เป็นที่ทราบกันว่า จีนมีประชากรจำนวนมหาศาล ช่วงหลายพันปีที่ผ่านมา จีนฟันฝ่าต่อสู้กับความยากจนมาตลอด แม้จะอยู่ในยุคที่เจริญรุ่งเรืองในประวัติศาสตร์ ชาวจีนก็ไม่เคยหลุดพ้นจากความยากจนอย่างแท้จริง
ก่อนการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีประชากรยากจนจำนวนมากที่สุดในโลก หลังจากจีนใหม่สถาปนาขึ้น พรรคคอมมิวนิสต์จีนนำชาวจีนต่อสู้กับความยากจนอย่างสุดความสามารถ
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงเคยกล่าวเมื่อปี 2012 ว่า ความหวังที่จะมีชีวิตผาสุกของประชาชน เป็นเป้าหมายการทำงานของพวกเรา เวลานั้น จีนยังมีประชากรยากจน 98,990,000 คน
นอกจากจะเป็นจำนวนมากแล้ว ยังกระจายอยู่ในเขตที่มีความล้าหลังด้านต่างๆ มีความยากลำบากทั้งในด้านการคมนาคม การพัฒนาทางเศรษฐกิจ และภาวะแวดล้อมทางธรรมชาติ
แต่นายสี จิ้นผิงในนามพรรคฯ ให้คำสัญญาต่อประชาชนจีนว่า พวกเราจะสร้างสรรค์สังคมพอกินพอใช้อย่างรอบด้านให้แล้วเสร็จก่อนปี 2020 การเดินบนหนทางมุ่งสู่ความมั่งคั่งร่วมกัน จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังแม้แต่คนเดียว
ถึงปลายปี 2020 จีนหลุดพ้นจากความยากจนโดยสิ้นเชิงจริงๆ ได้บรรลุความฝันของชนชาติจีนในประวัติศาสตร์ และบรรลุคำสัญญาของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่มีต่อประชาชนจีนให้เป็นจริง

ด้วยความพยายามเป็นเวลา 60 ปี ประชากรยากจนในเขตชนบทของจีนจำนวนกว่า 700 ล้านคน หลุดพ้นจากความยากจนทั้งสิ้น พรรคคอมมิวนิสต์จีนรุ่นต่างๆนำประชาชนจีนบรรลุความใฝ่ฝันของทั้งชนชาติในหลายพันปีที่ผ่านมา นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันยิ่งใหญ่ของมนุษย์อีกประการ
โดยเฉพาะในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา การพัฒนาของเศรษฐกิจโลกถูกกระทบอย่างร้ายแรง เนื่องจากการแพร่ระบาดโควิด-19 และปัจจัยทางลบต่างๆ แต่จีนเดินออกจากเงามืดของผลกระทบอันเลวร้ายเหล่านี้ก่อน และหลุดพ้นจากความยากจนตามกำหนดได้
สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถและความพยายามของชาวจีน ในโลกปัจจุบัน คงไม่มีประเทศใดสามารถทำให้ประชากรหลายร้อยล้านคนพ้นจากความยากจนภายในเวลาสั้นๆเช่นนี้ได้ ยกเว้นประเทศจีน
การขจัดความยากจนก็ต้องทำให้เศรษฐกิจจีนเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง ช่วงอดีต เขตชนบทในจีนเคยเป็นเขตที่ถูกมองข้าม และเป็นจุดอ่อนที่สุดของเศรษฐกิจจีน
แต่ปัจจุบัน เนื่องจากโครงการขจัดความยากจนที่นำโดยรัฐบาล และการสนับสนุนของแวดวงต่างๆทางสังคม เขตชนบทของจีนไม่ใช่เขตล้าหลังและไม่เป็นอุปสรรคบนหนทางความเจริญรุ่งเรืองของชนชาติจีนแล้ว
ช่วงอดีต การทำงานในเขตชนบทมีแต่การทำไร่ไถนาหรือเลี้ยงสัตว์เท่านั้น เขตที่มีเงื่อนไขค่อนข้างดี อาจมีการพัฒนาการเกษตรลักษณะพื้นเมือง คงมีคนทำธุรกิจบ้าง แต่ล้วนเป็นธุรกิจขนาดเล็ก
หลังจากรัฐบาลดำเนินโครงการขจัดความยากจน และริเริ่มการพัฒนาความเป็นดิจิตอลในเขตชนบท ทำให้เขตชนบทของจีนเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่เคยมีมาก่อน

