ปธน.จีนชี้แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจจีนสู่อนาคตที่สดใส (2)

2022-07-27 13:33:23 | CRI
Share with:

ขณะนี้ จีนกำลังเผชิญกับความท้าทายที่ยากลำบากในการส่งเสริมการปฏิรูป การพัฒนา และการรักษาเสถียรภาพ เนื่องจากสถานการณ์ระหว่างประเทศที่เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงและการระบาดของโควิด-19ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบศตวรรษที่ผ่านมากำลังทำให้โลกเข้าสู่ความปั่นป่วนรอบใหม่

ภายใต้ภูมิหลังเช่นนี้ นายสี จิ้นผิง เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และประธานาธิบดีจีน ได้เน้นย้ำถึงการพัฒนาที่มี่คุณภาพและความปลอดภัยในระดับสูง จีนกำลังใช้ความพยายามเพื่อสร้างอนาคตที่สดใสของเศรษฐกิจ

ก่อนอื่น จีนพยายามรักษาความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ   

เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่สลับซับซ้อนทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ  จีนได้เน้นปกป้องความปลอดภัยของสาขาเศรษฐกิจสำคัญ เพื่อสร้างหลักประกันแก่การพัฒนาที่มีคุณภาพ  ช่วงเวลาที่ผ่านมา ตลาดพลังงานและธัญพืชทั่วโลกประสบกับความผันผวนที่รุนแรง ทำให้เกิดแรงกดดันต่ออุปทานภายในประเทศและเสถียรภาพด้านราคา   

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงกล่าวในการประชุมกิจการด้านเศรษฐกิจส่วนกลาง ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ. 2021 ว่า  “สำหรับประเทศใหญ่เช่นจีน การรับประกันอุปทานของสินค้าหลักเป็นประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เราต้องเสริมความแข็งแกร่งให้กับการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อประกันความมั่นคงด้านอุปทาน”   

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ชี้ว่า ความมั่นคงด้านอาหารมีความสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติ  และย้ำว่า ทุกฝ่ายต้องไม่มองข้ามปัญหาความมั่นคงด้านอาหาร   

ช่วงที่ผ่านมา จีนได้ดำเนินมาตรการหลายประการ เพื่อมั่นใจว่า ผลผลิตธัญพืชในปีนี้จะเกิน 650 ล้านตัน ปัจจุบัน พื้นที่ปลูกข้าวสาลีฤดูหนาวในจีนยังคงทรงตัวอยู่ที่ 330 ล้านหมู่ (22 ล้านเฮกตาร์) จึงเป็นรากฐานที่ดีสำหรับการเก็บเกี่ยวในฤดูร้อนปีนี้

เนื่องจากพลังงานเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาความปลอดภัยด้านอุปทานทางพลังงานของประเทศ  

เพื่อประกันความมั่นคงด้านพลังงาน จีนจะเพิ่มกำลังการผลิตถ่านหินอีก 300 ล้านตันภายในปีนี้  การสำรวจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจะได้รับการสนับสนุนมากขึ้น  และจะมีการเร่งสร้างสถานีกำเนิดไฟฟ้าพลังงานลมขนาดใหญ่และสถานีกำเนิดไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์  นอกจากนี้ การนำเข้าถ่านหินจะได้รับการยกเว้นภาษีระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคมปีนี้ ถึง 31 มีนาคมปีหน้า  

จีนยังมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และส่งเสริมการพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยี เครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ C919 ที่จีนพัฒนาขึ้นด้วยตนเองนั้นเป็นตัวอย่างที่ดี 

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงกล่าวในระหว่างการเยือนบริษัทเครื่องบินพาณิชย์แห่งประเทศจีน (COMAC) เมื่อ 8 ปีที่แล้วว่า “เราจะต้องมีเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ของเราเอง” 

นักวิจัยจีนได้ใช้ความพยายามเต็มที่ เพื่อเอาชนะปัญหาทางเทคนิคต่างๆในการผลิตเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่     เครื่องบินโดยสาร C919 ลำแรกที่จะส่งมอบได้เสร็จสิ้นการบินทดสอบครั้งแรกด้วยความสำเร็จเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา   

โครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จีนให้ความสำคัญเป็นพิเศษ  

เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงกล่าวเน้นในการประชุมคณะกรรมการด้านการเงินและเศรษฐกิจส่วนกลางครั้งที่ 11 ว่า ต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน  เพื่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยภายในประเทศ โครงสร้างพื้นฐานเป็นเสาหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องประสานงานด้านการพัฒนาและความมั่นคง  พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผน การจัดโครงสร้าง การใช้งาน  และรูปแบบการพัฒนาของโครงสร้างพื้นฐาน

เมื่อวันที่ 29 เมษายน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ย้ำถึงความสำคัญในการส่งเสริมการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานอย่างครอบคลุมอีกครั้งหนึ่งระหว่างการประชุมกรมการเมืองของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน

หลังจากนั้น หน่วนงานส่วนกลางและหน่วยงานส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ  มีการกำหนดแผนและพิมพ์เขียวเกี่ยวกับการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ยังเป็นจุดอ่อนให้ทันสมัยขึ้นอย่างเป็นขั้นตอน  โดยเร่งดำเนินโครงการขนาดใหญ่ 102 โครงการที่ได้กำหนดไว้ในแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ฉบับที่ 14 (ค.ศ. 2021-2025) 

จากเงินลงทุน 8 แสนล้านหยวนที่จัดสรรสำหรับดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำในปีนี้  มีการลงทุนไปแล้ว 195,800 ล้านหยวนตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเมษายน เพิ่มขึ้น 45.5% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีที่แล้ว  

ในขณะเดียวกัน จีนมุ่งมั่นที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีและดิจิทัล เพื่อปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจให้ดีขึ้นและส่งเสริมการสร้างพลังขับเคลื่อนใหม่ทางเศรษฐกิจ  

ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้  สถานี 5G ในประเทศซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลดิจิทัลมีจำนวนเพิ่มขึ้นประมาณ 134,000 แห่ง ทำให้ยอดรวมอยู่ที่เกือบ 1.56 ล้านแห่ง เมื่อต้นปีนี้ จีนได้เริ่มดำเนินโครงการสร้างศูนย์กลางการประมวลผลระดับชาติ 8 แห่งและศูนย์รวมข้อมูลระดับประเทศ 10 แห่ง เพื่อยกระดับความสามารถโดยรวมในการประมวลผลและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร       

การเสริมสร้างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างรอบด้านและการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยของจีนนั้นได้คำนึงถึงความต้องการระยะสั้นและเป้าหมายในระยะยาว เป็นการวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับการพัฒนาในอนาคตและเป็นโอกาสดีสำหรับการสร้างนวัตกรรมทางเทคโนโลยีด้วย

  

(YIM/cai)

  • เสียงข่าวประจำวัน (17-08-2565)

  • สานสัมพันธ์ไทย-จีน (17-08-2565)

  • เสียงคุยกันวันละประเด็น (17-08-2565)

  • เสียงข่าวประจำวัน (16-08-2565)

  • สานสัมพันธ์ไทย-จีน (16-08-2565)