูง รสชาติสดใหม่ กลิ่นหอมเข้มข้น ดูลักษณะภายนอกจะเห็นเส้นลายบนใบชาชัดเจน ซึ่งโดยทั่วไปใบชาเขียวจะมีสีเขียวเข้มเป็นมันเงา ส่วนชาแดงจะออกดำเงา มีคุณภาพค่อนข้างดี
อุณหภูมิฤดูใบไม้ผลิอบอุ่นพอเหมาะ ปริมาณน้ำฝนอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งต้นชาได้ผ่านการพักฟื้นในช่วงฤดูหนาวเป็นเวลากว่าครึ่งปี ทำให้ยอดอ่อนชาในฤดูใบไม้ผลิอวบอิ่มสมบูรณ์ สีสันเขียวสด ใบอ่อนนุ่ม และอุดมไปด้วยวิตามิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรดอะมิโน ไม่เพียงทำให้น้ำชามีรสชาติสดใหม่กลมกล่อมและกลิ่นหอมละมุน แต่ยังอุดมไปด้วยสรรพคุณที่เป็นประโยชน์ในการบำรุงสุขภาพ ดังนั้น เมื่อฤดูกาลเก็บใบชาเวียนมาอีกครั้ง สวนชาเนินเขาทั่วทุกแห่งหนในมณฑลยูนนานจะเต็มไปด้วยผู้คนที่สาละวนกับการเก็บใบชา เรามาออกเดินทางตามกลิ่นละมุนของชาไปกันเถอะ
“ชาผูเอ่อร์เขตเขาจิ่งมั่ย” อยู่ในอำเภอปกครองตนเองชนชาติลาฮู่หลานชาง เขตเขาจิ่งมั่ย มีชาผูเอ่อร์เลื่องชื่อด้วยมีภูมิอากาศที่กลับสู่ความอบอุ่นอีกครั้ง ต้นชาโบราณบนเขตเขาจิ่งมั่ยจึงเริ่มแตกยอดแทงใบอ่อน และภายใต้ความชุ่มชื้นจากน้ำฝนฤดูใบไม้ผลิ ยอดอ่อนใบชาจะอวบอิ่ม สีสันเขียวสดใส

ขณะนี้ที่จีนเป็นช่วงเวลาสำคัญของฤดูกาลเก็บใบชาฤดูใบไม้ผลิ ชาวสวนชาทั้งหลายต่างสาละวนอยู่ในสวน ก้มหน้าก้มตาเก็บใบชาใหม่ของปีอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย เขตเขาจิ่งมั่ยมีต้นชาโบราณมากกว่า 320 ต้น ครอบคลุมพื้นที่กว่า 18 ตารางกิโลเมตร ซึ่งบนพื้นที่เชื่อมต่อกันเป็นผืนกว้างกว่า 10 ตารางกิโลเมตรนี้ ปริมาณผลผลิตเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่กว่า 270 ตัน ตามแผ่นจารึกหินตัวอักษรไตของท้องถิ่นนั้น มีบันทึกว่าต้นชาโบราณเขตเขาจิ่งมั่ยมีประวัติการปลูกมานานกว่า 1,300 ปี จึงนับเป็นต้นชาโบราณ ซึ่งปลูกโดยมนุษย์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก จัดเป็นแหล่งกำเนิดวัฒนธรรมชาที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลก
“อำเภอเฟิ่งชิ่ง เมืองหลินชาง มณฑลยูนนาน” เป็นแหล่งกำเนิด “ชาแดงเตียนหง” อำเภอเฟิ่งชิ่งมีประวัติศาสตร์การปลูกชาและผลิตชามาเป็นเวลายาวนาน ได้ชื่อว่า “ชาแดงเตียนหงของโลก” เป็นบ้านเกิดของ “ชาแดงเตียนหง” ที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งที่นี่ได้เงื่อนไขพิเศษเหมือนฟ้าประทานให้มีธรรมชาติเหมาะแก่การเป็นแหล่งกำเนิดชา พันธุ์ชาชั้นเลิศที่มีใบขนาดใหญ่ เทคนิคการผลิตที่พิถีพิถัน คัดเลือกพันธุ์ชาใบใหญ่เฟิ่งชิ่งผ่านขบวนการผลิตที่ประณีตออกมาเป็นชาแดงเตียนหง ที่มีคุณสมบัติพิเศษ ได้น้ำชาเตียนหงสีแดงสดใส รสชาติกลมกล่อม กลิ่นหอมละมุน เป็นผลิตภัณฑ์ชั้นเลิศในตระกูลชาแดง เป็นที่ขึ้นชื่อลือนามไปทั่ว
