
ผู้สื่อข่าวซีอาร์ไอรายงานว่า เมื่อบ่ายวันที่ 23 พฤศจิกายน คณะผู้สื่อข่าวไทยที่มีนายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยเป็นหัวหน้าคณะรวม 9 คนได้เดินทางไปเยี่ยมเยือนสถานีวิทยุซีอาร์ไอ โอกาสนี้ นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ได้ให้สัมภาษณ์นายลู่ หย่งเจียง ผู้สื่อข่าวภาคภาษาไทย สถานีวิทยุซีอาร์ไอ รายละเอียดของการสัมภาษณ์มีดังนี้
ถาม มาเยือนจีนครั้งนี้่มีความเป็นมาอย่างไร และมีวัตถุประสงค์อะไร
ตอบ การเดินทางมาเยือนครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยกับสมาคมนักข่าวแห่งประเทศจีน ซึ่งมีความสัมพันธ์กันมาประมาณ 11 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1999 ความสัมพันธ์นี้ก็มีเรื่อยมา ยกตัวอย่างเช่น ปีนี้ สมาคมนักข่าวไทยเยือนจีน ปีหน้่า สมาคมนักข่าวจีนก็จะไปเยือนไทย ผมจำได้ว่า ปีนี้เ็ป็นครั้งที่ 6 หรือ 7 ที่สมาคมนักข่าวไทยมาเยือนประเทศจีน ในการเยือนแต่ละครั้ง ก็จะไปเยือนตามมณฑลต่างๆ ได้นำเรื่องราวต่างๆ ที่เราพบเห็นไปเขียนในสื่อแต่ละประเภท ซึ่งผมคิดว่าเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน มีความไม่เข้าใจกันก็จะได้ซักถาม ได้พูดคุย และแลกเปลี่ยนทางความรู้ทางวัฒนธรรมกันเรื่อยมา มีความแนบแน่นขึ้นเรื่อยๆ ในปีที่แล้ว ทางผู้แทนสมาคมนักข่าวจีนก็ไปเยือนไทย สมาคมนักข่าวไทยได้จัดให้พบกับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งทางรัฐบาลไทยก็ให้ความสำคัญ ได้พบกันนานถึง 45 นาที ถ้าผมจำไม่ผิด คุยกันหลายเรื่อง
ถาม คราวนี้่ คุณประสงค์กับคณะได้ไปที่ใดบ้่างในประเทศจีน กำหนดการคร่าวๆ เป็นอย่างไร
ตอบ เราเิดินทางออกจากประเทศไืทยเมื่อวันที่ 15 (พฤศจิกายน) ลงเครื่องบินที่ปักกิ่ง แล้วก็บินไปเมืองชิงเต่าที่อยู่มณฑลซานตง จากชิงเต่าโดยสารรถไปเมืองอุยไห่ และไปเมืองเอียนไถซึ่งอยู่ในมณฑลซานตงเช่นกัน ต่อจากนั้นไปเมืองต้าเหรียนในมณฑลเหยียวหนิง จากต้าเหรียนบินกลับกรุงปักกิ่ง ในแต่ละที่ได้พบเห็นความแตกต่างกัน อย่างที่เมืองชิงเต่า เป็นเมืองที่มีความเจริญทางอุตสาหกรรม อย่างเช่น ที่สำคัญก็คือบริษัทไหเอ่อ ซึ่งผลิตสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิกส์ที่มีความก้าวหน้ามาก เอียนไถเป็นเมืองท่าที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยวทางด้านชายทะเลที่สวยงามทีเดียว มีพระองค์ใหญ่ที่สุด สูง 38 เมตร ผมว่าคนไทยชอบเที่ยวแบบนี้่อยู่แล้ว เพียงแต่จุดอ่อนที่คนไทยมาเที่ยวแถบซานตง คือไม่มีเที่ยวบินตรง เท่าที่คุยกับทางการท่องเที่ยวเมืองเอียนไถ ก็พยายามที่จะเจรจาให้เปิดสายการบินโดยตรง
