ไม่เคยเห็นกลางคืนที่น่าหลงใหลอย่างนี้
พระจันทร์เต็ม
ดวงลอยอยู่เหนือต้นมะพร้าวริมทะเลซึ่งถูกตึกสูงบังไปครึ่งหนึ่ง
ไฟริมทางสว่างตามแนวถนนชายทะเลที่ยาวเหยียด
ป่าสนทะเล
ที่ไม่กลัวความร้อน
ณ ริมทะเล ถูกหมอกบาง
ๆ ที่ค่อย ๆ
ลอยสูงขึ้นครอบงำ
แสงจันทร์ทอดเงาอยู่ในสระว่ายน้ำที่หรูหรา
รถเก๋งที่ไม่รู้จักเหนื่อยวิ่งตาม
ๆ กันมาและแล่นตาม
ๆ กันไป
นี่คือภาพของโรงแรมแห่งหนึ่งในพัทยา
อาคารทั้งหลัง
ขาวเจิดจ้าแวววาม
ตึกสูง 7 ชั้นออกแบบเป็นรูปทรงเรือลำใหญ่
มี หอสังเกตการณ์
ห้องระดับน้ำ รูสมอ
กระจกห้องชั้นล่าง
ธงไตรงด์ปลิวตามกระแสลมที่หัวเรือ
ทั้งโรงแรมดูเสมือนเรือ
ที่กำลังแล่นบนทะเล
การตกแต่งภายในโรงแรมสุดหรู
กรอบ
ฝาผนังด้านบนเป็นแผ่นไม้สักแกะสลัก
พรมสีน้ำเงินไม่มีมล-
ทินปนเบื้อน ทั้งนุ่มและเรียบ
บนตู้โชว์ไม้จันทน์สีม่วงมีสมอ
เรือและห่วงชูชีพโชว์
พนักงานบริการทุกคนอยู่ในชุดลูกเรือ
ด้านนอกของระเบียงโค้งโรงแรม
มีร่มกันแดดที่สวยงามปัก
อยู่อย่างสม่ำเสมอ
ใต้ร่มเป็นเตียงตากแดดชายหาด
ที่นั่นคือ
ชายหาดที่สลับสีแดงกับเขียวอย่างเรียบง่ายและโรแมนติค
ทุก
คนที่ไปถึงจะต้องรู้สึกเบิกบานและสดชื่น
ความเหนื่อยล้าและ
เบื่อหน่ายทุกอย่างจะหายไปหมด
หายไปกับเรือ หายไปกับ
กระแสลม
พัทยาเป็นอ่าวทะเลรูปเดือนเสี้ยวเหมือนเมืองชิงต่าวของ
จีน แต่ความกว้างสู้อ่าวห้วยฉวนไม่ได้
บนฝั่งมีโรงแรมหรูหรา
หลายสิบโรง ด้านหลังของโรงแรมเป็นถนนสายต่าง
ๆ ที่แผ่
กระจายไป ที่ชายทะเลและริมถนนมีบาร์ที่สวยละลานตาและ
กว้างสบายจำนวนมากเหมือนตลาดสดของจีน
หลังคาติดหลัง
คา ที่มากที่สุด 40 กว่าบาร์เชื่อมกันไม่มีการแบ่งอย่างชัดเจน
พอถึงกลางคืน ไฟสีแดงสว่างจ้าดุจเหล็กกล้าในเตาเหล็ก
แดง
ไปครึ่งฟ้า ดนตรียอดนิยมดังไม่รู้จักหยุด
แขกต่าง ๆ ดื่มกัน
บนโต๊ะหรือเคาเตอร์บาร์
ราตรีค่อย
ๆ ล่วงไป ทำให้นึกถึงนักเขียนจีนและไทย
ที่เขียนบทประพันธ์ด้วยใจในยามค่ำ
ยังมีบรรดานักธุรกิจที่
ทุ่มกำลังในภารกิจการศึกษาและการกุศลด้านสังคมสงเคราะห์
ไฟนีออนหลากสีของไนต์คลับและบาร์เหล้าที่โต้รุ่ง
และยังมีรถ
เก๋งที่วิ่งขวักไขว่
ณ ถนนด้านหลังของโรงแรม
ประเทศไทย
อารยธรรมทั้งตะวันออกและตะวันตก
ทั้งสิ่งสืบทอดมาและสิ่ง
สมัยใหม่ ทั้งวัตถุและจิตใจ
ต่างกระทบกระทั่งกันที่นี่
ต่าง
กลมกลืนกันที่นี่


36-37