"วันผู้นำเขตและอำเภอพบชาวบ้าน"– เส้นทางสี จิ้นผิง (47)

2023-08-17 07:55:30 | CMG
Share with:

วันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ. 1988 ณ โรงเรียนพรรคของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำอำเภอเสียผู่ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาหลงโส่วเขตหนิงเต๋อเต็มไปด้วยผู้คนที่เดินเข้าออกขวักไขว่  ทางการเขตหนิงเต๋อกำลังจัดกิจกรรม"วันผู้นำเขตและอำเภอพบชาวบ้าน"ครั้งแรกที่นี่ โดยมีนายสี จิ้นผิง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเขตหนิงเต๋อในขณะนั้นเป็นหัวหน้าทีมจัดงาน

นางซู ซุ่ยอิง หญิงวัยกลางคนเล่าความเดือดร้อนของเธอให้นายสี จิ้นผิงฟังว่า เมื่อไม่กี่ปีก่อนแผนกกิจการไต้หวันของอำเภอสร้างบ้านริมแม่น้ำใกล้กับบ้านของเธอ เป็นเหตุทำให้ร่องน้ำแคบลง เกิดการทับถมของดินตะกอนและอุดตัน เมื่อเดือนกันยายนปีนี้ น้ำท่วมที่เกิดจากฝนตกหนักไหลเข้าบ้านของเธอ ทำให้ครอบครัวของเธอได้รับความเสียหายอย่างหนัก

"คุณต้องการอะไร? คุณเคยรายงานไปยังแผนกที่เกี่ยวข้องแล้วหรือยัง?" แผนกกิจการไต้หวันของอำเภอได้รับอนุมัติให้สร้างบ้านหรือไม่? " นายสี จิ้นผิง ถามอย่างละเอียด

นายสี จิ้นผิงเสนอว่าขอไปตรวจดูที่บ้านของนางซู ซุ่ยอิง และจะลงความเห็นสำหรับจัดการเรื่องนี้ในทันที

จากนั้นไม่นาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชดเชยให้นางซู ซุ่ยอิงและได้ขุดลอกร่องน้ำ นางซู ซุ่ยอิงรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณจนถึงทุกวันนี้

ในวันนั้น นายสี จิ้นผิง ซึ่งป่วยเป็นหวัดอย่างหนัก มีอาการจามและมีน้ำมูกไหลตลอดเวลา แต่เขาร่วมกับเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ยืนหยัดที่จะจัดงานพบปะต้อนรับชาวบ้านตลอดทั้งวันจนสร็จสิ้นภารกิจ

ขณะนายสี จิ้นผิงเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเขตหนิงเต๋อนั้น ผลิตภัณฑ์มวลรวมของเขตหนิงเต๋ออยู่อันดับสุดท้ายของมณฑล และเป็น 1 ใน 18 พื้นที่ยากจนข้นแค้นที่ติดต่อกันเป็นบริเวณกว้างของประเทศ ชาวบ้านมีความคาดหวังสูงต่อการขจัดความยากจนโดยเร็วที่สุด แต่พื้นฐานเศรษฐกิจของท้องถิ่นอยู่ในภาวะที่ล้าหลัง จึงเป็นการยากที่จะตอบสนองความต้องการในการพัฒนาอย่างรวดเร็วทันทีได้ นอกจากนี้ ทัศนคติของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านจำนวนหนึ่งก็อยู่ในสภาวะ “อับจน” ปัญหาเก่าบางอย่างยังแก้ไขไม่ทัน ปัญหาใหม่ ๆ ก็โผล่มาเรื่อย ๆ  ทำให้ความขัดแย้งในสังคมเพิ่มมากขึ้น การร้องเรียนร้องทุกข์จากชาวบ้านจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  โดยปริมาณการร้องเรียนมีมากเป็นอันดับหนึ่งของมณฑล

นายสี จิ้นผิงเห็นว่า เจ้าหน้าที่ระดับผู้นำต้องใช้ปฏิบัติการเชิงรุกลงพื้นที่รากหญ้าเพื่อรับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านโดยตรง ฟังเสียงของประชาชน และทำความเข้าใจกับความปรารถนาของประชาชน  “จุดประสงค์ในงานของเราคือรับใช้ประชาชน ไม่เพียงแต่ต้องรับผิดชอบต่อระดับบนเท่านั้น แต่ยังต้องรับผิดชอบต่อประชาชนด้วย เพื่อประกันความเป็นเจ้าของประเทศของประชาชน”

คำบรรยายภาพ : นายสี จิ้นผิงกำลังลงพื้นที่สำรวจข้อเท็จจริงในอำเภอเสียผู่ เขตหนิงเต๋อ มณฑลฝูเจี้ยน เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ค.ศ. 1988

ตามสถิติหลังจากกิจกรรมสิ้นสุดลงในวันนั้นพบว่า มีชาวบ้านเข้ามายื่นคำร้อง 102 คน ได้รับเรื่องร้องเรียนในประเด็นต่างๆ 86 เรื่อง โดย 12 เรื่องได้รับอนุมัติแก้ไข สำหรับบางปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ในทันทีนั้น นายสี จิ้นผิงก็จะตกลงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า จะนัดหมายหน่วยงานเหล่านั้นมาออกพื้นที่พร้อมกัน ณ สถานที่เดียวกันในวันเวลาใด ด้วยวิธีนี้ก็จะสะดวกกับชาวบ้านเป็นอย่างมาก