ถาม แต่ละแห่งที่ผ่านมา ดูอะไรเป็นหลัก
ตอบ หนึ่งดูเรื่องท่องเที่ยว สองคือเรื่องสื่อต่างๆ จะเห็นว่าสื่อหนังสือพิมพ์ของจีนมีความแตกต่าง แม้จะเ็ป็นของทางการทั้งหมด แต่ก็ต้องเลี้ยงตัวเอง และมีธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับสื่อหนังสือพิมพ์ เช่นมีธุรกิจโรงแรมหรือธุรกิจท่องเที่ยวด้วย ซึ่งสื่อเมืองไทยไม่ค่อยมีอย่างนี้
ถาม หลายวันที่ผ่านมา คุณประสงค์รู้สึกอะไรเป็นสิ่งที่ประทับใจมากที่สุด
ตอบ มีสองส่วน หนึ่งคือความจริงใจในการต้อนรับ สอง ผมทึ่งในเรื่องการพัฒนาของประเทศจีนที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว แม้เราจะได้ยินข่าวอยู่ตลอดเวลา แต่มาเมืองจีนปีเว้นปีหรือปีหนึ่งครั้งสองครั้ง มาทุกครั้งจะเห็นการพัฒนาที่เติบโตและรวดเร็ว เห็นการทุ่มเทที่สูง แต่ก็ยังมีจุดที่น่าเป็นห่วง ที่คุยกันก็คือเรื่องช่องว่างระหว่างรายได้ ซึ่งรัฐบาลจีนเองก็ตระหนักในเรื่องนี้
ถาม วันนี้มาเยือนซีอาร์ไอ มองซีอาร์ไออย่างไร
ตอบ ผมคิดว่าสิ่งที่พัฒนาทางด้่านสื่อวิทยุของซีอาร์ไอมีความแตกต่างกับตะวันตกที่เราค่อนข้างคุ้นเคย ประเทศไทยเติบโตและคุ้่นเคยกับทางตะวันตกมาค่อนข้่างนาน จะเห็นว่าทางตะวันตก เช่น BBC ให้ความสำคัญกับภาษาต่างๆ ลดลง ไปทุ่มเทกับภาษาอาหรับ ซึ่งเป็นจุดที่เป็นปัญหา จะเห็นว่า เขาจะเน้นเรื่องการโฆษณาชวนเชื่อเป็นหลัก แต่ทางจีนกลับขยายภาษาต่างประเทศ และลงทุนให้งบประมาณในด้านนี้มากขึ้น จะเห็นว่า จีนให้ความสำคัญกับทุกภูมิภาค ผมคิดว่าเป็นนโยบายของจีนที่ต้องการให้ความช่วยเหลือและแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ แต่ถ้ามองในอีกแง่หนึ่งที่มองจากตะวันตก คือขยายอิทธิพลจีนไปสู่ประเทศต่างๆ มากขึ้น
ถาม คุณประสงค์มอง การแลกเปลี่ยนทางด้่านสื่อมวลชนจะมีบทบาทอย่างไรต่อการเชื่อมมิตรภาำพระหว่างจีนไทย
ตอบ ผมคิดว่า มนุษย์จะเข้าใจกันก็ต้องมีการพูดคุยกันและการสื่อสาร ถ้าเรายิ่งมีการสื่อสารกันบ่อย และทำความเข้าใจกันเรื่อยๆ ความขัดแย้ง จุดบกพร่องเล็กๆ น้่อยๆ ก็จะได้ปรับเข้าหากัน ก็จะดีขึ้น คนไทยกำลังเรียนภาษาจีนมากขึ้น แม้แต่ลูกผมเองก็ยังเรียน ถ้าเราเห็นความสำคัญของสิ่งเหล่านี้ ผมคิดว่า ข้อขัดแย้งต่างๆ ก็จะไม่ขยาย แต่ถ้าเราไม่เข้าใจกัน และก็มาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างไม่รู้ข้อเท็จจริงก็จะเป็นปัญหา การที่สื่อมวลชนสองประเทศแลกเปลี่ยนการเยือน และไปเขียนถึงจุดดี จุดด้อยอย่างมีเหตุมีผล ผมคิดว่าจะช่วยทำให้ไม่เกิดปัญหา และจะมีการปรับปรุงและพัฒนามากขึ้น


















