มนต์เสน่ห์วัฒนธรรมอาหารจีน
  2011-05-17 15:42:21  cri

จ สวัสดีคะ ท่านผู้ฟัง ยินดีต้อนรับเข้าสู่ช่วงคุยกันวันละประเด็น โดยดิฉันจางฉีและคุณพัลลภ สามสี สวัสดีค่ะคุณพัลลภ

พ สวัสดีครับ คุณจางฉี

จ วันนี้ ดิฉันนำเรื่องอาหารจีนซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่มีมาแต่ดั้งเดิมและมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เต็มไปด้วยเรื่องราวและสีสันหลากหลายโดยสร้างชื่อเสียงโด่งดังตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบันมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

พ เรื่องนี้ ผมสนใจมาก ไม่เพียงแต่สนใจวัฒนธรรมอาหารจีน ยิ่งสนใจอาหารท้องที่ต่างๆที่อร่อยๆ ผมมาจีนสองปีกว่าแล้ว ได้ลิ้มรสและรับประทานอาหารท้องที่ต่างๆ มา หลากหลายนานาชนิด แต่ยังชิมไม่ถึง 1 ใน 10 ของอาหารจีนเลย

จ แน่นอนค่ะ ดิฉันอยู่ที่นี่หลายสิบปีแล้ว ยังมีอาหารต่างถิ่นอีกมากมายไม่เคยชิมเหมือนกัน เพราะประเทศจีนกว้างใหญ่มาก แต่ละท้องที่มีอาหารหลักและอาหารพื้นบ้าน รวมแล้ว หลายหมื่นชนิด ชิมทุกวันก็ชิมไม่หมด ซ้ำยังเราก็ไม่มีโอกาสเที่ยวไปทุกแห่ง จึงไม่สามารถชิมอาหารทั่วประเทศให้ครบถ้วน

พ ใช่ครับ วัฒนธรรมอาหารจีนเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของวัฒนธรรมพื้นบ้านของจีน และเป็นศิลปะที่รวบรวมทั้งอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องถ้วยชาม มารยาทและความสุขในการรับประทานเข้าไว้ด้วยกัน

จ เหมา เจ๋อตง อดีตประธานาธิบดีจีนเคยกล่าวว่า วัฒนธรรมอาหารจีนสร้างคุณูปการอย่างน้อยสองอย่างต่อโลก หนึ่งคือ อาหารจีน สองคือ การแพทย์แผนโบราณของจีน

พ ประเทศจีนเป็นแหล่งกำเนิดสิ่งประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่ 4 อย่างไม่ใช่หรือ ผมว่าเป็นคุณูปการที่สำคัญกว่า

จ ใช่ค่ะ แต่สิ่งประดิษฐ์ 4 อย่างนั้น เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปแล้ว แต่อาหารจีนและการแพทย์แผนโบราณจีนยังไม่ได้เผยแพร่ขนาดนั้น ที่สำคัญอาหารและยารักษาโรคเป็นปัจจัยสองในสี่อย่างในการดำรงชีวิตของมนุษย์เรา

พ เรื่องอาหารการกินนั้นเป็นเรื่องใหญ่ ตั้งแต่ผมเดินทางมาจีนใหม่ๆ ก็ได้ยินสำนวนที่เขาบอกว่าเป็นสำนวนมาตั้งแต่สมัยโบราณว่า เหริน อี่ สือ เหวย เทียน

จ 人以食为天 แปลว่า ชาวบ้านเห็นเรื่องกินใหญ่เท่าฟ้า หมายความว่า เรื่องอาหารเป็นเรื่องอันดับแรกของชีวิตมนุษย์ แต่ไหนแต่ไรมา คนจีนที่พบหน้ากันมักจะทักทายด้วยคำว่า กินข้าวหรือยัง ในขณะที่คนไทยทักทายว่า ไปไหนมา

พ แสดงว่า ชาวจีนชอบกิน ชาวไทยชอบเที่ยวใช่ไหมครับ

จ ไม่ใช่ค่ะ แม้ว่าจีนมีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล มีภูมิประเทศอันหลากหลาย และอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรอาหาร เครื่องเทศและพืชผักนานาพันธุ์ก็ตาม แต่ประเทศจีนมีประชากรจำนวนมหาศาล ประมาณ 20 เท่าประเทศไทย ซึ่งยังมีปัญหาทุพภิกขภัยในช่วงหลายศตวรรษที่ผ่านมาทำให้ชาวจีนต้องคิดหาวิธีใช้ และถนอมอาหารที่มีอยู่อย่างจำกัดเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด (เพลง)

