เนื่องจากระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่นํ้าโขงและเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียนพัฒนาไปเรื่อยๆ มณฑลยูนนานในฐานะเป็นประตูสู่ประเทศอาเซียน ได้ปรับปรุงการสร้างสรรค์สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านการคมนาคม เพิ่มคุณภาพการให้บริการด้านการท่องเที่ยว พยายามพัฒนากิจการการท่องเที่ยวกับอาเซียน
ทว่า เนื่องจากมีปัจจัยที่ไม่เอื้อต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น ความไม่สะดวกในการผ่านด่านเข้าออกเมือง และเส้นทางท่องเที่ยวไม่หลากหลาย ทําให้ความปรารถนาของมณฑลยูนนานกับอาเซียนที่จะร่วมมือกันพัฒนากิจการท่องเที่ยวยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้
นายชี หย่งเจียง ผู้รับผิดชอบโครงการความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคลุ่มแม่นํ้าโขงของสํานักงานการท่องเที่ยวมณฑลยูนนานกล่าวว่า ทรัพยากรการท่องเที่ยวของมณฑลยูนนานและประเทศต่างๆในอาเซียนต่างมีเอกลักษณ์ของตน ยูนนานเป็นมหามณฑลด้านการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงภายในของจีน มีทิวทัศน์ธรรมชาติและมรดกวัฒนธรรมระดับโลกค่อนข้างมาก เขตทิวทัศน์ต่างๆ เช่นสิบสองปันนา ลี่เจียง และแชงกรีลา(SHANGRI-LA)ต่างก็ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศจํานวนมาก เมื่อปี 2007 มณฑลยูนนานต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 2.2 ล้านคน มีรายได้เงินตราต่างประเทศด้านการท่องเที่ยวกว่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต้อนรับนักท่องเที่ยวภายในประเทศกว่า 80 ล้านคน มีรายได้กว่า 49,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ขณะที่ทิวทัศน์ริมทะเลและประวัติศาสตร์วัฒนธรรมที่มีมาช้านานของประเทศอาเซียนก็เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเช่นกัน อย่างเช่น อ่าวฮาลอง(Halong bay)ของเวียดนาม นครวัดของกัมพูชา พระราชวังและวัดของไทย เกาะทะเลของอินโดนีเซียเป็นต้น
ตั้งแต่ปี 2002 ที่ได้มีการเสนอให้สร้างตลาดท่องเที่ยวระหว่างจีนกับอาเซียนเป็นต้นมา มณฑลยูนนานในฐานะที่เชื่อมต่อจีนกับประเทศอาเซียน ได้เร่งการสร้างสรรค์สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านการคมนาคม ปัจจุบัน ยูนนานได้เปิดเส้นทางท่องเที่ยวจากยูนนานไปยังประเทศอาเซียนหลายสาย เช่น เส้นทางท่องเที่ยวแม่นํ้าล้านช้าง-แม่นํ้าโขง เส้นทางท่องเที่ยงจากคุนหมิงไปยังกรุงฮานอยของเวียดนาม เส้นทางท่องเที่ยวจากคุนหมิงไปยังจังหวัดหลวงพระบางของลาว เป็นต้น
ขณะเดียวกัน ประเทศอื่นๆ ก็ได้ให้การสนับสนุนด้านนโยบายและให้ความสะดวก หน่วยงานการท่องเที่ยวของไทยและมาเลเซียได้ใช้มาตรการหลายประการให้ความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งรวมทั้งการลดขั้นตอนทําวีซ่าให้ง่ายลง และเพิ่มป้ายบอกทางด้วยภาษาจีนในเขตท่องเที่ยว ปัจจุบัน รัฐบาลเวียดนามได้วางแผนว่านักท่องเที่ยวจากประเทศที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญนั้นไม่ต้องขอวีซ่า และได้เพิ่มสายการบินบินตรงต่อกันมากยิ่งขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญและบุคคลวงการท่องเที่ยวของอาเซียนกล่าวว่า มณฑลยูนนานกับอาเซียนร่วมมือกันพัฒนากิจการท่องเที่ยวยังมีอุปสรรคหลายอย่าง ซึ่งรวมทั้งการผ่านด่านเข้าออกเมืองที่ไม่สะดวก และขั้นตอนการทําวีซ่าที่สลับซับซ้อน
บริษัทขนส่งเริ่นต๋าสิบสองปันนายูนนานจํากัดได้สังเกตศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของเส้นทางแม่นํ้าล้านช้าง-แม่นํ้าโขง จึงเจรจาร่วมมือกับบริษัททัวร์ของไทย เตรียมว่าจะเริ่มเปิดเส้นทางท่าเรือจิ่นหงของมณฑลยูนนาน-ท่าเรือเชียงแสน ซึ่งเป็นเส้นทางท่องเที่ยว 4 ประเทศในหนึ่งวัน แต่เนื่องจากปัญหาวีซ่า กิจการดังกล่าวนี้ยังไม่สามารถดําเนินการได้ ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจํานวนมากยิ่งขึ้นหวังจะใช้เส้นทางผ่านมณฑลยูนนานไปเที่ยวประเทศอาเซียน หรือจากประเทศอาเซียนผ่านมณฑลยูนนานมาเที่ยวเมืองอื่นๆของจีน
ฉะนั้น ปัจจุบัน ไม่ว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาล ผู้เชี่ยวชาญ บุคคลวงการท่องเที่ยว หรือนักท่องเที่ยวก็ตาม ต่างก็เรียกร้องให้แก้ไขปัญหาการผ่านด่านเข้าออกเมืองไม่สะดวกโดยเร็ว เพราะถ้าหากปัญหาวีซ่าการท่องเที่ยวแก้ไขไม่ได้ ตลาดการท่องเที่ยวก็ยากที่จะก่อรูปขึ้น แผนการที่มณฑลยูนนานกับอาเซียนจะร่วมมือกันพัฒนากิจการท่องเที่ยวก็จะเป็นเพียงความเพ้อฝันเท่านั้น ความปรารถนาร่วมกันของบุคคลทั้งหลายก็คือ ปฏิบัติตามกฎหมายข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของประเทศนั้นๆ คุ้มครองความปลอดภัยชายแดน ค่อยๆ ขยายขอบเขตกิจการท่องเที่ยวในเขตชายแดนของมณฑลยูนนาน และขยายขอบเขตการใช้เอกสารเดินทางที่ฝ่ายต่างๆ ต่างก็ยอมรับได้


















