
ร้าน"Kafe Peranakan-Malaysian Cuisine"แบ่งเป็นสองชั้น การตกแต่งเต็มไปด้วยสไตล์มาเลเซีย สิ่งตกแต่งทั้งหมดล้วนซื้อหามาจากมาเลเซีย จากมาเลเซียสู่กรุงปักกิ่ง เพื่อให้ชาวปักกิ่งได้ชื่นชมศิลปะวัฒนธรรมของมาเลเซีย
ท่านคงรู้สึกสงสัยว่าทําไมร้านนี้ตั้งชื่อ"Peranakan" ดิฉันได้ค้นหาคําตอบในเมนู ได้คําตอบว่าในมาเลเซีย ชาวจีนกับชาวมาเลเซียแต่งงานแล้วมีลูกหลานก็ถูกเรียกว่า"Peranakan" ถ้าเป็นผู้ชายจะถูกเรียกว่าเป็นบาบา(Baba) ถ้าเป็นผู้หญิงก็เรียกว่าโยงยา(Nyonya) อาหารที่พวกเขารับประทานก็ถูกเรียกว่าอาหารโยงยา ระหว่างอาหารมาเลเซียที่มีความหลากหลาย อาหารโยงยามีชื่อเสียงมาก ซึ่งเป็นการผสมวิธีทําอาหารจีนกับเครื่องปรุงของอาหารมาเลเซีย มีรสชาติเปรี้ยวหวาน หอม และเผ็ด ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้คนทั้งหลาย

นายโก๊ะ คิง คี(Koh King Kee)เจ้าของร้าน"Peranakan"เป็นชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน เขาเล่าว่า"มาเลเซียเป็นประเทศที่มีหลายเผ่าชน มีชาวมาเลเซีย ชาวอินเดีย ชาวจีน ด้วยเหตุนี้อาหารมาเลเซียจึงมีความหลากหลาย ได้รวบรวมสิ่งเด่นๆในการทําอาหารของชนเผ่าต่างๆ อร่อยมากเลย ร้านของเรามีอาหารสะเต๊ะ(sate)และข้าวมะพร้าวที่มีชื่อเสียงของมาเลเซีย มีชาทาริค(The tarik)ของอินเดีย"

อาหารมาเลเซียส่นใหญ่ใช้กะทิและผงกะหรี่ มีรสชาติข้มเข้น กะหรี่เป็นเครื่องปรุงที่เรารู้จักกันดี แต่วิธีทําอาหารมาเลเซียแตกต่างกับอาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อื่นๆ อาหารมาเลเซียใส่กะทิเพื่อลดรสเผ็ดของกะหรี่และให้มีกลิ่นหอมด้วย แล้วยังใส่เครื่องปรุงหลายอย่างด้วย กล่าวได้ว่าการทําอาหารพื้นเมืองของมาเลเซียต้องการเครื่องปรุงจํานวนมาก นายโก๊ะ คิง คีกล่าวว่า
"เราใช้ความพยายามซื้อวัตถุดิบของมาเลเซีย มีวัตถุดิบบางอย่างเช่นตะไคร้มักจะซื้อจากเมืองไทยเพราะว่าที่โ่น่นคุณภาพดีกว่า และมีวัตถุดิบบางอย่างที่หาซื้อไม่ได้ในปักกิ่ง เราก็มักจะซื้อที่ฮ่องกงโดยผ่านเมืองกวางโจว "

ในร้าน"Peranakan"มีพ่อครัวชาวอินเดียนับว่ามีฝีมือดีที่สุดของกรุงปักกิ่ง แต่ร้านนี้มีเรื่องที่แตกต่างกับร้านอาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อื่นๆก็คือนอกจากพ่อครัวชาวอินเดียคนหนึ่งแล้ว พ่อครัวคนอื่นๆเป็นชาวจีนทั้งหมด พวกเขาสามารถทําอาหารพื้นเมืองมาเลเซียได้ดี ก็เนื่องจากมาดามโก๊ะ ภรรยาของนายโก๊ะ คิง คี มาดามโก๊ะให้สัมภาษณ์ว่า
"สําหรับพ่อครัว ถ้าเราเชิญมาจากมาเลเซียจะสะดวกกว่า แต่เมื่อมองการณ์ไกลแล้ว เรารู้สึกว่าควรฝึกอบรมพ่อครัวชาวจีน สอนให้พวกเขาทําอาหารมาเลเซีย ซึ่งมีส่วนช่วยต่อเรา และก็มีส่วนช่วยต่อจีน"

