
เมื่อเร็วๆนี้ ทำเนียบขาวประกาศว่าเนื่องจากต้องรับมือกับพายุเฮอริเคน ปธน. โจ ไบเดนได้เลื่อนเวลาการเยือนเยอรมนีและแองโกลาที่จะดำเนินการในช่วงกลางเดือนตุลาคมตามแผนเดิม ซึ่งการเยือนแองโกลาเป็นการนัดหมายที่ปธน. โจ ไบเดนให้ไว้กว่าหนึ่งปีก่อน แต่เนื่องด้วยเหตุผลต่างๆ จึงไม่สามารถดำเนินการได้ ในปัจจุบันวาระการดำรงตำแหน่งของเขาเหลืออยู่ไม่ถึงสามเดือน การเลือกตั้งของสหรัฐฯ กำลังดุเดือด แผนการเยือนแอฟริกาของเขาจะดำเนินการได้จริงหรือไม่จึงเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน
ทั้งนี้ทำให้ผู้คนคิดว่าสหรัฐฯ ได้ให้คำมั่นสัญญากับแอฟริกาไม่น้อย แต่ส่วนใหญ่กลายเป็น “สัญญาไม่เป็นสัญญา” ในเดือนพฤษภาคมของปี 2000 นายบิลล์ คลินตัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯได้ลงนาม “กฏบัตรการเติบโตและโอกาสของแอฟริกา” หรือ AGOA(African Growth and Opportunity Act ) ระบุว่าสหรัฐฯได้ขยายขอบเขตการเปิดตลาดต่อแอฟริกาและให้สิทธิพิเศษที่อำนวยผลประโยชน์ทั่วไปให้กับแอฟริกา เพิ่มสินค้าแอฟริกาที่ได้รับการอนุมัติให้เข้าตลาดสหรัฐฯ ที่คิดภาษีเป็นศูนย์จาก1,800 ประเภทถึง 6,000ประเทศ และได้ลดภาษีการนำเข้าสิ่งทอ ผลิตภัณฑ์แร่ธาตุและผลิตผลการเกษตรจากแอฟริกาเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ หลังจากนั้นสหรัฐฯ ได้ประกาศกฏบัตร AGOA ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมอีกหลายฉบับ เพื่อขยายการเปิดสู่ตลาดแอฟริกาให้กว้างขึ้น ในปัจจุบันมีประเทศในแอฟริกากว่า 30 ประเทศสามารถใช้นโยบายสิทธิพิเศษ
เนื่องจากสหรัฐฯและแอฟริกามีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดในด้านเศรษฐกิจระดับการพัฒนาและด้านอื่นๆ ทำให้กฏบัตรที่ “ให้ผลประโยชน์” แก่แอฟริกาฉบับนี้ทำให้สหรัฐฯ กลายเป็นผู้ได้ “รับผลประโยชน์” มากขึ้น
ปีหลังๆ มานี้ สหรัฐฯ ได้ประกาศข้อริเริ่มหลายประการ รวมถึงเนื้อหาช่วยเหลือแอฟริกา แต่ส่วนใหญ่เป็นการสร้างภาพมีจุดประสงค์ทางการเมืองมากกว่าเป้าหมายทางเศรษฐกิจ ทำให้การช่วยเหลือแอฟริกาของสหรัฐฯ ดูเหมือนเป็น “การสร้างภาพเพื่อแก้ความหิว”
ไม่ว่าความช่วยเหลือที่มีตัวเลขมหาศาล หรือการลงทุนที่ดูในระดับสูงแต่ส่วนใหญ่ก็เป็นการโชว์ทางการเมืองที่มีจุดประสงค์เพื่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ เอง
Bo/LR/Cui


