
ช้างแฝดเพศผู้คู่นี้กำลังเล่นกับแม่ที่สถานเลี้ยงช้างกำพร้าพินนาวาลา ในศรีลังก ช้างแฝดคู่นี้เกิดในค.ศ. 2021 เป็นช้างแฝดคู่แรกที่เกิดในศรีลังกาในรอบกว่า 80 ปีที่ผ่านมา สถานเลี้ยงช้างกำพร้าพินนาวาลา ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1975 เพื่อช่วยเหลือและดูแลช้างที่ถูกทอดทิ้งหรือได้รับบาดเจ็บ (ภาพ)
“หยดน้ำตาแห่งมหาสมุทรอินเดีย” เป็นสิ่งที่ทุกคนเปรียบเปรยศรีลังกา ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการ ปัจจุบัน ศรีลังกามีช้างป่าประมาณ 7,500 เชือก และช้างเลี้ยง 200 เชือก จึงได้รับสมญานามว่า เป็น “อาณาจักรช้าง”


อุทยานแห่งชาติมินเนอริยาในศรีลังกา(ภาพ)
ช้างศรีลังกา มีความสูง 2.6-3.4 เมตร และหนัก 3-7 ตัน ผลการวิจัยล่าสุดแสดงให้เห็นว่า ช้างศรีลังกามีขนาดเล็กกว่าช้างแอฟริกาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

พนักงานกำลังอาบน้ำให้พวกช้างในสถานเลี้ยงช้างกำพร้าปินนาวาลา (ภาพ)
ในศรีลังกา มีคนจำนวนไม่น้อยที่เลี้ยงช้างไว้ ศรีลังกาจึงได้บัญญัติกฎหมายเพื่อเสริมสร้างการอนุรักษ์ช้าง โดยกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้เลี้ยงต้องอาบน้ำให้ช้างวันละไม่ต่ำกว่า 2.5 ชั่วโมง ไม่อนุญาตใช้แรงงานลูกช้าง หรือนำลูกช้างแยกออกจากแม่ ห้ามใช้ช้างขนส่งสิ่งของวันละเกินสี่ชั่วโมง และห้ามใช้งานช้างในเวลากลางคืน นอกจากนี้ ยังกำหนดไว้ว่า ห้ามเจ้าของช้างขี่ช้างหลังดื่มสุรา และเจ้าของช้างต้องส่งช้างตรวจร่างกายทุกสี่เดือน ผู้ที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบดังกล่าวอาจถูกลงโทษจำคุก 3 ปี และช้างจะถูกส่งมอบให้อยู่ในความดูแลของรัฐด้วย

ช้างศรีลังกาเคยมีงายาว แต่ถูกล่าโดยผิดกฎหมายอย่างหนักในอดีต
ปัจจุบัน ช้างป่าเพศผู้ที่มีงาในศรีลังกามีเพียง 5% ถึง 7% เท่านั้น (ภาพ)
สิ่งที่ต้องให้ความสนใจคือ ความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างมีอยู่ในศรีลังกามาเป็นเวลานาน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีความถี่และขยายขอบเขตเพิ่มมากขึ้น ข้อมูลจากกรมอนุรักษ์สัตว์ป่าศรีลังกาแสดงให้เห็นว่า ความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างในศรีลังกาใน ค.ศ. 2022ทำให้มีคนถูกช้างทำร้ายเสียชีวิต 145 คนและช้างล้ม 433 ตัว และในช่วง 11 เดือนแรกของค.ศ. 2023 มีผู้เสียชีวิตอีก 169 คนและช้างล้ม 449 ตัวจากเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง

อุทยานแห่งชาติ Yala ในศรีลังกา (ภาพ)
ศรีลังกาได้จัดตั้งพื้นที่อนุรักษ์และอุทยานแห่งชาติขึ้น เพื่อแยกสัตว์ป่าและมนุษย์ออกจากกัน อย่างไรก็ตาม ยังมีช้างป่าจำนวนมากที่ใช้ชีวิตอยู่นอกเขตพื้นที่เหล่านี้ ส่วนช้างที่อยู่ในเขตอนุรักษ์บางส่วนก็พยายามจะหนีออกจากเขตพื้นที่อนุรักษ์ เพื่อเดินทางกลับบ้านเกิด

สถานเลี้ยงช้างกำพร้าพินนาวาลา(ภาพ)
(ying/cai)


