จีน---ประเทศที่มีประวัติศาสตร์ 5 พันปี (25)

2020-10-09 16:18:20 | CRI
Share with:

จีน---ประเทศที่มีประวัติศาสตร์ 5 พันปี(25)_fororder_22

ในยามที่ราชวงศ์หมิงเสื่อมทรามลงเรื่อยๆ   ชนเผ่าแมนจูที่อยู่ทาง

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอาณาจักรแห่งราชวงศ์หมิงกำลังเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ      จนสามารถพิชิตดินแดนภาคเหนือของราชวงศ์หมิงได้ แล้วสถาปนาอาณาจักรของตนขึ้น เรียกว่า “จิน”

“จักรพรรดิฉงเจิง” เป็นจักรพรรดิองค์ที่ 16 และก็เป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายของราชวงศ์หมิง   พระองค์พยายามที่จะกอบกู้สถานการณ์ให้ดีขึ้น   แต่ราชวงศ์หมิงในตอนนั้นได้เสื่อมทรามถึงขั้นที่ยากจะกอบกู้ขึ้นมาอีกแล้ว 

ในปี ค.ศ.1627   เกิดทุพภิกขภัยร้ายแรงในหลายพื้นที่ ที่ดินสำหรับทำไร่ไถนาไม่อาจผลิตข้าวได้เลย แต่เจ้าหน้าที่ยังคงรีดภาษีและค่าเช่าที่ดินจากชาวนาอย่างหนัก    ทำให้ชาวนาที่กำลังอดตายในหลายพื้นที่ต้องลุกฮือขึ้นจับอาวุธต่อต้านรัฐบาล

ผู้นำกบฏชาวนาคนสำคัญในยุคนี้คือ “หลี่ จื้อเฉิง”   เขาเป็นชาวมณฑลส่านซี  เคยเป็นลูกจ้างอยู่ในร้านขายเหล้า และเคยฝึกงานกับช่างตีเหล็ก  มีความสามารถในการขี่ม้า และยิงเกาทัณฑ์  หลังเกิดกบฏชาวนา  หลี่ จื้อเฉิงได้นำกองทัพชาวนาเข้าโจมตีและยึดเมืองลั่วหยางไว้ได้ แล้วนำข้าวและทรัพย์สินจำนวนมากในคลังรัฐบาลมาแจกจ่ายให้แก่บรรดาคนจน    หลังจากนั้นไม่นาน  กองทัพของหลี่ จื้อเฉิงซึ่งมีกำลังทั้งสิ้นหลายหมื่นคน    มีทั้งทหารม้าและทหารราบก็รุดหน้าไปยังปักกิ่ง   ระหว่างทาง แทบจะไม่ได้รับการต่อต้านจากกำลังทหารของรัฐบาล  เมื่อกองทัพของ หลี่ จื้อเฉิงถึงชานเมืองปักกิ่ง  จักรพรรดิฉงเจิงก็ทรงเรียกให้ขุนนางระดับสูงมาเข้าเฝ้าเป็นครั้งสุดท้าย  จากนั้นเสด็จกลับวัง  รับสั่งให้โอรสหลายองค์รีบหนีไปหาที่ปลอดภัยซ่อนไว้  แล้วหันมารับสั่งกับมเหสีว่า  รัชกาลของเราสิ้นสุดแล้ว   จากนั้น จักรพรรดิฉงเจิงโบกพระหัตถ์ให้พระมเหสีและสนมไปหาที่ปลอดภัยหลบซ่อน    แต่พระมเหสีเสด็จเข้าห้องข้างในไปเงียบๆ  แล้วผูกพระศอสิ้นพระชนม์   ส่วนจักรพรรดิฉงเจิงเสด็จลงไปที่สวนในวัง  ขึ้นไปบนเนินเขาเล็กๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งทุกวันนี้เรียกว่า เนินเขา “จิ่งซัน”  แล้วทรงผูกพระศอกับกิ่งไม้จนสิ้นพระชนม์        

จีน---ประเทศที่มีประวัติศาสตร์ 5 พันปี(25)_fororder_33

วันรุ่งขึ้น   ขันทีที่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่ป้องกันตัวเมืองก็เปิดประตูเมืองให้กองทัพกบฏเข้ามาได้โดยสะดวก  กำลังทหารของหลี่ จื้อเฉิง ไม่ได้พบการต่อต้านอย่างจริงจังแม้แต่น้อย  

