เฉิงเต๋อ แดนดินถิ่นสวรรค์ อู่ทรัพยากรและอารยธรรม
  2014-07-08 16:46:55  cri

พอทราบว่าจะได้ร่วมเดินทางตามความฝันจีนที่เหอเป่ย ดิฉันดีใจจนเนื้อเต้น แม้การเดินทางครั้งนี้ที่มีระยะเวลา ๕ วัน ไม่ได้ไปครบทุกเมืองในเหอเป่ย แต่เมืองเฉิงเต๋อและฉิงหวงเต่า ๒ เมืองที่เราได้มาก็ถือว่า เล่าไม่หมดแล้ว

การเดินทางของคณะครั้งนี้ มีคุณจาง ฮุย ผู้สื่อข่าวอาวุโส เจ้าของรางวัลดีด่นระดับชาติหลายรางวัล เคยติดตามคณะผู้นำจีนในการเยือนต่างประเทศทั้งยุโรป อเมริกา และแอฟริกามาแล้ว คุณจางฮุยเผยว่าปีนี้นับเป็นปีที่ ๖ ที่สถานีวิทยุซีอาร์ไอร่วมกับกรมวิเทศสัมพันธ์ มณฑลเหอเป่ยจัดเพรสทัวร์พาคณะสื่อมวลชนจีนและต่างชาติมาเจาะลึกลงพื้นที่สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งเหอเป่ย ครั้งนี้มีสื่อจากไทย ฝรั่งเศส อินเดีย อังกฤษ อิตาลี โปตุเกสและจีน รวม ๒๗ คน

พังกัส ผู้สื่อข่าวอินเดียเล่าว่ามาที่นี่เป็นครั้งที่สอง ประทับใจมาก ด้วยภูมิประเทศที่สวยงาม อากาศบริสุทธิ์ ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส ดำเนินชีวิตอย่างสบาย ๆ ไม่เร่งรีบ เป็นดินแดนที่มีหลากหลายชนเผ่าอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และไม่ไกลจากปักกิ่งมากนักสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ใช้เวลาประมาณไม่เกิน ๔ ชั่วโมง นอกจากนั้นยังเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงมาได้ เพราะนโยบายรัฐบาลจีนต้องการจะพัฒนาปักกิ่ง เทียนสินและเหอเป่ยให้เป็นพื้นที่พิเศษที่สะท้อนถึงความเจริญรุ่งเรืองของเมืองทางภาคเหนือ

เส้นทางจากปักกิ่งถึงเฉิงเต๋อสองข้างทางเป็นภูเขา รถบัสคณะของเราได้จอดปั๊มกลางทาง ลักษณะของปั้มน้ำมันที่นี่มีทั้งส่วนที่เหมือนและแตกต่างจากบ้านเรา ที่เหมือนคือมีห้องน้ำ อาหารการกิน ที่นั่งพัก ให้ผู้ที่เดินทางนั่งขดตัวในรถมานานได้ถ่ายทุกข์ ยืดเส้นยืดสาย ล้างหน้าล้างตา ที่แปลกกว่าคือมีที่พักให้เช่าด้วยคุณเหลย เต๋อซิน บอกว่าเนื่องจากพื้นที่โดยรอบเป็นภูเขา ในกรณีที่คนขับง่วงจัดก็สามารถเช่าที่พักหลับได้อย่างสบายและปลอดภัยก่อนที่จะมีการเดินทางกันต่อ

เฉิงเต๋ออู่ทรัพยากร

แหล่งน้ำสำคัญให้กับปักกิ่งและถังซาน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของน้ำที่ดื่มใช้ในปักกิ่งมาจากเฉิงเต๋อ เพราะเฉิงเต๋อมีแม่น้ำหลายสาย ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำหลวนเหอ ฉาวเหอ เหลียงเหอ ต้าหลิงเหอ ฯลฯ มีเขื่อนเก็บกักน้ำหลายเขื่อน ที่สำคัญคนในพื้นที่ตระหนักว่าเป็นแหล่งน้ำดื่มให้เมืองหลวง จึงพากันทุ่มเทเอาใจใส่อนุรักษ์แหล่งน้ำ ยอมเสียสละความมั่งคั่งจากอุตสาหกรรม ดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่ายเพื่ออนุรักษ์แหล่งน้ำ อนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้เมืองหลวง

เป็นแหล่งผลิตทองคำมากเป็นอันดับหนึ่ง ของประเทศ

มีพื้นที่ป่ามาก มีพรรณไม้หลากหลายชนิด และส่วนใหญ่ยังอยู่ในสภาพอุดมสมบูรณ์

ดินดีไปที่ไหน ๆ ก็จะเห็นแมกไม้เขียวขจี แม้ที่ที่เคยเป็นทะเลทรายก็ยังพลิกฟื้นมาปลูกพืชได้ ด้วยความพยายามของทั้งรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น ขณะนี้ ภาคเกษตรการปลูกพืช ผัก ผลไม้ ทั้งที่ปลอดสารพิษและไม่ปลอดสารพิษจากเฉิงเต๋อนี่ส่งขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างเช่นที่อำเภอเหวยชางที่ติดกับมองโกเลียใน ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ปลูกแครอทส่งให้แมคโดนัลด์และส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา เขานำแครอทมาผัดใส่ไข่ให้รับประทาน รสชาติหอมหวานอร่อยมาก พืชผักที่นี่ส่วนใหญ่ปลูกโดยไม่ใช้สารเคมี

