ผู้นำจีน-สหรัฐฯพบปะเจรจาระหว่างการประชุมจี 20

2018-12-02 17:38:03 | CRI
Share with:

图片默认标题_fororder_20181202xth1

สำนักข่าวซินหวารายงานว่า เมื่อค่ำวันที่ 1 ธันวาคมตามเวลาท้องถิ่น  นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนร่วมรับประทานอาหารค่ำ และพบปะเจรจากับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กรุงบัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา    ผู้นำสองประเทศได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างจีน-สหรัฐฯ  และประเด็นปัญหาระหว่างประเทศที่สำคัญท่ามกลางบรรยากาศ การพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาและเปี่ยมไปด้วยไมตรีจิตมิตรภาพ   ผู้นำสองประเทศได้บรรลุความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า   จะขยายความร่วมมือบนพื้นฐานที่เกื้อกูลกัน และอำนวยประโยชน์แก่กัน   จะควบคุมข้อขัดแย้งบนพื้นฐานที่เคารพกัน    และจะร่วมกันผลักดันความสัมพันธ์ระหว่างจีน-สหรัฐฯ แบบมีการประสานงาน ดำเนินความร่วมมือ และมีความมั่นคง 

โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวว่า   จีน-สหรัฐฯได้แบกรับภาระหน้าที่สำคัญในการส่งเสริมสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของโลก   ความสัมพันธ์ระหว่างจีน-สหรัฐฯที่ดีจะเป็นประโยชน์ขั้นพื้นฐานของประชาชนทั้งสองประเทศ      และก็เป็นความปรารถนาของประชาคมโลก   ความร่วมมือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของจีน-สหรัฐฯ  ทั้งสองฝ่ายต้องกำหนดให้แนวทางการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างจีน-สหรัฐฯเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง    ขับเคลื่อนความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้พัฒนาอย่างเป็นปกติ มั่นคง และยั่งยืน    ทั้งนี้เพื่อสร้างความผาสุกให้กับประชาชนทั้งสองประเทศ  และประชาชนทั่วโลกให้มากและดียิ่งขึ้น

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  เห็นด้วยกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างจีน-สหรัฐฯ และกล่าวว่า  ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-จีนมีความพิเศษและสำคัญ   สหรัฐฯ-จีนต่างเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในโลก  ทั้งสองฝ่ายรักษาความสัมพันธ์ที่ร่วมมือกันด้วยดี ถือเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศและโลก  สหรัฐฯ ยินดีที่จะหารือกับจีน เพื่อกระชับความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย     สำหรับปัญหาระหว่างสองประเทศที่เกิดขึ้น  จะพยายามหาทางแก้ไข ซึ่งเป็นทางที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ

图片默认标题_fororder_20181202xth2

เกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจ และการค้า  นายสี จิ้นผิง เน้น  จีน-สหรัฐฯเป็นเขตเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก   การไปมาหาสู่กันทางเศรษฐกิจ การค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯมีความใกล้ชิดกันมาก  สองประเทศต้องพึ่งพาอาศัยกัน    การที่จีน-สหรัฐฯมีข้อขัดแย้งในด้านเศรษฐกิจและการค้าบ้างนั้น ถือเป็นเรื่องที่ปกติมาก   แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ  ต้องควบคุมความขัดแย้งอย่างเหมาะสมด้วยเจตนารมณ์ที่เคารพซึ่งกันและกัน   มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน และอำนวยประโยชน์แก่กัน   รวมทั้งต้องพยายามหาทางแก้ไขปัญหาที่ทั้งสองฝ่ายต่างสามารถยอมรับได้    ผู้นำจีน-สหรัฐฯได้พูดคุยหารือในประเด็นเศรษฐกิจ การค้าระหว่างสองประเทศ และถือว่าประสบความสำเร็จ โดยได้บรรลุความเห็นพ้องกันว่า    จะยุติการเรียกเก็บภาษีศุลกากรเพิ่ม  และสั่งให้ทีมงานเศรษฐกิจของสองประเทศเร่งดำเนินการเจรจา   เพื่อมุ่งไปยังเป้าหมายการยกเลิกมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มทั้งหมด    และทำข้อตกลงให้ทั้งสองฝ่ายอำนวยประโยชน์แก่กัน และมีชัยชนะร่วมกัน   ฝ่ายจีนยังแสดงท่าทีว่า   ยินดีที่จะเปิดตลาดและเพิ่มการนำเข้ามากขึ้น ซึ่งจะเป็นไปตามกระบวนการการปฏิรูป  เปิดประเทศ    รวมทั้งพิจารณาถึงความต้องการของตลาดภายในประเทศ และความต้องการของประชาชน      เพื่อผ่อนคลายปัญหาเศรษฐกิจ และการค้าระหว่างจีน-   สหรัฐฯ     การบรรลุข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมแบบเกื้อกูลกัน และมีชัยชนะร่วมกันนั้นเป็นพื้นฐานและเงื่อนไขบังคับ ก่อนที่จีนจะใช้ปฏิบัติการในทางบวกกับสหรัฐฯ   ด้วยสาเหตุเหล่านี้  ทั้งสองฝ่ายจึงต้องร่วมกันใช้ความพยายาม    ผลักดันให้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้ากลับสู่แนวทางที่ถูกต้องโดยเร็ว  เพื่อจะได้บรรลุเป้าหมายความร่วมมือที่มีชัยชนะร่วมกัน

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ยังได้บรรยายสรุปหลักการและจุดยืนของจีนในปัญหาไต้หวัน  โดยผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า     รัฐบาลสหรัฐฯจะยึดมั่นในนโยบายจีนเดียวต่อไป 

ผู้นำสองประเทศยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นปัญหาระหว่างประเทศ และภูมิภาคที่สำคัญ เช่น ปัญหาคาบสมุทรเกาหลี    จีนสนับสนุนผู้นำสหรัฐฯ-เกาหลีเหนือพบปะเจรจาอีกครั้ง และหวังให้  สหรัฐฯ-เกาหลีเหนือหันหน้าเข้าหากัน  คำนึงถึงสิ่งที่อีกฝ่ายหนึ่งให้ความสำคัญพิเศษอย่างสมเหตุสมผล     ขับเคลื่อนกระบวนการปลอดนิวเคลียร์ และสร้างกลไกสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี     สหรัฐฯชื่นชมจีนที่ได้แสดงบทบาทสำคัญในประเด็นนี้  และหวังว่า จะรักษาการติดต่อประสานงานกับจีนในประเด็นนี้  

(BO/cai)   

00:00:00

  • เสียงข่าวประจำวัน 23-04-62

  • สานสัมพันธ์ไทย-จีน (23-04-2562)

  • เสียงคุยกันวันละประเด็น 23-4-2562

  • เสียงข่าวประจำวัน 22-04-62

  • สานสัมพันธ์ไทย-จีน (22-04-2562)

蔡建新