เมื่อยึดครองปักกิ่งได้แล้ว  ในส่วนตัวหลี่จื้อเฉิงเองก็มุ่งมั่นที่จะขึ้นครองราชบัลลังก์  ผู้คนจำนวนมากในขณะนั้นก็คาดกันว่า  จะเป็นเช่นนั้น   แต่แล้วในชั่วเวลาไม่กี่ปี  กองทัพของหลี่ จื้อเฉิงก็อันตรธานไปสิ้น  สาเหตุสำคัญในความล้มเหลวของกองทัพหลี่ จื้อเฉิงน่าจะได้แก่การไม่รักษาค่ำมั่นสัญญาต่างๆ  ที่เคยให้ไว้แก่ประชาชน   ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยกเว้นการเก็บภาษี  หรือการได้เป็นเจ้าของที่ดินโดยเท่าเทียมกัน   นอกจากนี้  หลี่ จื้อเฉิงยังไม่สามารถควบคุมทหารของตนให้อยู่ในระเบียบวินัยหลังเข้ายึดครองปักกิ่ง   ปรากฏว่า   ทหารกบฏส่วนใหญ่ออกอาละวาดปล้นฆ่าชาวบ้านทั่วไปในกรุงปักกิ่ง แล้วขนทรัพย์สินและสิ่งของมีค่าไป     มีคนไม่น้อยที่หวังว่า  หลี่  จื้อเฉิงจะอาศัยความร่วมมือจากขุนนางราชสำนักหมิง และเจ้าที่ดินที่ยังมีอิทธิพลอยู่มาก  แต่การณ์กลับตรงกันข้าม   กองทัพของหลี่ จื้อเฉิงกระทำทารุณขุนนางเก่าถึงฆ่าเสีย   ขุนนางชั้นผู้ใหญ่หลายต่อหลายคนในปักกิ่งถึงกับฆ่าตัวตาย   เพราะไม่อาจตอบสนองความเรียกร้องต้องการของทหารกบฏที่ถือว่าตนอยู่ในฐานะผู้พิชิตได้  โดยแม่ทัพนายกองที่รองลงมาจากหลี่ จื้อเฉิงเรียกร้องทั้งเงินและผู้หญิง  ผู้บังคับบัญชาระดับล่างก็เข้ายึดวังของเจ้าแห่งราชวงศ์หมิง แล้วใช้ชีวิตด้วยความสำเริงสำราญ    ส่วนพวกทหาร ก็ออกตระเวนไปตามถนนสายต่างๆ   ฉกฉวยของมีค่าตามบ้านของชาวบ้าน   พฤติการณ์เหล่านี้ตรงกันข้ามกับความประพฤติของกองทัพหลี่ จื้อเฉิงในระยะต้นโดยสิ้นเชิง  

ความประพฤติต่างๆของกองทัพกบฏดังกล่าวนี้ทำให้ “อู๋ ซานกุ้ย”  นายทหารชั้นผู้ใหญ่คนสำคัญของราชวงศ์หมิง ที่ขณะนั้นประจำการอยู่ในด่านซานไห่กวน เลือกร่วมมือกับกองทัพชนเผ่าแมนจูที่มีความเข้มแข็งเกรียงไกร   สาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้อู๋ซานกุ้ยตัดสินใจดังกล่าวคือ  กองทัพชนเผ่าแมนจูให้เกียรติทั้งขุนนางและนายทหารแห่งราชวงศ์หมิงที่ยอมสวามิภักดิ์ โดยแต่งตั้งให้ขุนนางและนายทหารเหล่านี้มียศและตำแหน่งที่ไม่ต่ำกว่าเดิม  

เมื่ออู๋ซานกุ้ยติดต่อกับกองทัพชนเผ่าแมนจูโดยตกลงที่จะร่วมมือกันในการปราบกองทัพของหลี่จื้อเฉิงนั้น  หลี่จื้อเฉิงเองยังไม่รู้เรื่องเลย  จึงเร่งนำทัพตรงไปยังด่านซานไห่กวน  เพื่อบีบบังคับให้อู๋ซานกุ้ยยอมจำนน   เมื่อกองทัพหลี่จื้อเฉิงสู้รบกับกองทัพอู๋ซานกุ้ยอย่างดุเดือด      กองทัพชนเผ่าแมนจูที่ตั้งมั่นอยู่ในพื้นที่ทางด้านเหนือของด่านซานไห่กวนก็ได้รุกลงมาทางใต้    แล้วเข้าโจมตีกองทัพหลี่ จื้อเฉิงที่กำลังสู้รบกับกองทัพอู๋ซานกุ้ยอยู่   ทำให้กองทัพหลี่จื้อเฉิงต้องรีบถอยกลับปักกิ่ง   โดยมีกองทัพของอู๋ซานกุ้ยรุกไล่ตามมา  ทำให้ขวัญกำลังใจของทหาร หลี่ จื้อเฉิงเสื่อมทรามลงอย่างรวดเร็ว   ทั้งๆ ที่มีการประกอบพิธีสถาปนาแม่ทัพหลี่ จื้อเฉิงขึ้นเป็นจักรพรรดิอย่างเป็นทางการในกรุงปักกิ่ง และหลังจากนั้นเพียงวันเดียว   หลี่ จื้อเฉิงพร้อมด้วยแม่ทัพนาย กองของตนก็รีบถอยหนีออกจากกรุงปักกิ่ง พร้อมด้วยทรัพย์สินและของมีค่ามากมาย  กองทัพของหลี่ จื้อเฉิงออกเดินทางไปทางตะวันตก ต่อมาอีกไม่กี่วัน กองทัพชนเผ่าแมนจูและกองทัพของอู๋ ซานกุ้ยก็เคลื่อนเข้าปักกิ่ง  จักรพรรดิของชนเผ่าแมนจูที่ยังเยาว์วัยก็ได้ขึ้นครองราชย์ ณ วังหลวงกู้กง  โดยมีชื่อรัชกาลว่า “ซุ่นจื้อ”    นับเป็นปฐมจักรพรรดิราชวงศ์ชิง ที่ได้ครองราชสมบัติอาณาจักรจีน สืบต่อกันไปสิบรัชกาลจึงสิ้นสุด  

