โดยคณะกรรมการบริหารแรงงานที่ประกอบด้วยสหพันธ์กรรมกร นายจ้างและผู้แทนรัฐบาลสิงคโปร์ ยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลว่า ก่อนกฎหมายข้อบังคับที่เกี่ยวข้องมีผลบังคับใช้ ขอใช้วิธีการประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมให้โรงงานและนักธุรกิจ จ้างแรงงานที่มีความสามารถในการทำงานจนถึงอายุ 67 ปี นายตัน ชวน จิน ( Tan Chuan Jin) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานสิงคโปร์ได้รับและเห็นด้วยข้อเสนอของคณะกรรมการฯ และกล่าวว่า เนื่องจากตลาดแรงงานมีความลำบากมากขึ้น รัฐบาลสิงคโปร์จึงส่งเสริมให้บรรดานักธุรกิจจ้างแรงงานผู้สูงอายุที่ยังมีความสามารถในการทำงาน
ปีหลังๆ นี้ แรงงานผู้สูงอายุของสิงคโปร์มีโอกาสถูกว่าจ้างเพิ่มมากขึ้น จาก 57% ของปี 2009 มาเป็น 65% ของปี 2013 เฉพาะปี 2013 แรงงานชาวท้องถิ่นที่ทำงานในบริษัทเอกชนนั้น มีสัดส่วน 99% ได้ถูกว่าจ้างให้ทำงานต่อไปเมื่อครบอายุ 62 ปี
เมื่อปี 2012 กฎหมายว่าด้วยการเกษียณอายุและการว่าจ้างใหม่ของสิงคโปร์เริ่มมีผลบังคับใช้ โดยมีข้อกำหนดว่า นายจ้างมีภารกิจทางกฎหมายที่จะให้ลูกจ้างที่ถึงเกษยีณอายุ แต่สภาพร่างกายยังแข็งแรงดี และยังมีความสามารถในการทำงานให้ตัดสินใจเองว่า จะทำงานต่อจนถึงอายุ 65 ปีหรือไม่ กฎหมายยังระบุว่า และในอนาคตอาจจะปรับเกณฑ์เกษียณอายุสูงขึ้นถึง 67 ปี แต่ข้อนี้ยังไม่มีผลบังคับใช้ในขณะนี้
นาย เตียว ชี เฮียน ( Teo Chee Hean) รองนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์กล่าวเมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมาว่า รัฐบาลสิงคโปร์ในฐานะที่เป็นนายจ้างรายใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์ ที่มีลูกจ้างราชการ 139,000 คน จะเป็นตัวนำในด้านนี้ โดยจะให้ลูกจ้างเกษียณอายุ 67 ปี
(Yim/Lin)


















