การอนุรักษ์ภาษาแมนจูที่กำลังจะสูญหาย (1)
  2012-05-28 17:03:59  cri

ภาษาแมนจูก็เป็นภาษาหนึ่งที่กำลังจะสูญหาย ปัจจุบัน ทั่วโลกมีผู้เชี่ยวชาญที่พูดภาษาแมนจูได้คล่อง และเขียนได้ด้วยเหลือเพียงประมาณ 30 คนเท่านั้น แต่ทั่วโลกมีเอกสารที่บันทึกด้วยภาษาแมนจูกว่า 3 ล้านชิ้นที่ต้องการแปลและตีความหมาย ดังนั้น การอนุรักษ์และฟื้นฟูภาษาแมนจูจึงมีความสำคัญมาก เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว นายอู๋ หยวนเฟิง ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาแมนจูเดินทางไปยังหมู่บ้านซานเจียจือ เมืองฉีฉีฮาเอ่อของมณฑลเฮยหลงเจียง พบว่า เมื่อ 30 ปีก่อน ในหมู่บ้านนี้ ชาวบ้านที่มีอายุ 50-60 ปีเกือบทุกคนพูดคุยกันด้วยภาษาแมนจู แต่เมื่อปีที่แล้ว เหลือเพียง 10 กว่าคนที่ยังพูดได้

เอกสารภาษาแมนจูของราชวงศ์ชิง

เท่าที่ทราบ ปัจจุบัน กลุ่มคนที่ใช้ภาษาแมนจูส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าซีโป๋ในเขตปกครองตนเองชนชาติอุยกูร์ ซินเจียง เพราะบรรพบุรุษของชาวซีโป๋เป็นชาวแมนจูที่อพยพจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปยังซินเจียง ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เนื่องจากสิ่งแวดล้อมและระบบบริหารพิเศษ จึงได้รักษาภาษาแมนจูไว้ได้อย่างดี ส่วนชาวแมนจูที่กระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศจีน แทบไม่มีใครพูด อ่าน และเขียนภาษาแมนจูได้สักคำแล้วนับเป็นเรื่องที่น่าเสียดายยิ่ง

เมื่อทศวรรษปี 1970 อดีตนายกรัฐมนตรีโจว เอินไหลมีคำสั่งให้สำนักงานข้อมูลราชวงศ์หมิงและชิงของพิพิทธภัณฑ์พระราชวังโบราณจัดชั้นเรียนภาษาแมนจู เพื่อแปลเอกสารภาษาแมนจูของราชวงศ์หมิงและชิง ซึ่งสมัยนั้นมีผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาแมนจู 100 กว่าคน แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 10 กว่าเท่านั้นเอง นายอู๋ หยวนเฟิงกล่าวว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีเอกสารภาษาแมนจูกว่า 3 ล้านชิ้นมสมมุติว่าแต่ละชิ้นมีอักษร 500 ตัว สำนักงานเอกสารภาษาแมนจูมีพนักงาน 20 คน แต่ละคนแปลได้ 2 แสนตัว อาจต้องใช้เวลา 200 ปีกว่าจะแปลได้หมด

ความจริง การแปลเอกสารภาษาแมนจูมีความหมายสำคัญมาก เพราะในช่วงต้นของราชวงศ์ชิง เอกสารสำคัญๆ ของรัฐบาลล้วนเขียนโดยภาษาแมนจู รวมทั้งเอกสารเกี่ยวกับปัญหาพรมแดนระหว่างจีนกับรัสเซีย ถ้าแปลเอกสารเหล่านี้สำเร็จ จะเป็นผลดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับประเทศเพื่อนบ้าน และเพิ่มเติมประวัติศาสตร์จีนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ส่วนในไต้หวัน ก็มีการวิจัยภาษาแมนจูเช่นกัน เมื่อปี 2005 พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณไทเปได้ตีพิมพ์ "เอกสารภาษาแมนจู" 10 เล่ม ถือเป็นหนึ่งในเอกสารสำคัญสำหรับการวิจัยภาษาแมนจู

นายจิน เป่าเซินผู้อำนวยการสถาบันภาษาแมนจูเป่ยจิง

เมื่อปี 1985 สถาบันภาษาแมนจูเป่ยจิงเปิดขึ้นอย่างเป็นทางการ นายจิน เป่าเซิน ผู้อำนวยการสถาบันฯ บอกว่า ก่อนทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ คิดว่าจัดสอนชั้นเดียวก็พอ แต่คาดไม่ถึงว่าจะมีคนมาสมัครถึง 200 คน การจัดตั้งสถาบันดังกล่าว มีจุประสงค์เพื่ออบรมบุคลากรที่เชี่ยวชาญภาษาแมนจู โดยเฉพาะในด้านการอ่านและการเขียน ไม่ใช้การพูด เพราะต้องการบุคลากรที่แปลเอกสารประวัติศาสตร์ได้ ดังนั้น การพูดจึงไม่ถูกจัดไว้ในคอร์สการเรียนนี้ เขาบอกว่า ประเทศจีนมีประชากร 1,300 ล้านคน ชาวแมนจูมีเพียง 10 ล้านคนเท่านั้น การพูดภาษาแมนจูจึงไม่มีความจำเป็นมาก อย่างเช่นมี 3 คนร่วมวงสนทนากันอยู่ 2 คนพูดภาษาแมนจูได้ แต่อีกคนพูดไม่ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องคุยกันเป็นภาษาแมนจูแล้ว

การเรียนการสอนของสถาบันภาษาแมนจูเป่ยจิง

สำหรับนักเรียนที่สมัครไปเรียนภาษาแมนจู มาจากหลายวงการในสังคม เช่นนักวิจัยของหอสมุดพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณเป่ยจิง ศาสตรจารย์คณะประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยของไต้หวัน อาจารย์มหาวิทยาลัยชิงหวา ตลอดจนวิศวกรการบินอวกาศของจีน สำหรับวัตถุประสงค์ของการเรียน จึงมี 4 ประการด้วยกัน คือ 1.ตั้งใจจะทำงานด้านภาษาแมนจู 2. มีความต้องการในการทำงาน เพื่อช่วยแก้ปัญหาในงานวิจัย 3.รักชนชาติแมนจู และ 4. หวังว่าจบแล้วจะได้งานเกี่ยวกับภาษาแมนจู แต่เนื่องจากขาดเงินทุน สถาบันภาษาแมนจูต้องหยุดการเรียนการสอนไปเมื่อปี 2000

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ตอบคำถามออนไลน์
ทบทวนรายการน่าสนใจ
ภาพยอดฮิต
เว็บไซต์ึเพื่อนซีอาร์ไอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Play Stop
© China Radio International.CRI. All Rights Reserved.
16A Shijingshan Road, Beijing, China. 100040