จีน---ประเทศที่มีประวัติศาสตร์ 5 พันปี(25)_fororder_11 (2)

แม้ว่าจักรพรรดิฉงเจิงแห่งราชวงศ์หมิงจะสิ้นพระชนม์ด้วยความสมัครพระทัย และจักรพรรดิซุ่นจื้อแห่งราชวงศ์ชิงจะได้ขึ้นครองราชย์ในกรุงปักกิ่งเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า การต่อต้านทหารของราชวงศ์ชิงเพื่อกอบกู้ราชวงศ์หมิงจะยุติลงโดยสิ้นเชิง  ถึงอย่างไร เจ้าราชวงศ์หมิงก็ยังมีอีกมาก  เมื่อตอนที่หลี่ จื้อเฉิงผู้นำกบฏชาวนายกทัพมุ่งมาพิชิตปักกิ่ง  บรรดาเจ้าแห่งราชวงศ์หมิงพากันอพยพหลบหนีออกจากปักกิ่งไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ   และครอบครองพื้นที่กว้างขวางมากในอาณาจักร    ความสำคัญของราชวงศ์หมิงในฐานะที่ได้ปกครองอาณาจักรสืบต่อกันมาถึงกว่าสองศตวรรษจึงไม่ใช่จะลบล้างได้ง่ายๆ ด้วยการพิชิตกรุงปักกิ่ง 

หลังทหารชนเผ่าแมนจูเข้ายึดครองกรุงปักกิ่ง   ราชวงศ์ชิงได้ประกาศว่า ตนเข้ามาช่วยปราบกบฏ  ขณะเดียวกัน ก็ได้ประกอบพิธีฝังพระศพจักรพรรดิองค์สุดท้ายของราชวงศ์หมิงที่ได้ปลงพระชนม์ชีพองค์เอง    จากนั้น ก็ได้ส่งกองทัพไปพิชิตกองทัพของหลี่ จื้อเฉิงโดยไม่ชักช้า  ด้านหลี่ จื้อเฉิงได้นำทัพของตนมุ่งหน้าไปทางตะวันตกโดยไปตั้งมั่นที่เมืองซีอันในมณฑลส่านซี ซึ่งเป็นฐานที่มั่นแห่งแรกของตนในการก่อกบฏขึ้น   กองทัพของราชวงศ์ชิงจึงตั้งมั่นในมณฑลซานซี  จากนั้น แยกกำลังรบของตนออกเป็นสองส่วน แล้วรุกกระหนาบเข้าพิชิตเมืองซีอันเป็นรูปปากคีบ  กำลังทหารของหลี่ จื้อเฉิงร่อยหรอลงทุกที และก็ไม่มีขวัญกำลังใจที่จะสู้รบกับทหารราชวงศ์ชิงด้วย   ในที่สุด หลี่ จื้อเฉิงก็ต้องรวบรวมกำลังทหารที่ยังเหลืออยู่หนีไปตามแม่น้ำฮั่นสุ่ย   ระหว่างทาง หลี่ จื้อเฉิงถูกฆ่าตาย จะโดยทหารราชวงศ์ชิงหรือชาวนา ไม่เป็นที่ทราบกันแน่ชัด 

(YIM/cai)

  • เสียงข่าวประจำวัน (26-11-2567)

  • สานสัมพันธ์ไทย-จีน (26-11-2567)

  • เสียงคุยกันวันละประเด็น (26-11-2567)

  • เสียงข่าวประจำวัน (25-11-2567)

  • สานสัมพันธ์ไทย-จีน (25-11-2567)

张丹