พิพิธภัณฑ์บ้านเหมย หลานฟางกรุงปักกิ่ง-2
  2015-04-29 13:12:06  cri

จริงๆแล้ว บทที่เหมย หลานฟาง ถนัดมากที่สุด คือ"ต้าน"หรือแปลว่า "ตัวนาง" เนื่องจากแต่ละเรื่องจะมีตัวละครหญิงหลายตัว ดังนั้น ในอุปรากรงิ้วปักกิ่งยังมีชื่อเรียกแยกย่อยอีกหลายอย่าง ส่วนบทที่เหมย หลานฟาง เล่นบ่อยก็คือสตรีผู้สูงศักดิ์ ปกติต้องสวมชุดสีน้ำเงิน ภาษางิ้วปักกิ่งยังเรียกตัวละครนี้อีกชื่อหนึ่งว่า "ชิงอี" และผู้แสดงที่รับบทนี้จะต้องมี ความสามารถด้านการร้อง นอกจากต้องขับร้องด้วยน้ำเสียงใสกังวาลแล้ว ยังต้องให้ท่วงทำนองที่ไพเราะ และมีความอ่อนหวานไปพร้อมกันด้วย

ปี 1914 เป็นช่วงสำคัญเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เหมย หลานฟาง กลายเป็นดาวเด่นที่สะดุดตาที่สุดในเวทีงิ้วปักกิ่ง ช่วงเวลานั้น เหมยหลานฟาง ได้เดินทางกลับจากนครเซี่ยงไฮ้ เนื่องจากเขาเป็นคนที่มีชื่อเสียงเป็นที่ชื่นชอบอย่างกว้างขวาง เขาชอบเลี้ยงนกกระเรียน ชอบปลูกดอกไม้ วาดภาพ และชอบไปชมการแสดงของคนอื่น โดยไม่จำกัดอยู่แค่งิ้วปักกิ่งอย่างเดียว ความนิยมชมชอบดังกล่าวได้ส่งผลกระทบสำคัญต่อการแสดงของเขา หลังเขากลับจากเซี่ยงไฮ้แล้ว เขาได้เริ่มปรับเปลี่ยนวิธีการเล่น การร้อง ออกแบบเครื่องแต่งกาย การแต่งหน้าใหม่ รวมถึงภาษากายหรือลีลาการร่ายรำ รวมถึงการใช้สื่ออารมณ์กับคนดูด้วย ซึ่งล้วนผิดแผกไปจากงิ้วปักกิ่งฉบับดั้งเดิม การปรับเปลี่ยนนี้ ทำให้ผู้ชมเข้าถึงการแสดงได้มากขึ้น และประทับใจอย่างมาก ความโด่งดังของเหมย หลานฟาง นั้นถึงขนาดมีคนพากันพูดว่า ไม่ว่าหญิงหรือชายล้วนอยากแต่งงานกับเหมย หลานฟาง

เขาย้ายบ้านมาอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ในปี 1918 และเป็นช่วงที่การแสดงพัฒนารูปแบบอีกอย่างมาก เนื่องจากได้รับความนิยมอย่างสูง ในที่สุด เขาก็ตัดสินใจก่อตั้งโรงเรียนเหมย หลานฟัง ขึ้นเพื่อเปิดสอนงิ้วปักกิ่งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วย

ในปี 1919 เขาได้รับเชิญจากโรงละครโตเกียว จึงนำคณะเดินทางไปเยือนและเปิดการแสดงทั้งในโตเกียวและเมืองอื่นๆ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่งิ้วปักกิ่งไปแสดงในต่างประเทศ เหมย หลานฟางได้เลือกแสดงเรื่อง นางฟ้าโปรยดอกไม้ 天女散花 และเรื่องอื่นๆ การแสดงของเหมย หลานฟางได้เป็นที่ชื่นชอบของชาวญี่ปุ่นอย่างมาก และมีการผูกสัมพันธ์กับนักแสดงคาบูกิ ซึ่งถือเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงของญี่ปุ่นด้วย

กระทั่งเมื่อครั้งกองทัพญี่ปุ่นยาตราผ่านสะพานหลูกู่หรือสะพานมาร์โคโปโลเข้ามายึดกรุงปักกิ่งนั้น นายพลกองทัพยังเรียกร้องให้ เหมย หลานฟาง ทำการแสดงให้ดูด้วย แต่เขาก็ปฏิเสธ

ต่อมา ในปี 1930 เหมย หลานฟางตัดสินใจเดินทางไปเปิดการแสดงที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งสร้างความสงสัยให้กับเพื่อนฝูงและคนจีนที่ได้ข่าวนี้มาก เพราะขณะนั้นสหรัฐอเมริกายังทำสงครามเย็นกับจีนอยู่ ซึ่งผู้กำกับภาพยนตร์ประวัติชีวิตของเหมย หลานฟาง ที่ออกฉายเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ปี 2008 ได้เคยให้สัมภาษณ์ต่อกรณีการไปอเมริกาครั้งนี้ของเหมย หลานฟาง ไว้ว่า

"ผมสงสัยมาตลอดว่า เขากล้าไปแสดงที่อเมริกาเมื่อปี 1930 ซึ่งเป็นช่วงที่เต็มไปด้วยแรงกดันได้อย่างไร ทั้งไม่มีใครในอเมริการู้จักงิ้วปักกิ่ง แล้วเพื่อนหลายคนของเขาก็คัดค้านการเดินทางไปเสี่ยงภัยของเขา แต่เขาก็ยังยืนยันจะทำ และสุดท้ายเขาก็ได้รับการตอบรับอย่างดี กระทั่งได้เปิดการแสดงถึง 15 รอบ"


1 2
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ตอบคำถามออนไลน์
ทบทวนรายการน่าสนใจ
ภาพยอดฮิต
เว็บไซต์ึเพื่อนซีอาร์ไอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Play Stop
© China Radio International.CRI. All Rights Reserved.
16A Shijingshan Road, Beijing, China. 100040