พ ประเทศจีนเป็นชนชาติหนึ่งที่ผูกพันกับอาหารการกินอย่างแนบแน่น เมื่อเร็วๆ นี้ ผมได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งเรื่อง อาหาร ของเซ่นไหว้และนักปรัชญาในอดีตของจีน (Food Sacrieice And Sagehood In Early China) ที่เขียนโดยศาสตราจารย์ชาวอังกฤษชื่อ Roel Sterckx ผู้เชี่ยวชาญเรื่องจีน ซึ่งเป็นหนังสือใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวออกจำหน่ายเมื่อไม่นานมานี้เอง เขาระบุว่า วัฒนธรรมอาหารจีนสะท้อนให้ห็นถึงหลักธรรมและแนวคิดการดำรงชีวิตของชาวจีน

จ ศาสตราจารย์โรเอลยังระบุว่า ตั้งแต่เมื่อสองพันปีก่อน ศิลปะการปรุงอาหารก็เป็นพื้นฐานที่สำคัญแห่งความคิดทางปรัชญาและทางการเมืองจีน ซึ่งประเพณีและวัฒนธรรมอาหารจีนในอดีตยังคงมีอิทธิพลต่อสังคมจีนจนถึงปัจจุบัน

พ การวิจัยของ ศาสตราจารย์พบว่า พวกบริพารของจักรพรรดิ เช่น ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ที่ปรึกษาระดับสูงที่รายล้อมจักรพรรดิ ล้วนคัดเลือกจากพ่อครัว คนเชือดสัตว์ และผู้ให้บริการ เพราะผู้ที่ทำอาชีพเหล่านี้ ล้วนเข้าใจหลักการแห่งความสมดุลและกลมกลืนกัน เช่น การใส่เครื่องเทศที่มีหลากหลายให้เข้ากัน เพื่อไม่ให้รสชาติชนิดใดชนิดหนึ่งหนักเกินไป และไม่ให้เค็มไปหรือจืดไป ต้องพอเหมาะพอดี ทั้งนี้แสดงว่า การบริหารประเทศก็เหมือนการปรุงอาหาร ต้องให้ประเทศชาติสมดุลกันและปรองดองกัน

จ อาหารจีนจะมีกฎแน่นอนในการใส่เครื่องปรุงที่เหมาะสมในอาหารแต่ละชนิด เพราะเครื่องปรุงบางชนิดจะกลมกลืนเฉพาะอาหารบางอย่างและวิธีการประกอบอาหารบางชนิดเท่านั้น อาหารจีนทั่วไป มีรสชาติเป็นกลางไม่โดดไปทางใดทางหนึ่ง

พ การปรุงอาหารต้องใช้ศิลปะและต้องใจเย็น มีความละเอียดประณีต เมื่อสองพันปีก่อน เหล่าจื่อนักปราชญ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดท่านหนึ่งของจีน และเชื่อว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านอาหารด้วย เคยสอนว่า "จงรับมือกับประเทศใหญ่ๆ ด้วยความอ่อนโยนนุ่มนวลเสมือนหนึ่งท่านกำลังทำปลาตัวเล็ก ๆ"

จ และจวงจื่อ นักปราชญ์อีกท่านหนึ่งผู้ติดตามเหล่าจื่อเคยเขียนหนังสือแนะนำการคัดเลือกพ่อครัวให้กับจักรพรรดิ ว่า "พ่อครัวชั้นดีจะเปลี่ยนมีดใหม่เพียงปีละครั้งเพราะเขาหั่น พ่อครัวชั้นเลวจะเปลี่ยนมีดใหม่ทุกเดือนเพราะเขาสับ" ทัศนคติเช่นนี้ ส่งเสริมให้อาหารจีนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในอาหารดีที่สุดในโลก

พ ในหนังสือยังระบุว่า ระหว่างการรับประทานอาหาร ผู้บริหารที่ดีและมีระดับ ต้องรู้จักกาลเทศะในการเชิญแขกร่วมกันรับประทานอาหาร ชวนดื่มเหล้า และดูแลแขกอย่างอบอุ่น เป็นกันเอง และรอบคอบ เพื่อแสดงให้เห็นถึงบุคลิคภาพของแต่ละคน

