ไขเสน่ห์ “ชาจีนฤดูใบไม้ผลิ”

2019-05-29 10:56:45 | CRI
Share with:

图片默认标题_fororder_20190529-1

ปัจจุบัน ที่จีนกำลังอยู่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ  ซึ่งเป็นฤดูที่มีดอกไม้สวยสดงดงาม  ดังนั้น กลิ่นชาจึงหอมและมีมนต์ขลังสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นสี กลิ่น หรือรสสัมผัส ล้วนเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของชาในฤดูใบไม้ผลิ ที่ชวนให้ผู้คนหลงใหลมิอาจยับยั้งใจได้ ต่างปรารถนาจะขอลิ้มรสชาฤดูใบไม้ผลิที่ถือว่าเป็นรสนิยมสุดคลาสสิกนี้

“ชาจีนฤดูใบไม้ผลิ” มีมนต์เสน่ห์อะไร  ทำไมคนจีนจึงนิยมดื่มชาฤดูใบไม้ผลิเช่นนี้ 

คำตอบคือ เนื่องจากต้นชาได้รับสารอาหารอย่างอุดมในช่วงฤดูใบไม้ผลิ  จึงทำให้ใบชาอวบอิ่ม  มีสารหอมและวิตามินค่อนข้างสูง  รสชาติสดใหม่  กลิ่นหอมเข้มข้น  ดูลักษณะภายนอกจะเห็นเส้นลายบนใบชาชัดเจน  ซึ่งโดยทั่วไปใบชาเขียวจะมีสีเขียวเข้มเป็นมันเงา  ส่วนชาแดงจะออกดำเงา  มีคุณภาพค่อนข้างดี 

อุณหภูมิฤดูใบไม้ผลิอบอุ่นพอเหมาะ  ปริมาณน้ำฝนอุดมสมบูรณ์  อีกทั้งต้นชาได้ผ่านการพักฟื้นในช่วงฤดูหนาวเป็นเวลากว่าครึ่งปี  ทำให้ยอดอ่อนชาในฤดูใบไม้ผลิอวบอิ่มสมบูรณ์  สีสันเขียวสด  ใบอ่อนนุ่ม  และอุดมไปด้วยวิตามิน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรดอะมิโน  ไม่เพียงทำให้น้ำชามีรสชาติสดใหม่กลมกล่อมและกลิ่นหอมละมุน  แต่ยังอุดมไปด้วยสรรพคุณที่เป็นประโยชน์ในการบำรุงสุขภาพ ดังนั้น เมื่อฤดูกาลเก็บใบชาเวียนมาอีกครั้ง สวนชาเนินเขาทั่วทุกแห่งหนในมณฑลยูนนานจะเต็มไปด้วยผู้คนที่สาละวนกับการเก็บใบชา  เรามาออกเดินทางตามกลิ่นละมุนของชาไปกันเถอะ

“ชาผูเอ่อร์เขตเขาจิ่งมั่ย” อยู่ในอำเภอปกครองตนเองชนชาติลาฮู่หลานชาง เขตเขาจิ่งมั่ย มีชาผูเอ่อร์เลื่องชื่อด้วยมีภูมิอากาศที่กลับสู่ความอบอุ่นอีกครั้ง  ต้นชาโบราณบนเขตเขาจิ่งมั่ยจึงเริ่มแตกยอดแทงใบอ่อน และภายใต้ความชุ่มชื้นจากน้ำฝนฤดูใบไม้ผลิ  ยอดอ่อนใบชาจะอวบอิ่ม  สีสันเขียวสดใส 

图片默认标题_fororder_20190529-2

ขณะนี้ที่จีนเป็นช่วงเวลาสำคัญของฤดูกาลเก็บใบชาฤดูใบไม้ผลิ  ชาวสวนชาทั้งหลายต่างสาละวนอยู่ในสวน ก้มหน้าก้มตาเก็บใบชาใหม่ของปีอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย  เขตเขาจิ่งมั่ยมีต้นชาโบราณมากกว่า 320 ต้น ครอบคลุมพื้นที่กว่า 18 ตารางกิโลเมตร ซึ่งบนพื้นที่เชื่อมต่อกันเป็นผืนกว้างกว่า 10 ตารางกิโลเมตรนี้ ปริมาณผลผลิตเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่กว่า 270 ตัน  ตามแผ่นจารึกหินตัวอักษรไตของท้องถิ่นนั้น มีบันทึกว่าต้นชาโบราณเขตเขาจิ่งมั่ยมีประวัติการปลูกมานานกว่า 1,300 ปี  จึงนับเป็นต้นชาโบราณ ซึ่งปลูกโดยมนุษย์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก จัดเป็นแหล่งกำเนิดวัฒนธรรมชาที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลก

