วันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการถกปัญหาในการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติสมัยสามัญครั้งที่ 67 นายโยชิฮิโกะ โนดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวคำปราศรัยว่า การแก้ข้อขัดแย้งอย่างสันติตามกฎหมายระหว่างประเทศนั้น เป็นเจตจำนงของ "กฎบัตรสหประชาชาติ" และหลักการที่ประชาคมโลกยอมรับได้ โดยหวังว่าจะอธิบายข้อขัดแย้งกันด้านดินแดนและน่านน้ำที่ตนเองก่อเกิด โดยเจาะจงต่อเรื่องนี้ นายฉิน เกา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวว่า ควรแก้ไขปัญหาพิพาทดินแดนตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์และกฎหมาย ประเทศบางประเทศมองข้ามประวัติศาสตร์และกฎหมาย แทรกแซงอธิปไตยเหนือดินแดนของประเทศอื่น ท้าทายระเบียบโลกอย่างร้ายแรง แต่ยังถือกฎระเบียบระหว่างประเทศเป็นข้ออ้าง นับเป็นปฏิบัติการที่โกหกตัวเองและคนอื่น ซึ่งเจ้าหน้าที่ นักวิชาการ และสื่อมวลชนบางประเทศต่างได้แสดงทัศนะและท่าทีโต้แย้งท่าทีของนายโยชิฮิโกะ โนดะ เช่นกัน
ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ได้ตีพิมพ์บทความวิจารณ์ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า ในกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ และทัศนะทางประวัติศาสตร์ เกาะเตี้ยวอี๋ว์เป็นดินแดนของญี่ปุ่น และย้ำหลายต่อหลายครั้งว่า นี่เป็นความเป็นจริงที่ไม่มีข้อขัดแย้ง แต่รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งใจมองข้ามสภาพความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์อย่างหนึ่งว่า การยึดครองเกาะเตี้ยวอี๋ว์ของญี่ปุ่นในปี 1895 นั้นเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เกาะเตี้ยวอี๋ว์ไม่ใช่ของเชลยศึกในสนธิสัญญาประการใดประการหนึ่ง บทความดังกล่าวโต้แย้งว่า เอกสารสองฉบับที่ญี่ปุ่นใช้อ้างถึงบ่อยๆ นั้นต่างไม่น่าเชื่อถือ
Yim/Ldan


