จ ยุคปัจจุบันก็เหมือนกัน การเจรจาหารือเรื่องธุรกิจ วิธีการดีที่สุดคือ รับประทานอาหารด้วยกัน กินเหล้าด้วยกัน แต่ละฝ่ายต่างพยายามแสดงบุคลิคภาพที่ดีงาม มีน้ำใจและมีศักยภาพเข้มแข็ง ให้ผู้ที่ร่วมกันรับประทานอาหารด้วยกันประทับใจ การเจรจาเรื่องอะไรก็จะง่ายขึ้นทันที

พ ใช่ครับ ตั้งแต่สมัยโบราณ ชาวจีนถือว่า การเข้าร่วมงานเลี้ยงเป็นโอกาสที่สำคัญมากในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพิ่มความเข้าใจและประสานกัน ทั้งเรื่องลำดับที่นั่ง การเสิร์ฟอาหาร ตลอดจนการคารวะเหล้า ใครก่อนใครหลัง ต้องปฏิบัติตามกฎลำดับจากระดับชั้นสูงลงมาถึงระดับชั้นล่าง จากแขกผู้มีเกียรติจนถึงแขกธรรมดา นอกจากนี้ เครื่องถ้วยชามก็มีความแตกต่างกันตามระดับลำดับด้วย

จ ศาสตราจารย์โรเอลนอกจากทุ่มเทการวิจัยศึกษาประวัติศาตร์ การพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและอารยธรรมจีนแล้ว ยังหาโอกาสเที่ยวไปทั่วประเทศจีน ลิ้มรสอาหารที่มีชื่อเสียงของท้องที่ต่างๆ มามากมาย แต่ศาสตราจารย์ชอบแต่อาหารรสจืด และอาหารแบบง่ายๆ

พ อาหารจีนที่ศาสตราจารย์คนนี้ชอบที่สุดคือ เต้าหู้ ตั้งแต่ เต้าหู้ทอด ซุปเต้าหู้ เต้าหู้ยี้ และเต้าฮวย ชอบไปหมดทุกอย่าง นอกจากนี้ ยังชอบดื่มน้ำเปล่าเป็นพิเศษ เขาอธิบายว่า หากเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับลัทธิเต๋า จะพบว่า น้ำเปล่าเป็นเครื่องดื่มที่สำคัญที่สุด เพราะ น้ำเปล่าสามารถนำไปผสมผสานกับน้ำอะไรก็ได้ (เพลง)

จ ชาวจีนประกอบอาหารด้วยการผัดในกระทะไฟแรงเป็นหลัก เพราะเป็นวิธีที่ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงและทำให้อาหารคงคุณค่าความสดกรอบเอาไว้ได้ การทอด นึ่งและเคี่ยวก็เป็นวิธีที่นิยมทำกันมาก ในขณะที่การย่างและอบนั้นส่วนใหญ่จะทำกันในครัวของภัตตาคาร

พ นอกจากนี้ชาวจีนยังมีวัฒนธรรมชอบทานอาหารที่ร้อนกรุ่น ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเกี่ยวพันกับเทคนิคการปรุงอาหารในอดีต ตั้งแต่สมัยโบราณคนจีนถือว่า "สัตว์น้ำมีกลิ่นคาว เนื้อสัตว์เหม็นสาบ ผักหญ้าเหม็นเขียว" ดังนั้นการทำให้อาหารร้อนสามารถทำลายกลิ่นคาว ขับไล่กลิ่นสาบ และขจัดกลิ่นเหม็นเขียวได้

จ อาหารจีนพิถีพิถันทั้งสีสัน รสชาติ และหน้าตา ซึ่งต้องการเทคนิคฝีมือทั้งตาศิลป์ และความรู้เรื่องคุณสมบัติและประโยชน์ต่างๆของอาหารแต่ละชนิด สิ่งสำคัญคือ ต้องให้ส่วนประกอบต่างๆ กลมกลืนเข้ากันได้กับเครื่องเทศชนิดต่าง ๆ และเครื่องปรุงรสจำพวกซีอิ๊ว กระเทียม ขิง น้ำส้ม น้ำมันงา และหอมแดง โดยไม่ตีกัน(เพลง)

พ ในแง่ประเภทของอาหารนั้น อย่างอาหารไทยก็มีแบ่งเป็น อาหารอีสาน อาหารปักษ์ใต้ อาหารเหนือเป็นต้น แล้วอาหารจีนแบ่งยังไงครับ