เฉิงเต๋อ เมืองที่มีบุญอย่างต่อเนื่อง

เดิมทีเมืองนี่ชื่อเรื่อเหอ(แม่น้ำร้อน) ต่อมาจักรพรรดิ์คังซีทรงเปลี่ยนชื่อเมืองให้เป็นเฉิงเต๋อ เมื่อปี๑๗๓๓ เฉิงเต๋อมีพระราชวังฤดูร้อนที่สร้างในรัชสมัยโดยจักรพรรดิ์คังซี ลงมือสร้างเมื่อปี ๑๗๐๓ มาเสร็จสิ้นในปี ๑๗๙๒ ส่วนที่เป็นพระราชวังใช้โครงสร้างที่เป็นไม้ทั้งหมด มีลวดลายมังกรแสดงถึงการเป็นที่ประทับสำหรับกษัตริย์ ด้านหลังเป็นเนินเขา พื้นที่ที่เป็นภูเขาคิดเป็น ๔ ใน ๕ แรกสร้างมีอาคารกว่า ๔๑ หลัง ปัจจุบันเหลือไม่มาก แต่เป็นพระตำหนักหลัก ๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ว่าราชการ ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ที่ประทับ ห้องบรรทม จุดชมวิว รวมไปถึงพระวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปซึ่งอยู่บนเขาที่จัดได้ว่าเป็นจุดสูงสุด เพราะจักรพรรดิคังซีทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา บริเวณที่เป็นทะเลสาบอันกว้างใหญ่ไพศาลนั้น นัยว่าจำลองมาจากทางใต้ ให้บรรยากาศของการเป็นสวรรค์สำหรับภาคเหนือ ในทะเลสาบมีบัวที่มีดอกโต ใบงาม น้ำในทะเลสาบแห่งนี้ที่ใสสะอาดมาจากแม่น้ำเรื่อเหอ คณะของเราได้ลัดเลาะริมทะเลสาบที่เชื่อมระหว่างตำหนักต่าง ๆ จนครบทุกแห่ง ดวยความเพลิดเพลินมิรู้เหนื่อย

ป้ายชื่อพระตำหนัก"ปี้ สู่ ซาน จวง(ปี้ แปลว่าหลีกหนี สู่ แปลว่า ฤดูร้อน ซาน แปลว่า ภูเขา จวง แปลว่าบ้านใหญ่ รวมความคือบ้านหนีร้อน ) ซึ่งเป็นลายพระหัตถ์ของจักรพรรดิ์คังซี

จักรพรรดิ์เฉียนหลงซึ่งเสด็จแปรพระราชฐานมาทรงพักแรมที่นี่ ๓ ปี ทรงพระราชนิพนธ์บทกวี ๔ บทชื่นชมความงามของสถานที่แห่งนี้ พระองค์ทรงใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่รับรองอาคันตุกะต่างประเทศ เช่น ผู้แทนพิเศษจากยุโรป เป็นต้น ทรงมีพระราโชบายที่จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างแมนจูกับทิเบตแน่นแฟ้นด้วยการสร้างวัด ๘ แห่ง เป็นการช่วยเผยแผ่พระพุทธศาสนา

พระนางซูสีไทเฮา ที่เคยปกครองหลังม่านให้ฮ่องเต้ที่ยังทรงพระเยาว์ ๔ พระองค์ ก็ทรงมาพักร้อนที่นี่ แม้ตอนที่มีทหารร่วมชาติลุกฮือขึ้นต่อต้านที่ปักกิ่ง พระนางก็ทรงหนีมาตั้งหลักอยู่ที่นี่ แม้ห้องประทับของพระองค์จะเป็นห้องเล็ก ๆ แต่ว่ากันว่าเป็นห้องเล็กที่ทรงอิทธิพลมากในสมัยนั้น

ปี ๑๗๓๓ พระราชวังฤดูร้อนเฉิงเต๋อถูกญี่ปุ่นยึกครองและตั้งเป็นเขตบริหารพิเศษของแมนจู ได้นำจักรพรรดิฟูยี จักรพรรดิองค์สุดท้ายมากักพระองค์ไว้ที่นี่

พระราชวังฤดูร้อนเฉิงเต๋อได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี ๑๙๙๔ ขณะที่เดินอยู่ในสถานที่แห่งนี้ดินแดนที่มีความหลากหลายทั้งประวัติศาสตร์และทำเล ก็ให้นึกถึงพระคุณของบรรพบุรุษจีนที่ได้ทรงสร้างสถานที่สำคัญ ๆ เอาไว้ให้คนรุ่นหลังทั้งคนจีนและต่างชาติอย่างเราได้เก็บเกี่ยวความสุข สถานที่แห่งนี้ช่างเป็นแดนสวรรค์แห่ง

เมืองเหนือโดยแท้ ส่วนใหญ่คนไทยเราคุ้นกับการมาเที่ยวปักกิ่ง จากปักกิ่งอีก ๓ -๔ ชั่วโมงก็ถึงเฉิงเต๋อแล้ว มาเที่ยวที่นี่กันนะคะ พระราชวังฤดูร้อน เดินสบาย ๆ เพลินกับประวัติศาสตร์ อยู่ที่นี่สัก ๑ วัน แล้วจะรู้สึกว่าทำไมเวลาผ่านไปเร็วจัง ก็เพราะเรามีความสุขน่ะซี เฉิงเต๋อ เมืองที่มีบุญอย่างต่อเนื่องจริง ๆ


1 2 3
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ตอบคำถามออนไลน์
ทบทวนรายการน่าสนใจ
ภาพยอดฮิต
เว็บไซต์ึเพื่อนซีอาร์ไอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Play Stop
© China Radio International.CRI. All Rights Reserved.
16A Shijingshan Road, Beijing, China. 100040