
วันวาเลนไทน์ หรือวันแห่งความรักตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ในวันวาเลนไทน์ที่เพิ่งผ่านมานี้ คู่รักจีนก็ฉลองกันอย่างมโหฬาร ร้านค้าต่างๆ เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความรัก ของขวัญวันวาเลนไทน์ก็ขายดิบขายดี แม้ว่าวันวาเลไทน์เป็นเทศกาลที่ชาวจีนนำเข้าจากประเทศตะวันตก แต่ทุกวันนี้ วันวาเลนไทน์ไม่เพียงแต่จะเป็นเทศกาลที่ชาวฝรั่งฉลองกันอย่างเอิกเกริกมโหฬาร วันวาเลไทน์ซึ่งเป็นวันแห่งความรักที่แสนโรแมนติกก็ค่อยๆ หยั่งรากลึกลงในจิตใจของชาวจีน จนกลายเป็นเทศกาลที่วัยรุ่นจีนให้ความสำคัญมากวันหนึ่ง
วันวาเลนไทน์มีประวัติกว่า 1,000 ปี เล่ากันว่า ในสมัยโรมัน ชาวโรมันจะจัดพิธีเซ่นไหว้เทพแห่งการสมรสในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิทุกปี และในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ทุกปี สาวโรมันทุกคนจะเขียนชื่อบนกระดาษใบเล็ก และใส่ลงในขวด หนุ่มๆ จะจับกระดาษในขวด จับได้ใบของใคร สาวคนนั้นก็จะเป็นขวัญใจของหนุ่มคนนั้น นี่ก็คือที่มาของวันวาเลนไทน์ แต่ ทำไมต้องเป็นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ?
เขาว่าช่วงศตวรรษที่ 3 กษัตริย์ Claudius (คลอดิอุส) ที่ 2 แห่งกรุงโรม ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่โหดร้าย เห็นว่า การที่ผู้ชายโรมไม่ยอมไปเกณฑ์ทหารก็เพราะว่า ไม่อยากแยกจากภรรยา เพราะฉะนั้น จึงทรงออกกฎหมายห้ามมีการแต่งงานในเมืองของพระองค์ แม้แต่คู่ที่แต่งงานกันแล้วต้องเป็นโมฆะไปด้วย แต่ที่กรุงโรมมีนักบุญชื่อเซนต์วาเลนไทน์ ทนไม่ได้ที่เห็นคู่รักจำนวนมากต้องถูกแยกจากกัน จึงทำหน้าที่ประกอบพิธีแต่งงานให้คู่รักหลายคู่ เมื่อ กษัตริย์ Claudius (คลอดิอุส) ทรงทราบ ก็สั่งจำคุกเซนต์วาเลนไทน์ และทรมานเขาจนตาย วันที่เซนต์วาเลนไทน์เสียวีชิตตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ปี 270 ผู้คนจึงกำหนดให้วันที่ 14 กุมภาพันธ์เป็นวันวาเลนไทน์เพื่อรำลึกเซนต์วาเลนไทน์ที่กล้าต่อสู้กับกษัตริย์ที่โหดร้ายเพื่อช่วยเหลือคู่รักในโลก
เกี่ยวกับที่มาของวันวาเลนไทน์ยังมีอีกตำนาน ในศตวรรษที่ 3 ชาวคริสต์คนหนึ่งชื่อวาเลนไทน์ติดคุกเพราะประณามกษัตริย์โรมกดดันศาสนาคริสต์ และรณรงค์ให้ชาวคริสต์ประท้วง ระหว่างอยู่ในคุก วาเลนไทน์ตกอยู่ในห้วงแห่งความรักกับลูกสาวผู้คุมเรือนจำ แต่ในที่สุดได้พลีชีพเพื่อธรรม วันนั้นตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เมื่อเห็นคนรักเสียชีวิต ลูกสาวผู้คุมเรือนจำร้องให้จนน้ำตาจะกลายเป็นสายเลือด ทำให้ผู้คนที่รู้เรื่องนี้พากันร้องให้ไปด้วย เพื่อรำลึกวันที่ลืมได้ยากนี้ อวยพรให้คู่รักทุกคู่อยู่ด้วยกันยืนยาวตลอดชีพ ชาวคริสต์จึงกำหนดให้วันที่ 14 กุมภาพันธ์เป็นวันวาเลนไทน์