จ อาหารจีนก็มีแบ่งประเภทตามแหล่งที่ตั้งเช่นกัน อาหารจีนเริ่มมีการแบ่งเป็น 2 ตระกูลใหญ่ตั้งแต่สมัยชุนชิว-จั้นกั๋ว คือ อาหารเมืองเหนือ และอาหารเมืองใต้ กระทั่งต้นราชวงศ์ชิง ได้มีการแบ่งอาหารเป็น 4 ตระกูลใหญ่ ได้แก่

อาหารซันตง หรือ หลู่ไช่ 鲁菜 เป็นอาหารภาคเหนือรวมทั้งอาหารปักกิ่งและเทียนสิน อาหารเจียงซู หรือซูไช่苏菜 เป็นอาหารภาคตะวันออก รวมทั้งมณฑลเจียงซู เจ้อเจียงและมณฑลอันฮุยในปัจจุบัน

พ ส่วนอาหารกวางตุ้ง หรือ เย่ว์ไช่粤菜 เป็นอาหารภาคใต้ รวมทั้งอาหารฝูเจี้ยน ซัวเถา ไหลหลำและไต้หวันด้วย ส่วน อาหารเสฉวนเรียกว่า ชวนไช่川菜 เป็นอาหารภาคตะวันตก รวมทั้งอาหารหูหนัน หูเป่ย กุ้ยโจวและหยูนหนัน เป็นต้น

จ ปัจจุบันนะคะ แบ่งประเภทเป็น 8 ตระกูลใหญ่ ซึ่งแตกกลุ่มจากสี่ตระกูลดังกล่าวโดยเพิ่ม อาหารฮุยไช่ของอันฮุย (徽菜) อาหารหมิ่นไช่ของฮกเกี้ยน 闽菜อาหารเซียงไช่ของหูหนัน湘菜 และอาหารเจ้อไช่ของเจ้อเจียง (浙菜) นอกจากนี้ ก็ยังมีการแบ่งเป็นกลุ่มย่อย ตามพื้นที่ต่างๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งแต่ละประเภทก็มีความแตกต่างกันไป โดยมีเงื่อนไขด้านสภาพอากาศ ภูมิประเทศ ผลผลิตในท้องถิ่น

พ วัฒนธรรมการกินแต่ละที่มีลักษณะไม่เหมือนกัน อาทิ ชาวซูโจว ในมณฑลเจียงซูแถวเซี่ยงไฮ้มักจะทำอาหารเป็นจานเล็ก อย่างละนิดอย่างละน้อย และนิยมทำกับข้าวที่มีรสหวาน อาหารฮกเกี้ยนและกวางตุ้งมีอาหารทะเลเป็นส่วนประกอบสำคัญเพราะอยู่ติดทะเล และมักใช้น้ำมันหอยและผักมาก เน้นการปรุงอาหารให้ดูสด และเน้นในการตุ๋นและเคี่ยวจนเปื่อย รสชาติจะนุ่มนวล และยังมีติ่มซำเป็นอาหารที่เลื่องชื่อ นอกจากนี้ชาวกวางตุ้งยังนิยมทานน้ำแกงก่อนอาหาร

จ อาหารเสฉวนเน้นรสชาติจัดจ้าน เผ็ดร้อน ใช้เครื่องเทศมาก และส่วนอาหารปักกิ่งหรืออาหารในภาคเหนือ เน้นการทอด ย่าง ปิ้ง ที่กรอบนอกนิ่มใน แต่รสชาติจะเค็มและมีไขมันค่อนข้างสูง เพื่อให้ทนอากาศหนาวเย็นได้ นอกจากนี้ คนภาคเหนือยังนิยมทานต้นหอมและกระเทียมกันมาก เพราะเป็นผลผลิตที่ปลูกได้มาก

จ อาหารจีนที่โปรดที่สุดของคุณพัลลภเป็นอะไรค่ะ

จ พูดถึงวัฒนธรรมในการกินอาหาร ก็ต้องพูดถึง วัฒนธรรมตะเกียบ เครื่องใช้ประกอบในการกินอาหารของชาวจีน ตะเกียบมีบทบาทสำคัญ ในวัฒนธรรมการกินของชาวจีนอย่างแยกไม่ออก

พ หนังสือประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า"มารยาทการกินข้าวของคนโบราณจะไม่ใช้ตะเกียบ แต่ใช้มือ เมื่อกินข้าวร่วมกับคนอื่น ควรชำระมือให้สะอาดหมดจด อย่าให้ถึงเวลากินข้าวแล้วเอามือถูใบสน หยิบข้าวกิน เกรงจะเป็นที่ติฉินของคนอื่นว่าสกปรก "

