การแข่งขันทางเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ

2022-12-01 13:16:46 | CRI
Share with:

เมื่อ 20 ปีก่อน นักวิชาการจีนศึกษามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเคยออกบทวิเคราะห์ว่าจีนเป็นประเทศที่อาศัยการท่องจำ ได้แค่เพียงลอกเลียน แต่ไร้ความสามารถในการสร้างนวัตกรรม

ผ่านไป  20 ปี  เมื่อเร็วๆ นี้ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์และสถาบันเคนเนดี้มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดร่วมกันประกาศรายงานฉบับใหม่ในหัวข้อ “การแข่งขันความยิ่งใหญ่ด้านเทคโนโลยี:การประลองระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาในศตวรรษที่ 21 ”

รายงานระบุว่า การพัฒนาอันใหญ่หลวงของอุตสาหกรรมการผลิตจีนได้ผลักดันการพัฒนาการวิจัยการผลิตอย่างมาก ปัจจุบัน จีนขึ้นมาแทนที่สหรัฐฯ กลายเป็นประเทศผู้ผลิตนิวไฮเทคอันดับ 1 ของโลก ปี 2020 จีนผลิตคอมพิวเตอร์ 250 ล้านเครื่อง รถยนต์ 25 ล้านคันและสมาร์ทโฟน150 ล้านเครื่อง

รายงานชี้ให้เห็นว่า จีนกลายเป็นอันดับหนึ่งของโลกในหลายด้าน และอาจจะแซงหน้าสหรัฐฯ ในนิวไฮเทคแนวหน้าบางอย่าง

ด้านปัญญาประดิษฐ์ รายงานระบุ เทคโนโลยีเสียงและภาษา บริษัทจีนกำลังแซงหน้าสหรัฐฯ ในเกือบทุกภาษาซึ่งรวมถึงภาษาอังกฤษ บริษัท “เคอต้าสวี้นเฟย”(科大讯飞)ของจีนมีผู้ใช้บริการ 700 ล้านคน เกือบ 2 เท่าของผู้ใช้ Siri ของบริษัทแอปเปิ้ล

ด้านเทคโนโลยีการเงิน วีแชทเพย์มีผู้ใช้ชาวจีนจำนวนกว่า 900 ล้านคน ส่วนแอปเปิ้ลเพย์มีผู้ใช้เพียง 44 ล้านคน ปัจจุบัน ชาวอเมริกันกว่า 2 ใน 3ยังใช้บัตรเครดิตจ่ายเงินในรายการสำคัญ ขณะที่การจ่ายเงินด้วยสมาร์ทโฟนเป็นวิธีจ่ายเงินอันดับแรกของชาวจีนกว่า 900 ล้านคน ยอดการจ่ายเงินด้วยสมาร์ทโฟนของจีนมากกว่าสหรัฐฯ 150 เท่า ปี 2020 สูงถึง 42 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

รายงานได้อธิบายนัยสำคัญของตัวเลขดังกล่าวว่า การค้าเหล่านี้จะทำให้เกิดข้อมูลมหาศาลเกี่ยวกับ

การบริโภคส่วนบุคคล และจะนำไปใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีการเงิน

ด้านปัญญาประดิษฐ์ รายงานชี้ให้เห็นว่า สิทธิบัตรในด้านนี้ของจีนมากกว่าสหรัฐฯ 6 เท่า จนถึงปี 2025  วิทยานิพนธ์เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ที่ถูกนำไปอ้างอิงของสหรัฐฯ จะลดลงมาเป็นอันดับ 2 ขณะที่จีนจะอยู่อันดับ 1

ด้านระบบ 5G รายงานยอมรับว่า จีนเป็นตลาด 5G ที่ใหญ่ที่สุดของโลก จนถึงปี 2020 การเชื่อมต่อ 5G ของจีนเป็นสัดส่วน 87% ของทั่วโลก

รายงานชี้ว่า ดัชนีสำคัญเกือบทั้งหมดล้วนคาดว่าจีนจะเป็นผู้นำระบบ 5G

ในอนาคต จนถึงสิ้นปี 2020 จีนมีผู้ใช้ 5G จำนวน 150 ล้านคน สหรัฐฯ มีเพียง 6 ล้านคน จีนมีฐาน 5G จำนวน 700,000 แห่ง สหรัฐฯ มีเพียง50,000 แห่ง  ความเร็ว 5G  ของจีนคือ 300Mbps สหรัฐฯ อยู่ที่60Mbps

จีนเริ่มนำเทคโนโลยี 5G ไปใช้ในด้านต่างๆ เช่นโรงงานอัจฉริยะ อุตสาหกรรมการผลิตและการผ่าตัดทางไกล 5G รายแรกของโลก

ด้านการคำนวณควอนตัม รายงานระบุว่า จีนแซงหน้าสหรัฐฯ ในหลายด้านของวิทยาศาสตร์คอวนตัม รวมถึง คอมพิวเตอร์ควอนตัม การสื่อสารควอนตัม และการสำรวจระยะไกลไกล ปัจจุบันจีนมีการลงทุนในด้านนี้มากกว่าสหรัฐฯ 4 เท่า

คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่วิจัยผลิตโดยมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจีน เร็วกว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมของกูเกิ้ล 10,000,000,000 เท่าในการคำนวณบางชนิด จึงครอง “ความเป็นเจ้าโลกด้านควอนตัม”ในปัจจุบัน

ผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งชี้ว่าในอนาคต สหรัฐฯ คงไม่สามารถดักฟังการสื่อสารของรัฐบาลและทหารจีนอีก 

4.ด้านชิป แม้สหรัฐฯ ยังครองความเป็นเจ้า แต่มีการลงทุนไม่พอ สมาคมอุตสาหกรรมกึ่งตัวนำสหรัฐฯ คาดว่า 10 ปีข้างหน้า จีนจะกลายเป็นประเทศผู้ผลิตชิปที่ใหญ่ที่สุดของโลก ครองสัดส่วน 24% ของตลาดโลก

5.ด้านเทคโนโลยีพลังงานสีเขียวหรือพลังงานหมุนเวียน ปัจจุบัน จีนเป็นประเทศสำคัญด้านการผลิตอุปกรณ์พลังงานหมุนเวียน ปี 2000 แผงโซล่าเซลล์ที่จีนผลิตนั้นยังไม่ถึง 1% ของยอดการผลิตทั่วโลก แต่ปัจจุบัน  70% ของโลกมาจากจีน ขณะเดียวกัน สัดส่วนของสหรัฐฯ ลดลงจาก 30% ในปี 2000 เหลือเพียง 1% ในปัจจุบัน นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สั่นสะเทือนมาก

ปัจจุบัน บริษัทผลิตกังหันลมที่ใช้ผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ 10 อันดับแรกของโลกนั้น มี 4 บริษัทที่เป็นของจีน ครองสัดส่วน 40% ของตลาดโลก ขณะที่สัดส่วนในตลาดโลกของสหรัฐฯ มีเพียง12% รายงานยังคาดว่า จนถึงปี 2028 ยอดการผลิตรถยนต์พลังไฟฟ้าของจีนจะมากกว่าสหรัฐฯ 6 เท่า

  • เสียงข่าวประจำวัน (28-01-2566)

  • เกาะกระแสจีน (28-01-2566)

  • สานสัมพันธ์ไทย-จีน (27-01-2566)

  • เสียงข่าวประจำวัน (27-01-2566)

  • เสียงคุยกันวันละประเด็น (27-01-2566)