ของขวัญวันวาเลนไทน์ก็มีหลากหลายอย่าง ที่ต้องเตรียมก็คือดอกกุหลาบ สำหรับคนจีนแล้ว การส่งดอกกุหลาบเป็นของขวัญนั้น ต้องพิถีพิถันกับจำนวนดอก อย่างเช่น 1 ดอกก็หมายถึง ใจฉันมีแต่เธอคนเดียว ONLY YOU! 2 ดอกหมายถึง ในโลกฉันมีแต่ฉัน และเธอ 2 คนเท่านั้น 3 ดอก หมายถึง ฉันรักเธอ 4 ดอกหมายถึง จะรักเธอจนวัยตาย 7 ดอกหมายถึง ฉันแอบรักเธออยู่ 9 ดอกหมายถึง รักเธอตลอด 10 ดอกหมายถึง รักเธอเต็มร้อย หากเป็นกุหลาบ 99 ดอกก็หมายความว่า รักเธอตราบจนชั่วฟ้าดินสลาย ร้อยดอกหมายถึง รักเธอร้อยเปอร์เซนต์ 101 ดอกหมายถึงรัก สุดๆ 108 ดอกพิเศษหน่อย เพราะเป็นการขอแต่งงาน ส่วน 111 ดอกก็หมายความว่า รักเธอไม่มีที่สิ้นสุด

นอกจากกุหลาบแล้ว ช็อกโกแล็ตก็เป็นของขวัญที่หนุ่มๆ สาวๆ นิยมมอบให้กันมากที่สุด รสชาติหอมหวานของช็อกโกแล็ตจะทำให้คู่รักรู้สึกถึงความรักที่หอมหวานยิ่งขึ้น ปัจจุบัน คู่รักจีนนิยมทำช็อกโกแล็ตกันเอง เพื่อสื่อให้อีกฝ่ายสัมผัสถึงความรักอันเปี่ยมล้นที่มีต่อเธอ นับเป็นของขวัญยี่ห้อความรักที่มีคุณค่าสูงมากค่ะ
น้ำหอมก็เป็นของขวัญที่หนุ่มๆ มักจะเลือกเป็นของขวัญมอบให้แฟนค่ะ อาจเป็นเพราะว่า กลิ่นน้ำหอมก็ทำให้คู่รักนึกถึงความรักอันหวานหอมของตน
ที่พูดมาไม่ว่าจะเป็นกุหลาบ ช็อกโกแล็ต หรือน้ำหอม ล้วนเป็นของขวัญที่หนุ่มๆ มอบให้ผู้หญิง ต่อไปเราคงต้องพูดถึงของขวัญที่สาวๆ มอบให้หนุ่มๆ แล้วค่ะ ไม่อย่างนั้น คงถูกตำหนิว่า เราสองคนเป็นผู้หญิง ก็เลยสนใจแต่ของขวัญสำหรับผู้หญิง
อิน-ฮ่าๆ เมื่อพูดถึงของขวัญที่สาวๆ มอบให้หนุ่มๆ ในวันวาเลนไทน์ก็มีหลายอย่าง เนคไทเป็นของขวัญที่สาวจีนชอบเลือกเป็นของขวัญให้แฟนค่ะ เวลานัดกัน เมื่อเห็นคนรักผูกเนคไทที่ตนตั้งใจเลือกให้ ก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งค่ะ นอกจากนี้ เข็มขัดมีความหมายการผูกมัด หรือเข้าใจในอีกแง่มุมว่า ความนุ่มนวลอ่อนหวานของเธอเป็นการผูกมัดใจเขา และให้เขามีความรับผิดชอบในความรักระหว่าง 2 คนมากขึ้น และไฟแช็กก็เป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก สำหรับผู้ชายที่สูบบุหรี่ ทุกครั้งที่สูบก็จะใช้ไฟแช็กที่เธอมอบให้ แต่ของขวัญแบบนี้อย่ามอบดีกว่า เพราะรู้สึกว่าเป็นการสนับสนุนให้แฟนสูบบุหรี่ ไม่ดีต่อสุขภาพเลย


















