
องค์การอนามัยโลกยังระบุว่า ตั้งแต่ปี 1991 ยาอาร์เทมิซินินที่วิจัยผลิตโดยนักวิทยาศาสตร์จีนได้รับสิทธิบัตรสากล และเริ่มถูกนำไปใช้ในประเทศต่างๆ จนถึงปัจจุบัน จีนได้แสดงบทบาทสำคัญในกระบวนการป้องกันและรักษาโรคมาลาเรียของโลก สถิติขององค์การอนามัยโลกแสดงว่า นับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา ทั่วโลกมีผู้ป่วยกว่า 1.5 ล้านคนรอดตายจากไข้มาลาเยโดยใช้ยาอาร์เทมิซินิน
ในทวีปแอฟริกา ยาอาร์เทมิซินินได้ชื่อว่าเป็นยาเทวดา เพราะไม่มีปัญหาการดื้อยา จีนเริ่มส่งออกยาชนิดนี้ตั้งแต่ปี 1994 และในปี 1996 กระทรวงสาธารณสุขจีนจัดให้ยาอาร์เทมิซินินเป็นหนึ่งในบัญชียาหลักที่ทีมรักษาพยาบาลที่ไปช่วยเหลือประชาชนในแอฟริกาจำเป็นต้องเตรียมไว้ เมื่อผู้นำจีนไปเยือนประเทศแอฟริกา ยาชนิดนี้ยังถูกใช้เป็นของขวัญที่มอบให้กับชาวท้องถิ่น
นายจาง หลัน ผู้สื่อข่าวจีนที่เคยประจำกรุงดาร์เอสซาลามเมืองหลวงแทนซาเนีย เขาเล่าว่า ครั้งหนึ่งเมื่อปี 2004 เขาเข้าไปในร้านอาหารแห่งหนึ่ง บนโต๊ะอาหารโต๊ะหนึ่งได้ตั้งขวดสไปรท์ขนาดใหญ่ ข้างในมียาเม็ดสีขาว บริกรชาวผิวดำคนหนึ่งเดินเข้ามา เปิดขวดหยิบยา 1 – 2 เม็ดใส่เข้าปาก นั่นไม่ใช่หมากฝรั่ง แต่เป็นยาควินิน ที่ใช้ป้องกันลรักษาโรคมาลาเรีย ราคาของยานี้ถูกมาก เจ้าของร้านอาหารจึงเอายาหลายร้อยเม็ดใส่ขวดให้พนักงานไปหยิบกินเอง เพราะในแอฟริกา ผู้คนมักจะติดเชื้อโรคมาลาเรียบ่อยครั้งเหมือนกับเป็นหวัดหรือปวดหัว จึงต้องเตรียมยานี้ไว้ประจำร้าน
นายจาง หลันกล่าวว่า โรคมาลาเรียติดต่อด้วยยุง ชาวแอฟริกามีโอกาสถูกยุงกัดเกือบทุกวัน และอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยค่อนข้างสูง จึงได้ชื่อว่าเป็นฆาตกรอันดับ 1 ของทวีปแห่งนี้
แต่ก่อน ยาควินินเป็นยารักษาโรคมาลาเรียประจำ แต่มีอาการข้างเคียงค่อนข้างหนัก ที่สำคัญคือประชาชนท้องถิ่นใช้ยานี้เป็นเวลานานและกินยาตามใจชอบ ทำให้เชื้อโรคมาลาเรียดื้อยา และอัตราเสียชีวิตก็สูงขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งยาอาร์เทมิซินิน (Artemisinin) ของจีนออกมาจึงมีคำตอบใหม่
นายจาง หลันกล่าวว่า เมื่อทำงานอยู่ในแอฟริกา มักจะมีชาวท้องถิ่นถามเขาว่า คุณรู้จักยาอาร์เทมิซินินหรือไม่ คุณมียาอาร์เทมิซินินหรือเปล่า
เมื่อชาวท้องถิ่นมาขอของขวัญ คงไม่ใช่ใบชาจีน แต่เป็นยาเทวดาของจีนอย่างหนึ่ง ยาอาร์เทมิซินินที่มีชื่อเสียงโด่งดังในแอฟริกา เมื่อคณะผู้แทนของรัฐบาลจีนไปเยือนประเทศแอฟริกา หรือนักธุรกิจบริจาคสิ่งของให้กับชาวท้องถิ่น มักจะฝากยาอาร์เทมิซินินเป็นของขวัญ องค์การอนามัยโลกเคยจัดการประชุมสุดยอดในแอฟริกาครั้งหนึ่ง โดยถือยาอาร์เทมิซินินเป็นหัวข้อการประชุม ซึ่งเป็นเรื่องที่แต่ก่อนเกือบไม่เคยมี

