เมื่อมีนาคมปีที่แล้ว เติ้งเจียหยีกับทีม DFC ของเขตเซินเจิ้นจัดกิจกรรม 4 ครั้ง เพื่อแลกเปลี่ยนกับเด็ก ๆ ซึ่งเป็นลูกของแรงงานชาวนาที่อาศัยอยู่ในเมือง ทำให้เด็ก ๆ ประทับใจเติ้งเจียหยีมาก

เติ้งเจียหยีเล่าว่า "มีเด็ก ๆ กลุ่มหนึ่งอายุแค่ 6-8 ปี พวกเขาอยากจะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เช่นพ่อแม่ทะเลาะกันบ่อยครั้ง ความสัมพันธ์ในชมชุนและสภาพแวดล้อมในหมู่บ้านไม่ดี ฯลฯ เด็กคนหนึ่งบอกว่า ปัญหาเหล่านี้ใหญ่เกินไป เราแก้ไม่ได้ เด็กคนอื่นตอบอย่างใจเย็นว่า เรามีสมอง เราแก้ได้
ในฮ่องกง นักบัญชีเป็นคนที่มีเงินเดือนค่อนข้างสูง เป็นงานที่น่าอิจฉา แม้ว่าในมหาวิทยาลัย เติ้งเจียหยีเรียนวิชาบัญชี แต่เธอเลิกอาชีพนักบัญชี ไปทำนิตยสารเมื่อเรียนจบ ต่อมาหันไปทำโครงการ DFC
"ดิฉันรู้สึกว่าดิฉันสามารถทำประโยชน์ให้สังคมได้มาก มีความฝันเล็ก ๆ ก็เป็นเรื่องดี ความฝันก็คือ ทำสิ่งที่ตนเองชอบทำ จัดตั้ง DFC ประเทศจีนก็เป็นความฝันของดิฉัน เรามีเงินไม่มาก แต่เราสามารถทำเรื่องที่นำประโยชน์ให้สังคมมากมาย "
สำหรับเรื่องนี้ พ่อแม่และเพื่อน ๆ ยังไม่ค่อยเข้าใจหรือการสนับสนุนเติ้งเจียหยี แต่เชื่อว่าจะดีขึ้นในไม่ช้า พ่อแม่กังวลว่า เธออาจมีเงินไม่พอใช้ เติ้งเจียหยียอมรับว่าตอนนี้เธอไม่ได้มีรายได้มาก บางทีก็มีปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่ยังยืนยันส่งเงินกลับบ้านทุก ๆ เดือน เพื่อให้พ่อแม่รู้สึกว่า เธอกินดีอยู่ดี และทำให้พวกเขาเข้าใจว่า DFC ไม่ใช่ฝันกลางวัน
เมื่อกล่าวถึงสาเหตุที่นำกิจกรรมสวัสดิการสังคมเข้าสู่แผ่นดินใหญ่จีน เติ้งเจียหยีกล่าวว่า เยาวชนฮ่องกงบางคนได้รับผลกระทบจากสื่อว่า ทำงานที่แผ่นดินใหญ่จีนจะไม่มีโอกาสการพัฒนาที่ดี จึงไม่อยากไปทำงานที่แผ่นดินใหญ่จีน แต่ตนเองไม่มีความคิดอย่างนั้น เพราะรักแผ่นดินใหญ่จีน จึงคิดว่าอย่ากกลับมาทำงานที่แผ่นดินใหญ่จีน
"ฮ่องกงทรัพยากรมากพอแล้ว แต่แผ่นดินใหญ่จีนยังต้องการให้เราความช่วยเหลือในแผ่นดินใหญ่จีน ดิฉันได้เจอคนดีมากมาย ดิฉันรู้สึกขอบคุณมาก จึงคิดว่า ถ้าทำเรื่องดี ก็จะมีคนสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือ ดิฉันไม่มุ่งสู่ความสำเร็จ ดิฉันจะเรียนรู้เรื่องรักตลอดเวลา นี่เป็นสิ่งที่สำคัญกว่าความสำเร็จ"
Patt/Nune


















