
ต่อหน้าบรรดาผู้พิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญสูงสุด อิหม่ามสุเหร่าอัล-อาซาร์ (Al-Azhar) และหัวหน้าบาทหลวงคริสตจักรคอปติก ออร์โธดอกซ์ (Coptic Orthodox) ที่ร่วมเป็นสักขีพยาน นายอับเดล ฟาต์ตาห์ อัล-ซีซีได้กล่าวสาบานสั้นๆ ว่า

"ข้าพเจ้าขอสัญญากับพระเจ้าบนฟากฟ้า จะพิทักษ์ระบอบการเมืองของสาธารณรัฐ เคารพรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ดูแลผลประโยชน์มวลชน ทั้งปกป้องเอกราชและบูรณภาพเหนือดินแดนแห่งชาติ"
พิธีปฏิญาณตนเข้ารับตำแหน่งใช้เวลาประมาณ 70 นาที จากนั้น นายอับเดล ฟาต์ตาห์ อัล-ซีซีโดยสารเฮลิคอปเตอร์ไปยังทำเนียบประธานาธิบดี โดยได้จัดเลี้ยงรับรอง และพบกับผู้นำ ตัวแทนผู้นำประเทศและทูตานุทูตที่มาร่วมงานเนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง โอกาสนี้ นายอับเดล ฟาต์ตาห์ อัล-ซีซีกล่าวกับแขกผู้มีเกียรติต่างชาติเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และสภาพความเป็นจริงของอียิปต์ในกิจการระหว่างประเทศ ตลอดจนภูมิรัฐศาสตร์ของอียิปต์ตามความเป็นจริง ที่อียิปต์เป็นมหาประเทศในตะวันออกกลางและภูมิภาคอาหรับแต่เก่าก่อน เคยมีบทบาทสำคัญในกระบวนการสันติภาพปาเลสไตน์-อียิปต์ ซึ่งเหมาะกับฐานะของประเทศอียิปต์
ทว่าสถานการณ์ปั่นป่วนที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางเมื่อกว่า 3 ปีก่อนทำให้ประเทศรอบข้างมีข้อกังขาเกี่ยวกับอนาคตของอียิปต์
แต่เวลานี้ นายอับเดล ฟาต์ตาห์ อัล-ซีซีลั่นวาจากับประชาคมโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโลกอาหรับและอิสลามว่า จะให้อียิปต์ "แบกรับหน้าที่ทางประวัติศาสตร์เช่นเคย" และสัญญากับชาวอียิปต์และต่างชาติว่าจะสร้างอียิปต์ให้ "เข้มแข็ง มั่นคง และเจริญรุ่งเรือง" เขายังให้คำตอบกับประชาชนที่ต้องการมีชีวิตที่ดีงามว่า
"เวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ประชาชนอียิปต์เข้าถึงผลแห่งการปฏิวัติ 2 ครั้ง เราต้องสร้างอนาคตที่มีความรุ่งโรจน์กว่าเดิมสร้างชีวิตที่มั่งคั่ง ให้ประชาชนมีสิทธิอำนาจมากขึ้น เหินห่างจากความปั่นป่วน และมีเสรีภาพ"
การเข้าดำรงตำแหน่งเป็นเพียงก้าวแรกสำหรับชีวิตการเมืองของนายอับเดล ฟาต์ตาห์ อัล-ซีซีเท่านั้น ท่ามกลางการท้าทายนานัปการ เขาจะสามารถนำพาชาวอียิปต์ฝ่าทางและสร้างฟ้าดินใหม่ขึ้นมาได้หรือไม่ ยังคงต้องเฝ้าติดตามต่อไป
(YIM/LING)


















