
เมื่อบ่ายวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น เกิดเหตุเขื่อนสะตึงอาไตที่จีนกับกัมพูชากำลังร่วมกันก่อสร้างอยู่พังถล่มลงมาบางส่วน เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ชาวกัมพูชาสูญหาย 3 คน
เวลาประมาณ 13.15 น. วันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่าน เขื่อนสะตึงอาไตที่อยู่ในจังหวัดโพธิสัดที่ห่างจากกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชาประมาณ 340 กิโลเมตรเกิดพังถล่มลงมาบางส่วน ฝ่ายที่เกี่ยวข้องรายงานว่า สาเหตุที่ทำให้เขื่อนพังครั้งนี้เกิดจากมีปริมาณน้ำมากเกินไป จนทำให้เกิดรอยแตกร้าวยาวประมาณ 23 เมตร และสูงประมาณ 10 เมตร และโชคดีที่เขื่อนไม่ได้พังถล่มทั้งหมด ซึ่งต่อมาน้ำที่จากร้อยแตกนี้ได้ไหลเข้าท่วมถนนใกล้ๆ เขื่อน
ผู้อำนวยการกรมตำรวจจังหวัดโพธิสัดกล่าวว่า สาเหตุของการพังถล่มครั้งนี้ทำให้มีแรงงาน 6 คนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งรวมทั้งแรงงานชาวจีน 1 คน แต่ 6 คนนี้มีอาการไม่ค่อยหนัก และมีแรงงานอีก 3 คนถูกกระแสน้ำซัดพาจนสูญหายไป ปัจจุบัน ตำรวจกำลังตรวจสอบหาสาเหตุอยู่
หลังเกิดเหตุ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องของเขื่อนได้ใช้มาตรการซ่อมแซมฉุกเฉิน และแจ้งให้สถานทูตจีนประจำกัมพูชาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกัมพูชารับทราบทันที ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรม เหมืองแร่และพลังงานของกัมพูชาจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปยังสถานที่เกิดเหตุ และแถลงสาเหตุกับสื่อมวลชนหลังทำการสำรวจขั้นตอนต้นว่า เหตุนี้จะไม่ทำลายโครงสร้างหลักของเขื่อนและการใช้งานในอนาคต ตามโครงการแล้วจะมีการตรวจสอบเขื่อนสะตึงอาไตในสิ้นปีนี้ แต่เนื่องจากเกิดเหตุพังถล่มลงมาก่อนบางส่วนจึงจะเลื่อนเวลาตรวจสอบออกไป
หลังเกิดเหตุ นายพัน กว่างเซีย เอกอัคราชทูตจีนประจำกัมพูชาชี้แนะผู้รับผิดชอบการสร้างเขื่อนของจีนว่า หนึ่ง ต้องช่วยเหลือแรงงานชาวกัมพูชาที่สูญหายก่อนอื่นใด สอง ต้องสำรวจหาสาเหตุโดยเร็ว และกำหนดมาตรการซ่อมแซม และสามควรแจ้งสภาพต่างๆกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว
Ton/kt


