ที่ประเทศกานา ชาวจีนในแอฟริกาส่วนใหญ่รู้จักหมอเซียว โป เมื่อทศวรรษปี 1980 เขาเดินทางไปเผยแพร่สมุนไพรจีนที่กานา ปี 1988 ได้เปิดคลินิกฝังเข็มจีนแห่งแรกในกานา ปัจจุบันกลายเป็นโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้กับเมืองหลวงอักกรา เมื่อได้ทราบข่าวที่นางถู โยวโยวได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์และสรีรวิทยา ประจำปี 2015 จากผลการวิจัยผลิตยาอาร์เทมิซินิน เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยความตื่นเต้นว่า ผมเป็นคนแรกที่นำเอายาอาร์เทมิซินินมาใช้ในประเทศกานา
เมื่อปี 1990 นายเซีย โปเดินทางกลับประเทศจีนเพื่อมาเยี่ยมญาติ เพื่อนคนหนึ่งรู้ว่าเขาเพิ่งกลับจากประเทศกานาที่อยู่เขตแอฟริกาตะวันตก ซึ่งเป็นเขตที่มีผู้ป่วยโรคมาลาเรียค่อนข้างสูง ก็เลยเสนอให้เขารู้จักยาอาร์เทมิซินิน นายเซีย โปจึงติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิต และตัดสินใจเอายา 2 กล่องไปทดลองใช้ในกานา
เมื่อพูดถึงประสิทธิผลของยานี้ นายเซีย โปกล่าวว่า สิ่งที่ลืมยากมากคือมีครั้งหนึ่ง เด็กหญิงชาวท้องถิ่นอายุประมาณ 15 ปีเป็นโรคมาลาเรีย ใช้ยาอย่างอื่นรักษา 1 สัปดาห์แล้วไม่ได้ผล เมื่อพ่อแม่ส่งเธอมารักษาที่คลินิกของผม เด็กหญิงคนนี้มีอาการหายใจลำบากและสลบไม่ได้สติแล้ว ผมจึงให้ยาอาร์เทมิซินินรักษาทันที วันรุ่งขึ้น เด็กหญิงคนนี้ก็อาการดีขึ้นและค่อยๆ หาย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ยาอาร์เทมิซินินมีผลในการรักษาโรคมาลาเรียชนิดร้ายแรงดีมากเมื่อเทียบกับยาอย่างอื่น
นายเซียโปยังกล่าวว่า ตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก ในประเทศแอฟริกาตะวันตกที่มีผู้ติดโรคมาลาเรียค่อนข้างมากนั้น การรักษาผู้ป่วยโรคมาลาเรียจะใช้ยาผสม คือนอกจากมีให้ยาอาร์เทมิซินินแล้ว ยังมียาชนิดอื่นๆ ด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเกิดดื้อยา ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ยาอาร์เทมิซินินได้ช่วยชีวิตมนุษย์นับล้านคน เชื่อมั่นว่าในอนาคตยังจะช่วยชีวิตผู้คนได้อีกมากมาย
สถิติขององค์การนามัยโลกปรากฏว่า เมื่อปี 2005 ในทวีปแอฟริกามี
5 ประเทศรักษาผู้ป่วยโรคมาลาเรียด้วยยาอาร์เทมิซินินคิดเป็นอัตรา
50% - 100% จนถึงสิ้นปี 2009 มี 11 ประเทศแอฟริการักษาผู้ป่วย
โรคมลาเรียด้วยยาอาร์เทมิซินิน 100% นอกจากนั้น มีอีก 5 ประเทศแอฟริกาใช้ยาอาร์เทมิซินินคิดเป็นอัตรา 50% - 100%
นางถู โยวโยวเกิดเมื่อปี 1930 ปีนี้อายุ 85 ปี ขณะนี้ยังคงทำงานด้านการวิจัยวิทยาศาสตร์และสั่งสอนนักศึกษาอยู่ ปัจจุบันมีตำแหน่งหัวหน้านักวิจัยและนักวิจัยตลอดชีพของสถาบันวิจัยแพทย์แผนโบราณจีนสภาวิทยาศาสตร์แพทย์แผนจีน เมื่อปี 2011 ยังได้รับราลวัลลาสเกอร์ ( Lasker Award) ซึ่งเป็นรางวัลในวงการแพทย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกด้วย
(In/Lin)


