สำนักงานชาประจำอำเภอได้แนะนำว่า ราคารับซื้อชาอ่อนเฟิ่งชิ่งของปีนี้ กลับสูงขึ้นหลังจากที่ตกลงไป โดยมีราคารับซื้อยอดชาอ่อนอยู่ระหว่างกิโลกรัมละ 24-32 หยวน นอกจากนี้ ราคารับซื้อใบชาสดของต้นชาโบราณก็เพิ่มขึ้นสูงมากด้วย มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นสูงถึง 50-100 เปอร์เซ็นต์ ใน 3 เขตเขาปู้หล่างของจังหวัดปกครองตนเองชนชาติไตสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน

ปัจจุบัน “เขตเขาปู้หล่าง” มีสวนชาเชิงระบบนิเวศกว่า 6 ตารางกิโลเมตร ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวใบชาฤดูใบไม้ผลิ ชาวสวนชาจึงสาละวนอยู่กับการเก็บเกี่ยวใบชาในสวน เขตเขาปู้หล่างตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมิงไห่ จังหวัดปกครองตนเองชนชาติไตสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ขึ้นชื่อเรื่องเป็นเขตผลิตชาผูเอ่อร์ และเป็นสถานที่หนึ่งที่อนุรักษ์สวนชาโบราณไว้ได้มากที่สุด นักวิชาการจีนเคยทำการสำรวจพบว่า เขตเขาปู้หล่างมีประวัติการปลูกชาย้อนไปไกลถึงสี่พันปีก่อน
ในจำนวนนี้ “ชาผูเอ่อร์เหล่าปันจาง” ตั้งอยู่ในชุมชนเขตเขาปู้หลาง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตชาธรรมชาติบริสุทธิ์ ไร้มลภาวะ มีการใช้ระบบนิเวศดั้งเดิมที่มีอยู่เป็นจำนวนน้อยในเขตมณฑลยูนนาน ที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและสารกำจัดศัตรูพืชใดๆ เป็นต้น
“เหล่าปันจาง” เป็นชาพันธุ์ใบใหญ่ขนานแท้ดั้งเดิม จึงมีลักษณะใบใหญ่ ยอดใบอวบอิ่มแข็งแรง และมีขนอ่อนนุ่มมาก ซึ่งเขตปลูกชาแหล่งอื่นจะพบมีลักษณะใบชาแบบนี้ได้น้อยมาก
“ชาเหล่าปันจาง” จึงมีกลิ่นฉุนเข้มข้น สามารถดมกลิ่นได้ชัดเจนไม่ว่าจะเป็นน้ำชา กากใบ หรือที่ก้นถ้วยก็จะทิ้งกลิ่นหอมของชาที่เข้มข้นติดอยู่ยาวนานกว่าต้นชาโบราณทั่วไป รสขื่นขมของชาก็จะจืดจางรวดเร็ว ราวหนึ่งนาทีก็จะแปรเปลี่ยนเป็นหวานชุ่มแทนที่
ดังนั้น เมื่อดื่มชาเหล่าปันจางแล้ว จะรู้สึกทั่วทั้งปากและคอหวานชุ่มและ คงกลิ่นหอมกรุ่นละมุนอยู่เป็นเวลายาวนาน ซึ่งถ้าไม่ได้รับประทานอาหารที่มีรสจัดจ้าน ความรู้สึกของรสชาติหวานชุ่มนี้จะคงอยู่ต่อเนื่องหลายชั่วโมง


