สถานีวิทยุซีอาร์ไอรายงานว่า วันนี้ (9 กรกกฎาคม) ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งของอินโดนีเซียจำนวน 190 ล้านคนพากันไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียง เพื่อเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ ก่อนหน้านี้ ผลสำรวจคะแนนนิยมที่เผย สองผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนีเซีย คือ นายโจโค วิโดโดจากพรรคประชาธิปไตยเพื่อการต่อสู้ และ นาย ปราโบโว สุเบียนโต จากพรรคเกอรินดรา (Gerindra) มีคะแนนนิยมสูสีกันมาก
วันนี้เป็นวันหยุดราชการของอินโดนีเซีย
การลงคะแนนเสียงเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 08.00น.ตามเวลาท้องถิ่น ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งพากันไปใช้สิทธิ์ตามสถานที่ลงคะแนนเสียงรวม 545,000 แห่งใน 34 จังหวัดทั่วประเทศ ท่ามกลางการรักษาความสงบเรียบร้อยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ
องค์กรอิสระที่รับผิดชอบนับคะแนนเสียงจะประกาศผลการเลือกตั้ง เบื้องต้นในค่ำวันนี้ ส่วนคณะกรรมการจัดการเลือกตั้งอินโดนีเซียจะประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 22-24 กรกฎาคมนี้ หลังจากนั้น ประธานาธิบดีคนใหม่จะปฏิญาณตนเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 20 ตุลาคมนี้
วันนี้ ทางการอินโดนีเซียได้จัดวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจำนวนกว่า 1,200,000 นายตามสถานที่สำคัญต่างๆ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และประกันให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างราบรื่น ด้านนายซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน (Susilo Bambang Yudhoyono) ประธานาธิบดีคนปัจจุบันกล่าวเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า อยากเห็นผู้สนับสนุนทั้งสองฝ่ายช่วยกันรักษาความสงบเรียบร้อยหลัง การเลือกตั้ง เขากล่าวว่า ช่วงรณรงค์หาเสียง เคยเกิดเหตุผู้สนับสนุนทั้งสองฝ่ายมีการเผชิญหน้ากัน เหตุการณ์ทำนองนี้ไม่ควรเกิดขึ้นอีกหลังการลงคะแนนเสียงในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ เนื่องจากว่าประชาชนส่วนใหญ่อยากเห็นสถานการณ์กลับคืนสู่สภาวะ ปกติโดยเร็ว
นายซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน ยังสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเพิ่มความเข้มงวดในการรักษา ความสงบเรียบร้อย เพื่อรับมือกับสถานการณ์การเมืองที่ร้อนระอุในขณะนี้ เขากล่าวว่า ช่วงจัดการเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจจะต้องป้องกัน และระงับการกระทำผิดกฎหมายทุกอย่าง โดยเฉพาะเหตุการณ์ใช้ความรุนแรง
อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่ไม่กังวลเรื่องเกิดเหตุการณ์ใช้ความรุนแรง นายสีว์ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ภาษาจีนของท้องถิ่นกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า อินโดนีเซียได้ทำการปฏิรูปเพื่อสร้างระบบประชาธิปไตยการเมืองมา เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว เคยจัดการเลือกตั้งมาหลายครั้ง ซึ่งทุกครั้งต่างเป็นไปอย่างราบรื่น จึงเชื่อมั่นว่า ครั้งนี้ก็จะเป็นไปอย่างราบรื่นเช่นกัน ผู้สนับสนุนทั้งสองฝ่ายต่างรู้ดีว่า การใช้ความรุนแรงจะทำให้ประเทศชาติเกิดความเสียหาย นอกจากนี้ ฝ่ายทหารและตำรวจต่างก็ยืนยันว่า จะรักษาความเป็นกลาง และเข้มงวดในการรักษาความสงบเรียบร้อย จึงเชื่อมั่นว่า การเลือกตั้งจะเป็นไปอย่างราบรื่น
(YIM/cai)


















