วันที่ 15 สิงหาคม ภายหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว นายมูฮัมมัด อัล ฮัดดาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสมุทรศาสตร์เเละการประมงของอินโดนีเซียกล่าวว่า รัฐบาลอินโดนีเซียจะยื่นบันทึกทางการทูตต่อมาเลเซีย เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม เเละขอให้มีการปล่อยตัวเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 คนที่ถูกจับกุมตัว โดยให้สัญญาว่าจะไม่เกิดเหตุทำนองเดียวกันนี้อีกครั้ง นายซูซิโล บัมบัง ยุโดโยโน ประธานาธิบดีอินโดนีเซียยังได้เรียกร้องให้มีการเเก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยผ่านวิธีทางการทูต เพื่อไม่ให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศตึงเครียดยิ่งขึ้น
กรณีพิพาททางทะเลระหว่างอินโดนีเซียกับมาเลเซียไม่ใช่ปัญหาที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ สองฝ่ายมีข้อขัดเเย้งในการกอ้างกรรมสิทธิ์ทับซ้อนน่านน้ำทะเลสุลาเวสี โดยบริเวณน่านน้ำดังกล่าวเป็นที่ตั้งของ 3 ประเทศประกอบด้วยอินโดนีเซีย มาเลเซียเเละฟิลิปปินส์ ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือติดกับทะเลซูลู ตะวันตกเฉียงใต้ติดกับทะเลจาวาทะเลปาหลี ตะวันออกเชื่อมกับมหาสมุทรเเปซิฟิก เป็นช่องทางการเดินเรือสำคัญที่เชื่อมประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์เเละผ่านออกสู่ มหาสมุทรเเปซิฟิกกับมหาสมุทรอินเดีย นอกจากนี้ บริเวณน่านน้ำดังกล่าวยังเป็นเเหล่งทรัพยากรธรรมชาติอาทิ ปะการัง สัตว์เเละพืชใต้ทะเล โดยในปีหลังๆ นี้ ยังได้มีการสำรวจพบว่ามีก๊าซธรรมชาติเเละน้ำมันอีกด้วย เขตน่านน้ำดังกล่าวจึงมี คุณค่ามหาศาลเเละมีฐานะด้านยุทธศาสตร์ที่สำคัญ
นับเเต่ปี 1969 อินโดนีเซียกับมาเลเซียเคยเกิดข้อพิพาทใน กรณีบูรณภาพเกาะสิปาตันเเละเกาะลิกิตันในบริเวณน่านน้ำทะเลสุลาเวสีมาก่อน สองฝ่ายต่างไม่ยอมรับข้ออ้างของอีกฝ่ายหนึ่งจึงต้องหาข้อยุติโดย การขึ้นศาลโลก เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ปี 2002 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศตัดสินว่าสองเกาะดังกล่าวตกเป็นเกาะของมาเลเซีย ข้อพิพาทยาวนานระหว่างสองฝ่ายจึงยุติลง หลังจากเหตุการณ์นี้ อินโดนีเซียก็ให้ความสำคัญอย่างสูงต่อปัญหาบูรณภาพเเห่งดินเเดนทางทะเล สองฝ่ายจึงเกิดข้อขัดเเย้งหลายครั้งในบริเวณน่านน้ำดังกล่าว ในครึ่งเเรกของปีนี้ อินโดนีเซียเกิดข้อพิพาททางทะเลกับประเทศเพื่อนบ้านไม่น้อย 10 ครั้ง ขณะที่ปี 2009 เกิดข้อพิพาทกับมาเลเซีย 14 ครั้ง
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ กองทัพเรือของสองฝ่ายต่างเห็นชอบที่จะพยายามลดกรณีพิพาททางทะเลอย่างเต็มที่ โดยต่างให้ความเคารพต่อหลักการเเละขั้นตอนในการปฏิบัติหน้าที่ของเรือตรวจการณ์จากสองฝ่ายในบริเวณน่านน้ำของตน สองฝ่ายบรรลุข้อตกลงว่า หากเกิดข้อพิพาทขึ้น รัฐบาลของสองฝ่ายจะร่วมมือกันดำเนินการเเก้ไขปัญหาดังกล่าว
หลังเกิดกรณีพิพาทครั้งนี้ รัฐบาลของสองประเทศต่างมีปฏิบัติการร์อย่างทันท่วงที ทั้งได้พยายามหาหนทางเเก้ไขที่เหมาะสมเมื่อเกิดเหตุ นายมูฮัมมัด อัล ฮัดดาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสมุทรศาสตร์เเละการประมงของอินโดนีเซียได้ติดต่อเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำอินโดนีเซียโดยทันที ฝ่ายมาเลเซีย ก็มีท่าทีที่ออกมาว่า
ในช่วงหลายปี ที่ผ่านมานี้ มาเลเซียกับอินโดนีเซียมีความสัมพันธ์เป็นไปด้วยดี เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ควรหาหนทางเเก้ไขที่เหมาะสมอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ภายหลังการเจรจา ชาวประมงเเละเจ้าหน้าที่ที่ถูกจับเป็นตัวกระกันทั้งสองฝ่ายต่างได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 17 สิงหาคมนี้
PL/Qi/Lei


















