สำนักข่าวแห่งประเทศจีนรายงานว่า วันที่ 23 พฤษภาคมนี้ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนร่วมประชุมแลกเปลี่ยนและส่งเสริมมิตรภาพ ระหว่างจีน-ญี่ปุ่น และกล่าวปาฐกถาว่า จากเจตนารมณ์การถือประวัติศาสตร์เป็นบทเรียน และมุ่งหน้าสู่อนาคต ทั้งจีนและญี่ปุ่นต้องร่วมกันพิทักษ์สันติภาพ ส่งเสริมการพัฒนา และหาทางวางแผนให้ทุกชั่วคนเป็นมิตรกันตลอดไป เพื่อสร้างอนาคตอันดีงามแห่งการพัฒนาประเทศ และสร้างคุณูปการแก่สันติภาพของเอเชีย และของโลก ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อตกลงทางการเมืองระหว่างจีน-ญี่ปุ่นรวม 4 ฉบับ
จีนและญี่ป่นเป็นประเทศเพื่อนบ้านกัน ช่วง 2,000 กว่าปีมานี้ สันติภาพ และมิตรภาพเป็นกระแสหลักแห่งความสัมพันธ์ระหว่างสอง ประเทศ ประชาชนทั้งสองประเทศมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทั้งนี้นอกจากเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศตนแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อความก้าวหน้าด้านอารยธรรมของ มวลมนุษยชาติด้วย แต่หลังเข้าสู่ยุคใกล้ปัจจุบัน ญี่ปุ่นหันไปเดินหนทางรุกรานประเทศอื่น เพื่อแผ่อิทธิพลของตนให้กว้างขึ้น จึงได้สร้างความเศร้าสลดมากให้กับความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับญี่ปุ่น ในสมัยนั้น และได้นำภัยพิบัติมหาศาลสู่ประชาชนจีน อย่างไรก็ตาม หลังสงครามยุติลง ผู้นำรุ่นอาวุโสของทั้งสองประเทศได้พิจารณาถึงสถานการณ์ระหว่าง ประเทศในขณะนั้นอย่างถ่องแท้และถูกต้อง ตัดสินใจที่จะนำความสัมพันธ์ระหว่างจีน-ญี่ปุ่นกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว สุดท้าย ทั้งสองประเทศได้ลงนามในข้อตกลงสันติภาพ และมิตรภาพหลังขจัดอุปสรรคนานัปการ ทั้งนี้ได้เปิดศักราชใหม่แห่งการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างจีน-ญี่ปุ่น บุคคลที่มีวิสัยทัศน์ไกลทั้งในจีนและญี่ปุ่นได้ทำงานมากเพื่อการนี้ ประวัติศาสตร์พิสูจน์ให้เห็นว่า การพัฒนามิตรสัมพันธ์ระหว่างจีน-ญี่ปุ่นเป็นประโยชน์กับประชาชนทั้ง สองประเทศ และยังเป็นประโยชน์กับภูมิภาคเอเชียจนกระทั้งทั่วโลกด้วย เราจึงควรทะนุถนอมและรักษาไว้ซึ่งสันติภาพอย่างจริงจัง
นายสี จิ้นผิง ยังกล่าวว่า ขอเพียงให้ประชาชนทั้งสองประเทศเป็นมิตรกันด้วยความจริงใจ เป็นเพื่อนบ้านที่มีคุณธรรม ก็จะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ให้ทุกชั่วคนเป็นมิตรกันตลอดไป จีนให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่นอย่างมาก ยินดีร่วมกับญี่ปุ่นในการส่งเสริมมิตรสัมพันธ์และความร่วมมือฉัน ประเทศเพื่อนบ้านบนพื้นฐานของข้อตกลงทางการเมือง 4 ฉบับ
นายสี จิ้นผิงเน้นว่า ปีนี้เป็นปีครบรอบ 70 ปีประชาชนจีนชนะสงครามต่อต้านญี่ปุ่น และประชาชนโลกชนะสงครามต่อต้านฟาสซิสต์ เราเห็นว่า การก่อกรรมทำเข็ญของกลุ่มลัทธิรัฐทหารญี่ปุ่นในสมัยนั้นไม่ควรถูกปิดบัง ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ไม่ควรถูกบิดเบือน ประชาชนจีน และประเทศที่ได้รับความเสียหายจากการรุกรานของญี่ปุ่นในสมัยนั้นไม่ยอมให้มีพฤติกรรมหรือวาจาชื่นชมยกย่องประวัติรุกรานประเทศอื่น ของกลุ่มลัทธิรัฐทหารญี่ปุ่นเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด เราเห็นว่า ต้องไม่ลืมประวัติศาสตร์ จึงจะสามารถนำประวัติศาสตร์มาเป็นบทเรียนได้ ด้วยเหตุนี้ จึงต้องจดจำประวัติศาสตร์ไว้ให้แม่นยำ เพื่อมุ่งหน้าสู่อนาคต และไม่ลืมสงครามที่เคยเกิดขึ้น เพื่อปกป้องสันติภาพ ซึ่งประชาชนญี่ปุ่นก็เป็นผู้รับความเสียหายจากสงครามในสมัยนั้นเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ จีนและญี่ปุ่นจึงต้องมีเจตนารมณ์การถือประวัติศาสตร์เป็นบทเรียน และมุ่งหน้าสู่อนาคต ร่วมกันรักษาสันติภาพ ส่งเสริมการพัฒนา แสวงหาทางให้ทุกชั่วคนเป็นมิตรกันตลอดไป และร่วมสร้างอนาคตอันดีงามแห่งการพัฒนาประเทศ รวมทั้งสร้างคุณูปการแก่สันติภาพของเอเชีย และของโลก
(YIM/cai )


















