
วันนี้จะพาท่านผู้ฟังไปชิมอาหารขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของเมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวนค่ะ อาหารนี้แม้จะทำด้วยเครื่องปรุงแสนธรรมดา ซึ่งก็คือปอดวัว แต่กลับได้รับความนิยมจากลูกค้าจำนวนมาก จนกลายเป็นหนึ่งในตัวแทนอาหารเมืองเฉิงตู อาหารนี้มีชื่อว่า ปอดวัวสามีภรรยา
ก่อนที่จะแนะนำอาหารนี้ เรามาทำความรู้จักกับเมืองเฉิงตูก่อนนะคะ เมืองเฉิงตูเป็นเมืองโบราณที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ในปลายสมัยราชวงศ์ตงโจว ก๊กสู่ย้ายเมืองหลวงมาตั้งอยู่ที่นี่ เรียกเมืองนี้ว่า เมืองเฉิงตู มาถึงสมัยราชวงศ์ฮั่น เนื่องจากอุตสาหกรรมสิ่งทอของเมืองนี้เจริญรุ่งเรืองมาก เมืองเฉิงตูจึงได้ชื่อเรียกอีืกชื่อหนึ่งว่า เมืองแห่งสิ่งทอ หรือเมืองจิ่นเฉิง เมืองเฉิงตูตั้งอยู่แถบที่ราบ เป็นศูนย์การคมนาคมทางบกระหว่างภาคตะวันตกเฉียงใต้กับใจกลางของจีน และก็เป็นศูนย์การคมนาคมทางน้ำระหว่างทางภาคเหนือกับทางภาคใต้ ด้วยเหตุนี้ นับแต่ศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสต์ศักราช เมืองเฉิงตูเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนมาโดยตลอด ในสมัยราชวงศ์ฮั่น เมืองเฉิงตูมีประชากร 76,256 ครัวเรือน รองลงมาจากเมืองฉางอัน เมืองหลวงราชวงศ์ฮั่นเท่านั้น
ส่วนอาหารเมืองเฉิงตูขึ้นชื่อด้วยรสชาติอร่อยและราคาถูกในทั่วประเทศจีน อาหารอร่อย ๆ ของเมืองเฉิงตูมีบัวลอยแซ่ลั่ย เกี๊ยวน้ำ บะหมี่ตั้นตั้น ซาลาเปาแซ่หาญ และบัวลอยไข่มุข เป็นต้น นับว่ามีจำนวนมากมายจนนับไม่ถ้วน ปอดวัวสามีภรรยาก็เป็นหนึ่งในอาหารเมืองเฉิงตูที่ขึ้นชื่อระดัีบชาติ ตั้งแต่ปลายราชวงศ์ชิงเป็นต้นมา เริ่มมีพ่อค้าหาบอาหารจานเย็นที่ทำด้วยปอดวัว เนื่องจากปอดวัวเป็นเครื่องในซึ่งมีราคาถูก ล้างให้สะอาดแล้ว ลวกด้วยน้ำเดือด แล้วผสมกับเครื่องปรุงต่าง ๆ เช่น ซีอิ๊ว น้ำมันพริก ผงมะแขว่น และงาก็รับประทานได้ นับว่าเป็นอาหารที่มีรสชาติอร่อย ทั้งยังมีราคาถูกด้วย จึงได้รับความนิยมอย่างสูงจากนักเรียน และแรงงานทั่วไป
มาถึงทศวรรษ 1930 สามีภรรยาคู่หนึ่ง โดยสามีชื่อกัวเจาหวา ภรรยาชื่อจังเถียนเจิ้งได้ตั้งแพงขายปอดวัวที่หน้าร้านอาหารจังผัวที่ถนนฉางซุ่น เมืองเฉิงตู ปอดวัวที่สามีภรรยาคู่นี้ทำนั้นออกมัน ๆ และเผ็ดอร่อยด้วย จึงมีลูกค้ามาซื้อปอดวัวกันเยอะ ลูกค้าที่มาอุดหนุนส่วนใหญ่เป็นนักเรียนที่กำลังอยู่ในวัยทะโมน พวกเขามักจจะเขียนตัวอักษร "ปอดวัวสามีภรรยา" ไว้บนกระดาษ แล้วแอบติดที่แพงขายปอดวัวของสามีภรรยาคู่นี้ เด็กบางคนยังร้องว่า "ปอดวัวสามีภรรยา ปอดวัวสามีภรรยา" แต่สองคนนี้ซึ่งมีอารมณ์ดีมากก็ไม่ถือสาอะไร
วันหนึ่ง เมื่อลูกค้าคนหนึ่งได้ชิมปอดวัวที่สามีภรรยาคู่นี้ทำแล้ว ชอบมาก จึงมอบป้ายคำขวัญที่ติดตัวอักษรว่า "ปอดวัวสามีภรรยา" ให้สองคนนี้ ตั้งแต่นั้นมา ปอดวัวสามีภรรยาจึงเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นเรื่อย ๆ หลังสาธารณรัฐประชาชนจีนสถาปนาขึ้น สามีภรรยาคู่นี้กลายเป็นพนักงา่นของบริษัทอาหารเมืองเฉิงตู สองคนสอนวิธีทำปอดวัวให้ผู้ร่วมงานทั้งหลาย ทางบริษัทก็จดทะเบียนให้ปอดวัวสามีภรรยา ปอดวัวสามีภรรยานี้จึงกลายเป็นอาหารขึ้นชื่อในเมืองเฉินตู ด้วยวิวัฒนาการเป็นเวลาหลายสิบปี ขณะนี้ วิีธีทำ และวัสดุในการทำอาหารชนิดนี้ล้วนแต่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นทั้งนั้น เครื่องปรุงในการทำปอดวัวสามีภรรยาในปัจจุบันนอกจากจะมีปอดวัวแล้ว ยังมีหัวใจ เนื้อ และลำไส้ประกอบด้วย เมื่อผสมกับน้ำมันงา ซีอิ๊ว ถั่วลิสงบด งาบด และผงมะแขว่นแล้วมีรสชาติอร่อยยิ่งกว่าเดิมอีก จนกลายเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อในทั่วประเทศจีน ปี 1998 กัวเร่ชิง ลูกสาวของสามีภรรยาคู่นี้ได้เรียนรู้เคล็ดลับในการทำปอดวัว และเปิดร้านขายปอดวัวสามีภรรยาแห่งหนึ่งที่เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน พอเปิดร้าน ก็มีลูกค้าเข้าคิวยาวมากเพื่อซื้อปอดวัวสามีภรรยา
ทุกวันนี้ มีร้านขายปอดวัวสามีภรรยาทั่วประเทศจีน แต่ถ้าอยากจะทานปอดวัวที่อร่อยที่สุด ก็คงต้องเดินทางถึงเมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวนค่ะ ท่านผู้ฟังมาเที่ยวมณฑลเสฉวนเมื่อไหร่ นอกจากไปชมหมีแพนดาที่แสนน่ารักแล้ว ก็อย่าลืมชิมปอดวัวสามีภรรยานะคะ วันนี้เวลาหมดลงแล้ว พบกันใหม่สัปดาห์หน้ากับรายการอาหารจีนหลากรสหลายสไตล์ สวัสดีค่ะ


