นายจาง กั๋วหมิง เกิดในครอบครัวยากจนในอำเภอเสี่ยวจิน เขตอาป้าของมณฑลเสฉวน เขาเคยทำงานบริการส่งอาหารด่วนที่เมืองหางโจว โดยมีรายได้เดือนละ 4,000-5,000 หยวน แต่ขณะนี้ เขากลับไปทำงานเป็นคนส่งอาหารด่วนในบ้านเกิดเสฉวนแล้ว มีรายได้พอๆกัน
สิ่งที่น่าชื่นใจคือ ปัจจุบัน อำเภอเล็กๆจำนวนไม่น้อยก็มีบริการส่งอาหารด่วนแล้ว ผู้ที่หางานทำในเมืองใหญ่จำนวนมาก ช่วงนี้ยอมกลับไปทำงานในบ้านเกิด เพราะมีโอกาสทำงานเช่นเดียวกับในเมืองใหญ่ และอยู่ใกล้บ้าน
นายจาง กั๋วหมิงเล่าว่า ช่วงนี้งานที่บ้านเกิด วันเสาร์อาทิตย์จะมีใบสั่งอาหารกว่า 500 ใบ ซึ่งพอๆกับเมืองหางโจวแล้ว เขาเชื่อว่า ขอแต่มีความพยายาม ทำงานที่บ้านเกิดย่อมจะมีรายได้ไม่แพ้ในเมืองใหญ่
นายเจิ้ง จินเผิง เกิดในชนบทแห่งหนึ่งที่อำเภอฉิงหลง เมืองกุ้ยหยาง มณฑลกุ้ยโจว เคยเป็นผู้ยากจนเช่นกัน เขาเคยทำงานเป็นยามในเมืองกุ้ยหยาง โดยมีรายได้เดือนละ 4,000 หยวน แต่ต้องเฝ้าทั้งคืนทุกวัน
เนื่องจากเป็นห่วงและหวังจะดูแลคุณพ่อที่ป่วยในบ้านเกิด ปีที่แล้ว เขาลางานจากเมืองใหญ่และกลับหางานในบ้านเกิด วันแรกที่ทำงานเป็นผู้ส่งอาหารด่วนบริษัทเหม่ยถวนในบ้านเกิด เจิ้ง จินเผิงก็รับใบสั่งอาหารกว่า 40 ใบ ซึ่งวันเดียวมีรายได้เกือบ 200 หยวน
เจิ้ง จิ้นเผิงนึกไม่ถึงว่า ในอำเภอเล็กๆเช่นนี้ มีร้านอาหารที่เปิดบริการส่งอาหารถึงบ้านจำนวนมากขนาดนี้ ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ร้านอาหารในอำเภอฉิงหลงที่เปิดจำหน่ายออนไลน์โดยร่วมมือกับบริษัทเหม่ยถวน เพิ่มจาก 28 แห่งถึง 168 แห่งแล้ว
นายเจิ้ง จินเผิงเคยส่งอาหารด่วนกว่า 1,700 ครั้งภายในเดือนเดียว ซึ่งมีรายได้กว่า 8,000 หยวนในเดือนเดียว นับเป็นเงินเดือนสูงสุดที่เขาได้รับตั้งแต่ทำงานเป็นต้นมา
บริษัทเหม่ยถวน เป็นบริษัทชื่อดังของจีนที่ให้บริการส่งด่วนและการสั่งซื้อออนไลน์ ซึ่งร่วมมือกับร้านอาหารต่างๆ สถิติจากสำนักงานบรรเทาความยากจนคณะรัฐมนตรีจีนและบริษัทเหม่ยถวนแสดงว่า ระหว่างปี 2013-2020 บริษัทเหม่ยถวนได้สร้างโอกาสทำงานผู้ส่งอาหารด่วนแก่ 9,560,000 คน
ในจำนวนนี้ มีผู้เป็นประชากรยากจนจำนวน 6 แสนคน หลายปีมานี้ เนื่องจากวิสาหกิจที่ยอมบุกเบิกธุรกิจในเขตชนบทเพิ่มมากขึ้นอย่างคึกคัก จึงช่วยเหลือผู้คนในเขตชนบทหลุดพ้นจากความยากจนโดยตรงเป็นจำนวนมาก

ช่วงอดีต เขตชนบทต่างๆของจีน โดยเฉพาะภาคกลางและภาคตะวันตก มีสภาพการพัฒนาค่อนข้างล้าหลัง ผู้คนในเขตเหล่านี้ยอมไปหางานทำในเมืองใหญ่มากกว่า
คนส่งพัสดุด่วน คนทำงานเป็นแม่บ้าน บริกรในร้านอาหารหรือร้านค้าต่างๆในเมืองใหญ่ๆ มีจำนวนมากที่มาจากเขตชนบทเหล่านี้ พวกเขาทำงานในต่างถิ่นตลอด ส่วนใหญ่ต้องรอถึงเทศกาลตรุษจีนจึงได้กลับบ้านเกิดสักครั้ง แต่ปัจจุบัน สภาพเช่นนี้กำลังเปลี่ยนแปลง
ปัจจุบัน เนื่องจากเขตชนบทในท้องที่ต่างๆเพิ่มโอกาสการมีงานทำมากขึ้นทุกวัน ผู้คนจึงยินยอมกลับไปหารายได้ที่บ้านเกิดมากยิ่งขึ้น อย่างเช่น การที่มีร้านอาหารเปิดให้สั่งออนไลน์และบริการส่งอาหารถึงบ้านมีมากขึ้น จึงต้องการคนทำงานส่งอาหารเป็นจำนวนมาก
ปี 2020 อำเภอที่หลุดพ้นความยากจนของจีนมีผู้ประกอบอาชีพส่งอาหารด่วนถึง 103,000 คน เพิ่มขึ้น 42% เมื่อเทียบกับปี 2019 และผู้คนเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นวัยหนุ่มสาวที่มีอายุ 20-30 ปี
คนหนุ่มสาวนิยมกลับไปทำงานที่บ้านเกิดมากยิ่งขึ้น ก็ต้องนำการเปลี่ยนแปลงใหม่แก่เขตเหล่านี้แน่นอน เพราะพวกเขามีความรู้ มีความฝัน และมีความคิดสร้างสรรค์
ในหมู่คนหนุ่มสาวเหล่านี้ มีจำนวนไม่น้อยเลือกบุกเบิกเป็นเจ้าของธุรกิจเอง เนื่องจากมีกำลังรุ่นใหม่เช่นนี้ เขตชนบทต่างๆของจีนจึงกำลังเข้าสู่หนทางที่เจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว
Yim/Sun


