
แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญยังมีถ้ำ黄龙洞หวงหลงต้ง หรือถ้ำมังกรเหลือง ซึ่งเป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ มีความสูงถึง 160 เมตร ลึก 1,500 เมตร แบ่งออกเป็น 4 ชั้นด้วยกัน ภายในถ้ำมีการประดับไฟสีต่างๆอย่างงดงาม เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดจินตนาการตามรูปทรงของหิน นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือไปตามลำน้ำใต้ดินซึ่งไหลผ่านกลางถ้ำ ชมน้ำตกเทวดาสวรรค์ ลัดเลาะไปตามอุโมงค์ภายในถ้ำ รับรองว่า ผู้ที่มาเที่ยวชมจะตื่นตาตื่นใจกับหินงอก หินย้อยที่มีรูปลักษณะงดงามตระการตาแปลกพิสดารมากมาย เช่น คลองนาหิน ป่าหิน วังมังกร วังคริสตัล
สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญยังมี 十里画廊สือหลี่ฮว่าหลาง หรือภาพเขียน 10 ลี้ เป็นเขตช่องแคบที่มีทัศนียภาพงดงามแห่งหนึ่ง มียอดเขาแปลกพิสดาร และหินยักษ์ที่มีรูปร่างลักษณะต่างๆมากมาย ซึ่งแต่ละก้าวล้วนมีทิวทัศน์สวยงามเจริญตาตลอดทาง โดยมีรถรางขนาดเล็กคอยให้บริการ แต่จากประสบการณ์เราเอง ถ้าเดินไหว ขาไปเดินไปชมไป ก็จะได้บรรยากาศ เสมือนหนึ่งเดินอยู่ในภาพวาดจริงๆ ขากลับค่อยนั่งรถรางจะดีกว่า
นอกจากนี้ ยังมี金鞭溪จินเปียนซี หรือธารแส้ทองคำ เป็นลำธารที่ไหลวนมาตามช่องเขาและชะง่อนผา น้ำในลำธารมีสีเขียวใสปราศจากมลพิษ สองฟากฝั่งจะมีหินแปลกประหลาดตั้งตระหง่านเรียงรายกันอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีต้นไม้เขียวชะอุ่มประดับประดาอยู่ บางที่มีหมอกบางๆปกคลุมอยู่ เสมือนหนึ่งกำลังท่องเที่ยวอยู่ในวิมานแห่งเทพนิยาย
เขตท่องเที่ยวจางเจียเจี้ยยังมีชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่มากมาย จึงมีวัฒนธรรมพื้นเมืองอันหลากหลาย โดยเฉพาะที่เมืองโบราณฟ่งหวง มีโบราณสถานและโบราณวัตถุอันล้ำค่าที่ตกทอดมาจากสมัยราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง มีถนนที่ปูด้วยหินธรรมชาติกว่า 20 สาย สิ่งก่อสร้าง 70 แห่ง วัตถุโบราณ 118 ชิ้น เมื่อถึงตอนค่ำนักท่องเที่ยวสามารถไปชมการแสดงร้องรำทำเพลงของชนกลุ่มน้อยที่เต็มไปด้วยกลิ่นไอวัฒนธรรมพื้นเมือง
มีคนเคยเล่าให้ฟังว่า ในเมืองโบราณฟ่งหวง มีศิลปหัตถกรรม ของที่ระลึกแบบพื้นเมืองขายมากมาย เช่น ผ้าบาติกและผ้าปักลายฝีมือชนเผ่าแม้ว เครื่องเงิน และอาหารกินเล่นหลากหลาย ไม่ซื้อไปเดินดูไปสัมผัสบรรยากาศก็สนุกมาก
ไปแล้วก็อดไม่ได้ที่ต้องซื้อค่ะ น่าซื้อทีเดียว นักท่องเที่ยวที่ไปต่างซื้อกันอย่างสนุกสนาน เพราะซื้อกับชาวบ้านต่อราคาได้และได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวท้องถิ่น

แหล่งที่พลาดไม่ได้ยังมีภูเขา南天一柱หนันเทียนอีจู้ หรือ เสาหินแห่งฟ้าแดนใต้ภูเขาลูกนี้ มีรูปโฉมเหมือนเสาขนาดมหึมาที่สูงตระง่านเหนือระดับน้ำทะเล 1,074 เมตร ยอดเขาปกคลุมด้วยต้นไม้ใบหญ้าที่เขียวขจี เมื่อเดือนธันวาคมปี 2008 ช่างภาพ ฮอลลี้วูดเดินทางมาถ่ายทิวทัศน์สวยประหลาดที่บริเวณภูเขาที่มีรูปทรงอัศจรรย์นี้เป็นเวลา 4 วัน ซึ่งปรากฏเป็นฉากในภาพยนตร์อวตาร โดยภาพภูเขาหนันเทียนอีจู้กลายเป็นภูเขาฮาเลลูยาห์ในภาพยนตร์อวตาร
ภาพยนตร์อวตารได้รับความนิยมอย่างมากในหลายประเทศทั่วโลกและสร้างรายได้มหาศาลถึง 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งจีนและต่างชาติจำนวนมากพากันไปเที่ยวชมที่เขตทัศนียภาพจางเจียเจี้ย เมื่อวันที่ 25 มกราคมปี 2010 มีการประกาศเปลี่ยนชื่อภูเขาหนันเทียนอีจู้เป็น "ฮาเลลูยาห์" ตามชื่อภูเขาในภาพยนตร์อวตาร
เรื่องนี้ ทำให้เกิดการถกเถียงกัน ซึ่งมีผู้คนจำนวนไม่น้อยวิจารณ์ว่าไม่น่าเปลี่ยนชื่อตามหนังฝรั่ง
แต่ก็เข้าใจได้ การเปลี่ยนชื่อคงเพื่อผลักดันการท่องเที่ยวในเขตจางเจียเจี้ย และเพื่อเผยแพร่ชื่อเสียงของจางเจียเจี้ยให้มากยิ่งขึ้น
ตัวเลขล่าสุดพบว่า ปี 2011ที่ผ่านมา ในช่วง 10 เดือนแรกตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม จางเจียเจี้ยได้รับรองนักท่องเที่ยวทั้งจีนและต่างประเทศกว่า 20 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.4 เมื่อเทียบกับปี 2010 แสดงว่า การโฆษณาได้ผลเด่นชัด
สถานที่ท่องเที่ยวในจางเจียเจี้ยยังมีอีกมากมาย แต่ต้องไปเที่ยวเองไปสัมผัสเอง ส่วนอากาศและอุณหภูมิของจางเจียเจี้ยในช่วงสงกรานต์กลางเดือนเมษายน ประมาณ 12-22 องศาเซลเซียส จะไม่หนาวแล้วค่ะ สำหรับคนไทยกำลังเย็นสบายค่ะ



















