การประชุมครั้งที่ 2 เพื่อพัฒนาการคมนาคมอย่างยั่งยืนของโลกแห่งสหประชาชาติได้สิ้นสุดลงที่กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ระหว่างการประชุมครั้งนี้ ผู้ที่ร่วมประชุมจากแวดวงต่าง ๆ พากันชื่นชมจีนพัฒนาการคมนาคมที่ยั่งยืน ตลอดจนข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางซึ่งได้แสดงบทบาทสำคัญในการผลักดันการเชื่อมโยงด้านการคมนาคมของประเทศต่าง ๆ
นายโธมัส สตรัป มอลเล่อร์ เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศจีนระบุว่า ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา จีนดำเนินการก่อสร้างเครือข่ายสาธารณูปโภคด้านการคมนาคมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีน นอกจากนี้ จีนให้ความสำคัญในการพัฒนารถยนต์พลังงานสะอาด จำนวนรถยนต์พลังไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล้วนเป็นปฏิบัติการของจีนในการพัฒนาการคมนาคมที่ยั่งยืน
นายเอมเมอร์สัน มนันกากวา ประธานาธิบดีซิมบับเว ได้ประเมินค่าอย่างสูงต่อข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีน ที่ช่วยผลักดันการเชื่อมโยงการคมนาคมระหว่างประเทศต่าง ๆ โดยระบุว่า ข้าพเจ้าขอบคุณข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีนอย่างสุดซึ้ง เนื่องเพราะมาตรการที่มีวิสัยทัศน์นี้กำลังผลักดันการสร้างสรรค์สาธารณูปโภคของทวีปแอฟริกา เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ด้านนายหลี่ เสี่ยวเผิง รัฐมนตรีกระทรวงการคมนาคมและการขนส่งของจีนระบุว่า การคมนาคมที่ยั่งยืนมีบทบาทสำคัญต่อการต่อสู้โควิด-19 การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ เพิ่มพูนความสุขของมนุษย์ และบรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืนแท้จริง จีนปฏิบัติแนวคิดการพัฒนาใหม่เพื่อสร้างนวัตกรรม ประสานงาน สีเขียว เปิดกว้าง และแบ่งปัน จีนให้ความสำคัญในการพัฒนาการคมนาคมที่ยั่งยืน และจะเข้าร่วมการบริหารจัดการการคมนาคมของโลกอย่างแข็งขันต่อไป(Yim/Zhou)


