จีนเดินหน้าสร้าง “ห้องให้นมลูก” ในที่สาธารณะ

2022-08-24 09:39:35 | CMG
Share with:

สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ การเลี้ยงลูกอ่อนนอกบ้าน คงจะไม่ใช่เรื่องสนุกแน่ๆ  ไหนจะต้องหาที่เปลี่ยนผ้าอ้อม  หาที่ให้นมลูก พ่อแม่ชาวจีนหลายคนจึงเลือกที่จะไม่พาลูกออกไปนอกบ้าน  หรือถ้าจำเป็นจริงๆ ก็จะต้องวางแผนการใช้ชีวิตนอกบ้านให้ดี  เปิดแอพแผนที่เค้นหาพิกัด “ห้องดูแลเด็กอ่อนและห้องให้นมลูก” ไว้ก่อน

แต่ความยุ่งยากต่างๆ เหล่านี้ จะค่อยๆ หมดไป เพราะเมืองใหญ่หลายเมืองของจีนมีการส่งเสริมให้มีการสร้างดูแลเด็กอ่อนในที่สาธารณะมากขึ้น  ล่าสุด เมืองเมืองกวางโจว  มณฑลกวางตุ้ง เพิ่งประกาศความสำเร็จในการสร้างห้องดูแลเด็กอ่อนในสถานที่สาธารณะทั่วเมือง  ซึ่งสร้างไปแล้วกว่า 1,300 แห่ง เป็นเมืองแรกของจีนที่มีห้องดูแลเด็กอ่อนครอบคลุมพื้นที่สาธารณะ ทั้ง สถานีขนส่ง  สนามบิน  ห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะต่างๆ  และยังได้ปักหมุดให้ข้อมูลจุดที่มีห้องดูแลเด็กอ่อนเอาไว้ในแผนที่ดิจิทัล ให้คุณพ่อคุณแม่ค้นหาได้อย่างสะดวก

โดยห้องดูแลเด็กอ่อนในกวางโจว จะตั้งอยู่ติดกับห้องน้ำ ในโซนของเล่นหรือโซนสำหรับเด็ก มีขนาดตั้งแต่     3 -20 ตารางเมตร  ตกแต่งอย่างสวยงาม ทันสมัยและ มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครันสำหรับให้คุณแม่เปลี่ยนผ้าอ้อม ให้นมลูก เช่น  โต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อม อ่างอาบน้ำเด็ก ไมโครเวฟสำหรับอุ่นนม

ย้อนไปก่อนหน้านี้ประมาณ 3 ปี เมื่อปีค.ศ.2019 จีนมีห้องดูแลเด็กอ่อนประมาณ 2,600 แห่ง ซึ่งมีอยู่เฉพาะในเมืองใหญ่ อย่างปักกิ่ง  เซี่ยงไฮ้  กวางตุ้ง  จากนั้นเริ่มมีการรณรงค์ขับเคลื่อนเรื่องนี้ ซึ่งจะเกิดประโยชน์ทั้งกับเด็ก  พ่อแม่ และ ประเทศ

ประโยชน์ที่เด็กได้รับ  คือ เด็กจะได้ไปใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น  ได้ดื่มนมแม่ซึ่งมีสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง  ช่วยเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ

ประโยชน์ที่พ่อแม่ได้รับ คือ  พ่อแม่ไม่กล้ว เกร็ง และกล้าที่จะอุ้มลูกน้อยไปใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น สร้างบรรยากาศครอบครัวนอกบ้านที่พ่อแม่ไม่ต้องเคร่งเครียดจนเกินไป  และยังได้ใช้ชีวิต ทำงาน ควบคู่ไปกับการได้ดูแลลูกอย่างใกล้ชิด

ดังนั้นสิ่งที่สังคมจีนจะได้รับ คือ สภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรสำหรับครอบครัว ทำให้คุณภาพชีวิตของครอบครัวชาวจีนดีขึ้น  ช่วยสร้างบรรยากาศการเดินทาง การใช้ชีวิตนอกบ้าน และยังสอดคล้องกับนโยบาย “การมีลูก 3 คน (China's three-child policy)” ที่รัฐบาลประกาศในปี ค.ศ.2021  ส่งเสริมการมีลูก เพื่อแก้ปัญหาประชากรเด็กเกิดใหม่ที่ยังมีจำนวนน้อยกว่าเป้าหมาย  และยังสอดรับกับแผนการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ปีค.ศ.2021-2025 ของหน่วยงานสาธารณสุขของจีนด้วย


บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย

ข้อมูลอ้างอิง และ ภาพ : CGTN

  • สานสัมพันธ์ไทย-จีน (27-01-2566)

  • เสียงข่าวประจำวัน (27-01-2566)

  • เสียงคุยกันวันละประเด็น (27-01-2566)

  • เสียงข่าวประจำวัน (26-01-2566)

  • สานสัมพันธ์ไทย-จีน (26-01-2566)