“อำเภอเฟิ่งชิ่ง เมืองหลินชาง มณฑลยูนนาน” เป็นแหล่งกำเนิด “ชาแดงเตียนหง”  อำเภอเฟิ่งชิ่งมีประวัติศาสตร์การปลูกชาและผลิตชามาเป็นเวลายาวนาน  ได้ชื่อว่า  “ชาแดงเตียนหงของโลก”   เป็นบ้านเกิดของ “ชาแดงเตียนหง”  ที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งในและต่างประเทศ  ซึ่งที่นี่ได้เงื่อนไขพิเศษเหมือนฟ้าประทานให้มีธรรมชาติเหมาะแก่การเป็นแหล่งกำเนิดชา  พันธุ์ชาชั้นเลิศที่มีใบขนาดใหญ่  เทคนิคการผลิตที่พิถีพิถัน  คัดเลือกพันธุ์ชาใบใหญ่เฟิ่งชิ่งผ่านขบวนการผลิตที่ประณีตออกมาเป็นชาแดงเตียนหง  ที่มีคุณสมบัติพิเศษ  ได้น้ำชาเตียนหงสีแดงสดใส  รสชาติกลมกล่อม  กลิ่นหอมละมุน  เป็นผลิตภัณฑ์ชั้นเลิศในตระกูลชาแดง  เป็นที่ขึ้นชื่อลือนามไปทั่ว 

สำนักงานชาประจำอำเภอได้แนะนำว่า  ราคารับซื้อชาอ่อนเฟิ่งชิ่งของปีนี้ กลับสูงขึ้นหลังจากที่ตกลงไป โดยมีราคารับซื้อยอดชาอ่อนอยู่ระหว่างกิโลกรัมละ 24-32 หยวน  นอกจากนี้ ราคารับซื้อใบชาสดของต้นชาโบราณก็เพิ่มขึ้นสูงมากด้วย  มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นสูงถึง 50-100 เปอร์เซ็นต์ ใน 3 เขตเขาปู้หล่างของจังหวัดปกครองตนเองชนชาติไตสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน

图片默认标题_fororder_20190529-3

ปัจจุบัน  “เขตเขาปู้หล่าง” มีสวนชาเชิงระบบนิเวศกว่า 6 ตารางกิโลเมตร   ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวใบชาฤดูใบไม้ผลิ  ชาวสวนชาจึงสาละวนอยู่กับการเก็บเกี่ยวใบชาในสวน  เขตเขาปู้หล่างตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมิงไห่ จังหวัดปกครองตนเองชนชาติไตสิบสองปันนา  มณฑลยูนนาน  ขึ้นชื่อเรื่องเป็นเขตผลิตชาผูเอ่อร์  และเป็นสถานที่หนึ่งที่อนุรักษ์สวนชาโบราณไว้ได้มากที่สุด  นักวิชาการจีนเคยทำการสำรวจพบว่า  เขตเขาปู้หล่างมีประวัติการปลูกชาย้อนไปไกลถึงสี่พันปีก่อน

ในจำนวนนี้  “ชาผูเอ่อร์เหล่าปันจาง” ตั้งอยู่ในชุมชนเขตเขาปู้หลาง   ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตชาธรรมชาติบริสุทธิ์  ไร้มลภาวะ  มีการใช้ระบบนิเวศดั้งเดิมที่มีอยู่เป็นจำนวนน้อยในเขตมณฑลยูนนาน ที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและสารกำจัดศัตรูพืชใดๆ เป็นต้น 

“เหล่าปันจาง” เป็นชาพันธุ์ใบใหญ่ขนานแท้ดั้งเดิม  จึงมีลักษณะใบใหญ่  ยอดใบอวบอิ่มแข็งแรง  และมีขนอ่อนนุ่มมาก  ซึ่งเขตปลูกชาแหล่งอื่นจะพบมีลักษณะใบชาแบบนี้ได้น้อยมาก 

“ชาเหล่าปันจาง” จึงมีกลิ่นฉุนเข้มข้น  สามารถดมกลิ่นได้ชัดเจนไม่ว่าจะเป็นน้ำชา  กากใบ  หรือที่ก้นถ้วยก็จะทิ้งกลิ่นหอมของชาที่เข้มข้นติดอยู่ยาวนานกว่าต้นชาโบราณทั่วไป  รสขื่นขมของชาก็จะจืดจางรวดเร็ว  ราวหนึ่งนาทีก็จะแปรเปลี่ยนเป็นหวานชุ่มแทนที่ 

ดังนั้น เมื่อดื่มชาเหล่าปันจางแล้ว  จะรู้สึกทั่วทั้งปากและคอหวานชุ่มและ คงกลิ่นหอมกรุ่นละมุนอยู่เป็นเวลายาวนาน  ซึ่งถ้าไม่ได้รับประทานอาหารที่มีรสจัดจ้าน  ความรู้สึกของรสชาติหวานชุ่มนี้จะคงอยู่ต่อเนื่องหลายชั่วโมง

  • เสียงข่าวประจำวัน (26-11-2567)

  • สานสัมพันธ์ไทย-จีน (26-11-2567)

  • เสียงคุยกันวันละประเด็น (26-11-2567)

  • เสียงข่าวประจำวัน (25-11-2567)

  • สานสัมพันธ์ไทย-จีน (25-11-2567)

何喜玲