คืนนั้น นายสี จิ้นผิงไตร่ตรองอย่างละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า เนื่องจากมีผู้มาร้องเรียนจำนวนมาก ควรสร้างระบบที่เป็นมาตรฐานเพื่อให้ประชาชนนอกจากมีความพึงพอใจแล้วยังสามารถเข้าหาหน่วยงานภาครัฐได้สะดวกด้วย

ในเวลานั้น การจราจรทางตะวันออกของมณฑลฝูเจี้ยนไม่สะดวก ถนนในหมู่บ้านบนภูเขาห่างไกลมีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อ ชาวบ้านที่มีธุระกับหน่วยงานรัฐบางทีต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งวัน

 “เจ้าหน้าที่เราลงไปโดยตรงเพื่อรับเรื่องร้องเรียนย่อมดีกว่าปล่อยให้ประชาชนเดินทางเข้ามาหาเราอย่างยากลำบาก เราใช้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไม่กี่คน แต่ชาวบ้านที่จะมาพบเรามีจำนวนมาก” สี จิ้นผิงกล่าว

ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนและสำนักงานบริหารประจำเขตหนิงเต๋อได้ทำการศึกษาค้นคว้าและจัดทำ "ระบบว่าด้วยเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่สัญจรลงพื้นที่รากหญ้าเพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน"  โดยแยกเป็น "วันเลขาธิการนัดพบประชาชน" และ "วันผู้อำนวยการสำนักงานบริหารต้อนรับประชาชน" ตามลำดับ ซึ่งกำหนดให้สมาชิกคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเขตหนิงเต๋อและรองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารเขตหนิงเต๋อผลัดกันเป็นผู้นำหัวหน้าหน่วยงานระดับเขตที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่รากหญ้าเพื่อรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนร่วมกับผู้นำพรรคและหน่วยงานภาครัฐในท้องถิ่น

หลังจากเปิดตัวระบบนี้แล้ว วันที่ผู้นำทั้งสามระดับอันได้แก่เขต  อำเภอและตำบลร่วมกันรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 20 ของทุกเดือนนั้นถูกเรียกว่า "วันบริการ" และ "วันข้าราชการผู้รับใช้ประชาชน "  ยังมีชาวบ้านจำนวนหนึ่งเรียกวันนี้ว่า  "เทศกาลเชื่อมหัวใจ "

ตามสถิติเมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 1990 ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ระดับกรมและฝ่าย 278 คนเคยร่วมลงพื้นที่อำเภอและตำบลเพื่อรับเรื่องร้องเรียน  รับรองประชาชนผู้มาเยือน 2,339 คน รับปัญหาต่างๆ ไว้พิจารณาและดำเนินการ 1,601 รายการ  สามารถตัดสินใจและแก้ไขในทันที 584 รายการ คิดเป็น 36.5%  มีการฟ้องร้องคดีในเขตหรืออำเภอ 1,017 คดี  ซึ่งมี 934 คดีได้รับการคลี่คลาย คิดเป็น 91.8%

กลไกการทำงาน"การลงพื้นที่รากหญ้า 4 ประการ"ของหนิงเต๋อได้รับความสนใจและตอบสนองอย่างกว้างขวางจากทั้งมณฑล ผู้อำนวยการฝ่ายรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์จากท้องที่ต่างๆพากันมาที่หนิงเต๋อเพื่อสังเกตการณ์และเรียนรู้แนวทางปฏิบัติที่ได้ผลดีเป็นที่ประจักษ์ ณ ที่ทำการ ระบบนี้ไม่เพียงแต่ส่งเสริมรูปแบบการทำงานที่ดีเท่านั้น แต่ยังเป็นช่องทางสำคัญสำหรับเจ้าหน้าที่ในการทำความเข้าใจสถานการณ์ของหมู่บ้านและความคิดเห็นของประชาชน รวมถึงร่วมกันหารือและแก้ไขปัญหาจากการพัฒนาด้วย

"กุญแจสำคัญในการบรรลุความมั่นคงแห่งชาติอยู่ที่การสร้างความอยู่เย็นเป็นสุขให้กับประชาชน การทำให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขได้นั้นจำต้องเข้าใจความทุกข์ยากของพวกเขา" เมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 1990  นายสี จิ้นผิงได้เขียนบทความเรื่อง "ใกล้ชิดกับประชาชนด้วยใจ – พูดคุยเกี่ยวกับการทํางานรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์สำหรับผู้นําภายใต้สถานการณ์ใหม่"โดยระบุว่า "เราส่งเสริมให้ผู้นำทุกระดับมอบหมายงานลงพื้นที่รากหญ้าพร้อมปัญหาที่รอการแก้ไข เพื่อทำความเข้าใจมูลเหตุของปัญหาอย่างถ่องแท้และหาวิธีการจัดการที่ถูกต้อง ผ่านการเจาะลึกลงไปถึงรากหญ้าและยกระดับประสิทธิภาพการแก้ปัญหาของหน่วยนำ จะเอื้อต่อการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอและขจัดความขัดแย้งในระยะแรกเริ่ม ขณะเดียวกัน เราต้องแข็งขันทำงานให้ดีในการประชาสัมพันธ์ รณรงค์ และศึกษาความคิดของมวลชน ปรับปรุงรูปแบบการทำงานของผู้นำทุกระดับ เพื่อให้หลักการและนโยบายของพรรคสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างแท้จริง"

IN/LU

 

  • เสียงข่าวประจำวัน (14-07-2567)

  • เสียงข่าวประจำวัน (13-07-2567)

  • เกาะกระแสจีน (13-07-2567)

  • เสียงข่าวประจำวัน (12-07-2567)

  • สานสัมพันธ์ไทย-จีน (12-07-2567)