โดยวันที่ 23 เมษายนนี้ นายบารัค โอบามาจะเดินทางถึงกรุงโตเกียว นับเป็นการเยือนญี่ปุ่นครั้งแรกของประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลังจากการเยือนญี่ปุ่นของนายบิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปี 1996 ระหว่างการเยือน นายโอบามาจะพบปะกับนายชินโซะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น หารือการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศตามข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจมหาสมุทรแปซิฟิก และกระชับวความร่วมมือเพื่อรับมือกับการท้าทายทางการต่างประเทศจากเอเชียและทั่วโลก นอกจากนั้น นายโอบามายังจะเข้าเฝ้าจักรพรรดิญี่ปุ่นด้วย
เช้าวันที่ 25 เมษายน นายบารัค โอบามาจะเดินทางออกจากญี่ปุ่นไปเยือนเกาหลีใต้ระหว่างวันที่ 25 -26 เมษายนนี้ และพบปะกับน.ส.ปัก กึน เฮ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ โดยนายโอบามาจะเน้นย้ำคำมั่นสัญญาของสหรัฐฯ ที่มีต่อพันธมิตรสหรัฐฯ – เกาหลีใต สองฝ่ายยังจะอภิปรายปัญหานิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือและข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ
ต่อจากนั้น นายโอบามาจะเดินทางเยือนมาเลเซียระหว่างวันที่ 26 – 28 เมษายนนี้ และพบปะกับดาโตะ ราจิบ ราซัคนายกรัฐมนตรีมาเลซีย เพื่อแสดงให้เห็นถึงผลคืบหน้าด้านความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ กับมาเลเซียในด้านเศรษฐกิจ การป้องกันประเทศและการทูต เป็นต้น
สุดท้าย นายโอบามาจะไปเยือนฟิลิปปินส์ เพื่อพบปะกับนายเบนิโญ อาคีโน ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ หารือประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจและความมั่นคง วันที่ 7 เษายนที่ผ่านมา นายอัลเบิร์ต เดล โรซาริโอ รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปินส์กล่าวว่า ระหว่างการเยือน นายบารัค โอบามาจะลงนามข้อตกลงควมร่วมมือด้านกิจการป้องกันระหว่างสหรัฐฯ กับฟิลิปินส์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ว่า สหรัฐฯ จะจัดวางกำลังทหารในเอเชียอีกครั้ง
(In/Lin)