ขณะสอนพ่อครัวชาวจีนทําอาหารมาเลเซีย มาดามโก๊ะจะสอนให้ทราบปริมาณของวัตถุดิบและเครื่องปรุง แล้วทําอาหารมาเลเซียให้พ่อครัวดู เพื่อให้ทราบว่าจะใส่เครื่องปรุงก่อนหลังอย่างไร วิธีทําอาหารและการใช้ไฟเป็นอย่างไรบ้าง ด้วยเหตุนี้ หลังจากการฝึกอบรมเป็นเวลาหลายปีแล้ว พ่อครัวชาวจีนที่นี่ล้วนสามารถทําอาหารพื้นเมืองของมาเลเซียได้ ซึ่งทําให้ร้านนี้ได้รับความนิยมจากแขกชาวจีนมากมาย นางสาวเหยาที่มาจานครเซี่ยงไฮ้ชอบรสชาติของร้านนี้ เมื่อมาติดต่อราชการที่กรุงปักกิ่งมักจะพาเพื่อนมารับประทานในร้านนี้ เธอกล่าวว่า
"ดิฉันเคยไปประจําที่สิงคโปร์ เมื่อได้เห็นร้านอาหารสิงคโปร์มักจะนึกถึงประสบการณ์ในเวลานั้น ด้วยเหตุนี้ถ้าพบร้านอาหารพื้นเมือง ดิฉันก็จะเข้าลองชิมหน่อย ถึงแม้ว่าเพื่อนของดิฉันไม่มีประสบการณ์เหมือนดิฉัน หลังจากดิฉันแนะนําให้พวกเขาลองชิมแล้ว พวกเขาก็รู้สึกว่าอร่อยดี ดิฉันเชื่อว่าพวกเขาคงจะนําเพื่อนของเขามารับประทานในร้านอาหารแห่งนี้ มีแต่อาหารอร่อย ลูกค้าก็จะมีมากขึ้น"

นายโก๊ะ คิง คีระบุว่า ลูกค้าของร้านนี้ไม่เฉพาะชาวจีน แต่ยังมีบุคคลจากกว่า 60 ประเทศมารับประทานอาหารที่ร้านนี้ เจ้าหน้าที่ของบริษัทระหว่างประเทศที่มีชื่อเสียงต่างๆเช่นบริษัทการบินฝรั่งเศส และบริษัท GE เป็นต้นมารับประทานอาหารที่นี่บ่อยๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง นายโก๊ะ คิง คีกล่าวว่า เมื่อได้เห็นว่าผู้คนทั้งหลายชอบรับประทานอาหารมาเลเซีย ซึ่งเป็นกําลังใจแก่เขา เขาได้สรุปแนวคิดประกอบกิจการหลังจากได้ตั้งร้านในปักกิ่งหลายปี เขากล่าวว่า
"ผมปลดเกษียณเมื่อปี 2004 ก็คิดจะมาตั้งร้านอาหารพื้นเมืองมาเลเซียในกรุงปักกิ่ง ซึ่งจะเป็นเวทีที่สามารถรู้จักเพื่อนๆ และก็สามารถส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างจีนกับมาเลเซีย ผมหวังว่าจะสร้างร้านนี้เป็นร้านที่มีอาหารอร่อย มีบริการดี มีสิ่งแวดล้อมดีและมีภาพพจน์ืดี"
นายโก๊ะ คิง คีประกอบกิจการร้านอาหารแห่งนี้ได้ด้วยดีตามความตั้งใจของเขา สํานักงานท่องเที่ยวปักกิ่งได้มอบระดับคุณภาพว่าเป็นร้านอาหารระดับ 3 ดาว เดือนพฤษภาคมปี 2009 นายโก๊ะ คิง คีจะเปิดสาขาใหม่ที่ซุ่นยี่ของกรุงปักกิ่ง แล้วยังวางแผนว่าจะเปิดร้านขายขนมหวานของมาเลเซีย
ปีที่แล้ว รัฐบาลมาเลเซียได้เผยแพร่โครงการ"ห้องครัวมาเลเซีย"เพื่อเผยแพร่อาหารมาเลเซียในทั่วโลก ปัจจุบัน ในกรุงปักกิ่งมีร้านอาหารมาเลเซียเปิดขึ้นมาก เชื่อมั่นว่าร้านเหล่านี้คงเหมือนร้าน"Peranakan" ให้ชาวจีนสามารถชิมอาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้โดยไม่ต้องไปต่างประเทศ


















