นักเศรษฐศาสตร์เรียกร้องสหรัฐฯยึดแนวทางการค้าเสรี
  2018-03-25 16:25:55  cri

สถานีวิทยุซีอาร์ไอรายงานว่า การประชุมระดับสูงที่เกี่ยวกับการพัฒนาของจีนประจำปี 2018 จัดขึ้นที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม โดยธีมของการประชุมครั้งนี้คือ "จีนในยุคใหม่" เนื่องจากก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งจัดเก็บภาษีการนำเข้าสินค้าจากจีน ตามมาตรา 301 ทำให้นักวิชาการ นักธุรกิจต่างชาติหลายๆ คน ที่เดินทางมาร่วมการประชุมครั้งนี้ ต่างแสดงความคิดเห็นว่า การกระทำดังกล่าวของสหรัฐฯ ทำให้หลายคนรู้สึกผิดหวังและหากยอมรับในเรื่องของการกีดกันทางการค้าจะทำให้ทุกคนได้รับผลกระทบร้ายแรง

แหล่งข่าวรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งจัดเก็บภาษีการนำเข้าสินค้าจากจีนตามมาตรา 301 เมื่อวันที่ 22 มีนาคม โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางมาตรการจำกัดการค้ากับจีน

ศาสตราจารย์นิโคลัส สเติร์น (Nicholas Stern) จากสถาบันรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ลอนดอน หัวหน้าการบริการทางเศรษฐกิจของรัฐบาล สหราชอาณาจักร กล่าวต่อที่ประชุมว่า

พฤติกรรมดังกล่าวของสหรัฐฯทำให้หลายคนรู้สึกผิดหวังมาก การที่สหรัฐฯขาดดุลการค้ากับจีนนั้น เกิดจากรายรับและรายจ่ายของชาวสหรัฐไม่สมดุลกัน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าสหรัฐฯทำการค้ากับประเทศหนึ่งประเทศใด การทำสงครามการค้าเพื่อจะแก้ปัญหาดังกล่าว มีความไม่เป็นธรรม ถือ���ป็นการตัดสินใจที่ผิดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะลงนามในคำสั่งจัดเก็บภาษีการนำเข้าสินค้าจากจีน สมาคมวิชาชีพทางเศรษฐกิจสาขาต่างๆ ในสหรัฐฯรวม 45 แห่ง ได้เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯยุติการดำเนินโครงการดังกล่าว สมาคมวิชาชีพเหล่านี้ครอบคลุมหลากหลายสาขาวิชาชีพ เช่น วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การขายปลีก การเกษตร สินค้าอุปโภคบริโภค และเกี่ยวพันกับบริษัทขนาดใหญ่จำนวนมาก เช่น บริษัท แอปเปิล (Apple Inc.) กูเกิล (Google Inc.) ไอบีเอ็ม (IBM) ไนกี้ (Nike) และวอลมาร์ท (Walmart) พวกเขายื่นหนังสือร้องเรียนว่า การเพิ่มการจัดเก็บภาษาการนำเข้าสินค้าจากจีนจะส่งผลกระทบต่อหลายฝ่าย และจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯจะได้รับความเสียหายในที่สุด

นายทิม คุก ซีอีโอของบริษัท แอปเปิลแสดงความเห็นว่า จีนและสหรัฐฯควรยึดหลักการค้าเสรี โดยร่วมกันทำให้ตลาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ซีอีโอของบริษัท แอปเปิลยังกล่าวว่า จากประสบการณ์ของเขาเองพบว่า ประเทศที่ดำเนินนโยบายเปิดประเทศ และการค้าเสรีจะประสบความสำเร็จ ส่วนประเทศที่กระทำในทางตรงกันข้ามจะล้มเหลว หากจีนและสหรัฐฯร่วมมือกัน จะให้ผลลัพท์ในลักษณะหนึ่งบวกหนึ่งใหญ่กว่าสาม ด้วยเหตุนี้ สองประเทศจึงควรทำตลาดให้ใหญ่ขึ้น แต่ไม่ใช่ไปแย่งส่วนแบ่งการตลาดที่มีอยู่เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น จีนและสหรัฐฯต่างได้รับประโยชน์จากการค้าเสรี อย่างไรก็ตาม การค้าที่ไม่สมดุลกันนั้นเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากทุกฝ่าย ทุกฝ่ายจึงต้องเร่งหาสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาไม่สมดุลทางการค้า และทุ่มกำลังแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ หากสามารถแก้ไขปัญหาการค้าให้สมดุลก็จะทำให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

จากคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะจัดเก็บภาษีการนำเข้าสินค้าจากจีน สหรัฐฯจะจัดเก็บภาษีการนำเข้าสินค้าจากจีนครั้งใหญ่ และจำกัดการลงทุนของวิสาหกิจจีน ควบรวมวิสาหกิจในสหรัฐฯ สินค้าจีนที่จะถูกจัดเก็บภาษีมีมูลค่าสูงถึง 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว หนึ่งล้านแปดแสนล้านบาท

หลังเกิดกรณีดังกล่าว รัฐบาลจีนตอบรับทันทีว่า จีนไม่อยากให้เกิดสงครามการค้า จึงจะไม่เป็นฝ่ายเริ่มต้นในเรื่องนี้ แต่หากใครจะบังคับให้จีนต้องทำ จีนก็ไม่เกรงกลัว และจะเดินหน้าปกป้องสิทธิ์

ศาสตราจารย์ ลอเรนซ์ เอช ซัมเมอร์ (Lawrence H. Summers) ประธานมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวต่อที่ประชุมว่า ความร่วมมือระหว่างจีนและสหรัฐฯ มีมากกว่าความขัดแย้งอย่างมาก หากทำสงครามการค้า ก็ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่จะมีร่วมกันได้ เขากล่าวว่า

ความร่วมมือระหว่างจีนและสหรัฐฯมีความสำคัญยิ่ง ความยิ่งใหญ่ของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีขนาดใหญ่ อยู่ที่ต้องเคารพซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องเคารพระบอบการบริหารประเทศของอีกฝ่าย จีนและสหรัฐฯจึงต้องร่วมมือกันในประเด็นที่สนใจร่วมกัน วางกฎระเบียบที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็ยอมรับ เพื่อแก้ไขความขัดแย้งทางพาณิชย์ โดยเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือระหว่างจีนและสหรัฐฯ สามารถสร้างความดีงามให้แก่โลกมากขึ้น แต่หากทำสงครามการค้า โดยตอบโต้กันอย่างตาต่อตา ฟันต่อฟันแล้ว ก็จะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่มีร่วมกันได้

นายปัสคาล ลามี(Pascal Lamy) อดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลกกล่าวระหว่างการประชุมว่า ลัทธิกีดกันทางการค้าไม่เป็นวิธีการที่ถูกต้องในการแก้ไขปัญหา การพูดคุยหารือ และความร่วมมือจึงเป็นวิธีการที่ถูกต้องในการแก้ไขปัญหา

เขากล่าวว่า การปิดตลาด และปกป้องทางการค้า ไม่เป็นวิธีการ แก้ไขปัญหาที่ดี วิธีการแก้ไขปัญหาที่ดีคือ ทำนโยบายด้านต่างๆ เช่น สังคม การศึกษา และตลาดแรงงานให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น แน่นอน ยังต้องกระชับความร่วมมือระหว่างวิสาหกิจกับรัฐบาล และความร่วมมือระหว่างสหภาพแรงงานกับองค์กรจัดตั้งทางสังคมที่เกี่ยวข้อง ด้วยสาเหตุเหล่านี้ จึงเป็นเรื่องที่แน่นอนว่า หากยอมรับในเรื่องกีดกันทางการค้า จะทำให้ทุกคนได้รับความเสียหาย

(bo/cai)

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ตอบคำถามออนไลน์
ทบทวนรายการน่าสนใจ
ภาพยอดฮิต
เว็บไซต์ึเพื่อนซีอาร์ไอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Play Stop
© China Radio International.CRI. All Rights Reserved.
16A Shijingshan Road, Beijing, China. 100040