จ จีนเริ่มใช้ตะเกียบตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซาง ประมาณ 3,000 ปีก่อน โดยมีหลักฐานปรากฏชัดแจ้งในหนังสือ《史记》 แต่คนจีนใช้ตะเกียบกินข้าวกันอย่างแพร่หลายมีประวัติมาประมาณ 2,000ปี คนในสมัยนั้นเรียกตะเกียบว่า "จู้" ( Zhu ) ต่อมาเปลี่ยนเป็น "ไขว้จื่อ " ( Kuaizi ) เหตุผลก็เพราะว่าชาวเรือ ถือคำว่า "จู้" ไปพ้องเสียงกับคำที่มีความหมายว่า " หยุด " ซึ่งไม่เป็นมงคลต่อการเดินเรือ จึงเปลี่ยนไปใช้ "ไขว้จื่อ " แทน "จู้" จนถึงปัจจุบัน

พ คนจีนเริ่มรู้จักใช้ตะเกียบ เป็นเวลานานมากกว่า 3,000 ปีแล้วอย่างที่คุณจางฉีบอกไปนะครับ สมัยนั้น ตะเกียบเป็นเครื่องมือในการกินอาหารใช้สำหรับคีบผักต้มจากหม้อน้ำแกงมาไว้ในชามข้าว จากนั้นจึงเอามือหยิบข้าวกิน ถ้ามีใครใช้ตะเกียบพุ้ยข้าวเข้าปาก จะถือว่าเป็นการเสียมารยาทมาก สิ่งใดที่บรรพบุรุษสร้างไว้หรือกำหนดไว้ จะไม่มีผู้ใดกล้าฝ่าฝืน คนจีนจึงรักษาธรรมเนียมการกินด้วยมือ อยู่เป็นเวลานานหลายพันปี

จ การที่คนจีนใช้ตะเกียบในการกินอาหารมาเป็นเวลานานนับหลายพันปี เพราะมีคำสอนไว้มากมายจนกระทั่งกลายมาเป็นธรรมเนียมการใช้ตะเกียบ ซึ่งมีตั้งแต่การจับตะเกียบที่ต้องพิถีพิถันกันมาก จนกระทั่งถึงข้อห้ามต่างๆ อาทิ เช่น

พ ห้ามวางตะเกียบเปะปะ จะต้องวางให้เป็นระเบียบเสมอกันทั้งคู่ การวางตะเกียบไม่เสมอกัน ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เป็นมงคลอย่างยิ่ง คนจีนถือคำว่า "ซันฉางเหลียงต่วน " ความหมายตามตัวอักษรนั้น หมายถึง สามยาวสองสั้น คำนี้ คนจีนมักหมายถึง ความตาย หรือความวิบัติยากไร้ ดังนั้นการวางตะเกียบที่ทำให้เหมือนมีแท่งไม้สั้นๆยาวๆ จึงไม่เป็นมงคลอย่างยิ่ง ห้ามทำเช่นนี้เด็ดขาด

จ ห้ามใช้ตะเกียบชี้หน้าผู้อื่น หรือถือไว้ในลักษณะที่ให้นิ้วชี้ ชี้คนอื่นที่อยู่ร่วมโต๊ะ แต่การใช้นิ้วชี้ผู้อื่นคนไทยก็ถือว่า ไม่สุภาพเช่นกัน ไม่ใช่เฉพาะแต่คนจีนเท่านั้นใช่ไหมคะคุณพัลลภ

พ ใช่ครับ ใช้อะไรชี้หน้าใส่ทั้งนั้นแหละครับ ก็ไม่สุภาพ ห้าม อม ดูด หรือ เลียตะเกียบ กิริยานี้เป็นเรื่องที่เสียมารยาทอย่างยิ่ง ถ้ายิ่งดูดจนเกิดเสียงดังด้วยแล้ว ถือเป็นกิริยาที่ขาดการอบรมที่ดี

จ ห้ามใช้ตะเกียบเคาะถ้วยชาม เพราะมีแต่ขอทานเท่านั้นที่จะเคาะถ้วยชาม ปากก็ร้องขอความเมตตา เพื่อชวนให้เวทนาสงสาร เรียกร้องความสนใจให้บริจาคทาน

