สมาชิกสภาปรึกษาการเมืองแห่งชาติจีนจากกวางสีและยูนนานเสนอให้กระชับความร่วมมือระหว่างจีนกับอาเซียนในการรักษาโรคระบาด
  2015-03-05 16:18:53  cri

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม มีพิธีเปิดการประชุมสภาปรึกษาการเมืองแห่งชาติจีนชุดที่ 12 ครั้งที่ 3 ที่กรุงปักกิ่ง สมาชิกสภาฯ สองคนจากเขตปกครองตนเองชนเผ่าจ้วงกวางสีและมณฑลยูนนานได้ร่วมกันยื่นญัตติเสนอให้รัฐบาลกลางขยายความร่วมมือกับประเทศอาเซียนในด้านการรักษาและควบคุมโรคระบาด

นายเผิง จาว คณะกรรมการพรรคชนบทและแรงงานประชาธิปไตยกวางสี และนายหยาง หงเซิง คณะกรรมการพรรคชนบทและแรงงานประชาธิปไตยมณฑลยูนนานเป็นผู้ที่เสนอญัตติดังกล่าว นายเผิงจาวให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า

"ญัตติฉบับนี้เป็นผลงานจากการวิจัยร่วมระหว่างกวางสีกับยูนนาน คณะกรรมการของพรรคเราในสองมณฑลได้ดำเนินการวิจัยระบบการป้องกันและควบคุมโรคระบาดในเขตที่เป็นชายแดนระหว่างจีนกับประเทศอาเซียน หลังจากนั้นจึงได้ทำญัตติฉบับนี้และยื่นต่อที่ประชุม"

มณฑลยูนนานกับกวางสีต่างอยู่ที่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนและติดกับประเทศอาเซียน เช่น เวียดนาม พม่า ลาวเป็นต้น คล้ายเป็นสะพานเชื่อมทั้งสองฝ่าย และมีการติดต่อ แลกเปลี่ยน การไปมาหาสู่กันบ่อยครั้ง จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดของโรคต่างๆ

นายเผิง จาวกล่าวว่า ปีหลังๆ นี้ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกิดโรคระบาดบ่อยมาก ยูนนานและกวางสียังขาดปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่จะป้องกันไม่ให้โรคระบาดเข้ามา เช่น อหิวาตกโรคจากเวียดนามเคยระบาดถึงกวางสี และกระจายเข้าเขตแดนชั้นใน เมื่อปี 2009-2013 กวางสีพบผู้ป่วยไข้เลือดออก 38 ราย ในจำนวนนี้ มี 37 รายที่ติดโรคจากประเทศอาเซียน นอกจากนี้ ผู้ป่วยมาลาเรียมี 95.95% เป็นประเภทนำเข้า

นายเผิง จาวยังกล่าวว่า

"ปัจจุบัน หน่วยงานป้องกันและรักษาโรคของมณฑลยูนนานและกวางสีมีพื้นฐานไม่ค่อยดี สิ่งปลูกสร้างขั้นพื้นฐาน ห้องทดลองตลอดจนเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้มาตรฐานของประเทศ และระดับราชการหน่วยงานของศูนย์ป้องกันควบคุมโรคยังต่ำ ไม่ดีต่อการประสานความร่วมมือกับประเทศอาเซียน"

สมาชิกสภาปรึกษาการเมืองแห่งชาติทั้งสองคนต่างเห็นว่า ประเทศอาเซียนที่อยู่ใกล้กับจีนก็พบปัญหาดังกล่าวเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ การตั้งระบบป้องกันและควบคุมโรคระหว่างจีนกับอาเซียนของมณฑลยูนนานและกวางสีจึงมีความจำเป็นมาก เขากล่าวว่า มีงานสำคัญๆ ที่ต้องปฏิบัติต่อไปเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้แก่

"หนึ่ง รัฐบาลต้องส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน สองต้องการเพิ่มศักยภาพการควบคุมและป้องกันโรคระบาดของสองมณฑล สาม ต้องถืองานป้องกันโรคระบาดในเขตชายแดนเป็นงานสำคัญในการรักษาความมั่นคงของประเทศ และเพิ่มความเข้าใจต่อไป เพื่อร่วมกันดำเนินการป้องกันในอนาคตต่อไป"

สมาชิกทั้งสองคนต่างกล่าวว่า ถ้าญัตติฉบับนี้ผ่านและสามารถปฏิบัติได้ สภาพการณ์ด้านสาธารณสุขในเขตชายแดนจีนจะดีขึ้น และเป็นหลักประกันในการรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพของชายแดนได้"

In/Lei

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ตอบคำถามออนไลน์
ทบทวนรายการน่าสนใจ
ภาพยอดฮิต
เว็บไซต์ึเพื่อนซีอาร์ไอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Play Stop
© China Radio International.CRI. All Rights Reserved.
16A Shijingshan Road, Beijing, China. 100040