พ ห้ามใช้ตะเกียบคุ้ยหาอาหาร การกระทำเช่นนี้เปรียบเหมือน พวกโจรสลัดขุดสุสาน เพื่อหาสมบัติที่ต้องการ ถือเป็นกิริยาที่น่ารังเกียจ ถือว่าเป็นกิริยาที่ควรหลีกเลี่ยง ควรใช้ตะเกียบคีบอาหารที่ต้องการเท่านั้น

จ ห้ามคีบอาหารให้น้ำหยดใส่อาหารจานอื่น เมื่อคีบอาหารได้แล้วจะต้องให้สะเด็ดน้ำสักนิด เพื่อไม่ให้น้ำหยดและอย่าทำอาหารที่คีบอยู่หล่นใส่โต๊ะ หรืออาหารจานอื่น การทำเช่นนี้ถือเป็นกิริยาที่เสียมารยาทเหมือนกัน

พ ห้ามถือตะเกียบกลับข้าง คือถือปลายตะเกียบขึ้น หรือใช้ช่วงบนตะเกียบคีบอาหาร กิริยานี้น่าดูแคลนที่สุด เพราะถือว่าไม่ไว้หน้าตนเอง เหมือนหิวจนไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

จ ห้ามใช้ตะเกียบข้างเดียวเสียบแทงลงในอาหาร ถือว่าเป็นการเหยียดหยามน้ำใจกัน ไม่ต่างอะไรจากการชูนิ้วกลางให้กับชาวฝรั่ง

พ ห้ามปักตะเกียบไว้ในชามข้าว เพราะดูเหมือนปักธูปในกระถางไหว้คนตาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าจะส่งข้าวให้คนอื่นแล้วปักตะเกียบไว้ในชามข้าวส่งให้ จะถือว่าเป็นการสาปแช่ง

จ ห้ามวางตะเกียบไขว้กัน คนจีนในปักกิ่งถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติกัน ทั้งแก่ตนเองและเพื่อนร่วมโต๊ะ

พ ห้ามทำตะเกียบตกพื้น เพราะเสียมารยาทอย่างยิ่ง จะทำให้วิญญาณที่หลับสงบอยู่ใต้พิภพตื่นตกใจ ถือว่าเป็นการอกตัญญู จะต้องรีบเก็บตะเกียบคู่นั้นวาดเครื่องหมายกากบาท บนจุดที่ตะเกียบตกทันที พร้อมกับกล่าวคำขอโทษ

จ วิธีถือตะเกียบที่ถูกต้อง จะต้องถือตะเกียบไว้ตรงง่ามนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ ให้อีกสามนิ้วที่เหลือคอยประคองตัวตะเกียบไว้ และต้องถือให้เสมอกัน เมื่ออิ่มแล้วต้องวางตะเกียบขวางไว้กลางชามข้าวเสมอ

พ คนไทยไม่ได้รับเอาตะเกียบเข้ามาอยู่ในวัฒนธรรมการกินเหมือนกับช้อนและส้อม แต่ตะเกียบนั้น ใช่ว่าจะไม่มีความสำคัญเลย เนื่องจากว่าอาหารจีนได้เข้ามาแทรกอยู่ในวิถีชีวิตของไทยด้วย ซึ่งส่วนใหญ่จำเป็นต้องใช้ตะเกียบเป็นอุปกรณ์สำคัญในการกิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลากินก๋วยเตี๋ยว

จ นอกจากนี้ เกาหลี ญี่ปุ่น และเวียดนาม ต่างก็มีวัฒนธรรมการกินด้วยตะเกียบเช่นกัน ทั้งสามชาตินี้ต่างรับเอาวัฒนธรรมตะเกียบของจีนไปใช้ ด้วยการดัดแปลงและพัฒนา จนกระทั่งตะเกียบกลายเป็นวัฒนธรรมการกินประจำชาติของตนเอง จนมีความผิดแผกและแตกต่างไปจากจีน

อย่างไรก็ตาม เรื่องวัฒนธรรมอาหารจีนยังมีอีกมากมาย แต่เวลาหมดลงแล้ว สำหรับวันนี้ ดิฉันจางฉีและคุณพัลลภ สามสีขอลาไปก่อนค่ะ สวัสดีค่ะ

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ตอบคำถามออนไลน์
ทบทวนรายการน่าสนใจ
ภาพยอดฮิต
เว็บไซต์ึเพื่อนซีอาร์ไอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Play Stop
© China Radio International.CRI. All Rights Reserved.
16A Shijingshan Road, Beijing, China. 100040