颐和园的历史
อุทยานอี๋เหอหยวนหรือตามที่คนไทยนิยมเรียกกันว่า"พระราชวังฤดู ร้อน"ตั้งอยู่ในเขตไห่เตี้ยน โดยอยู่ห่างจากใจกลางเมืองปักกิ่งไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 15 กิโลเมตร เมื่อย้อนหลังไปราว 700-800 ปีก่อน ในสมัยราชวงศ์จิน(ค.ศ.1115-1234)และสมัยราชวงศ์หยวน(ค.ศ.1206-1368)
ตอนนั้น บริเวณแห่งนี้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของพระบรมวงศานวงศ์ ครั้นถึงสมัยราชวงศ์หมิง ได้มีการสร้างสวนและวัดขึ้นอีก สถานที่แห่งนี้จึงได้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อลือชาด้วยทิวทัศน์สวยงามและเป็นธรรมชาติ
เมื่อปีค.ศ. 1749 จักรพรรดิเฉียนหลงทรงมีดำริให้ทำการขุดลอกคูคลองและปรับปรุง สิ่งก่อสร้างบริเวณภูเขาและทะเลสาบขึ้นตามแนวคิดในการสร้างอุทยานครั้งใหญ่โดยมีการขุดขยายทะเลสาบให้มีพื้นผิวน้ำกว้างขึ้นและเอาดินที่ขุดจากทะเลสาบไปถมเป็นภูเขาตามแผนผังของอุทยาน โดยทรงตั้งชื่อให้ทะเลสาบแห่งนี้ว่า"ทะเลสาบคุนหมิง"และทรงตั้งชื่อให้ภูเขาลูกนี้ว่า"วั่นโซ่วซัน"แปลว่า"ภูเขาหมื่นปี" เพื่อเทิดพระเกียรติพระมารดาของพระองค์ เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา ด้วยการก่อสร้างที่เป็นเวลา10ปี จึงได้สร้างสวนแห่งราชสำนักขนาดใหญ่ที่เรืองนามไปทั่วโลกโดยมีชื่อว่า "ชิงยีหยวน"
แต่ "ชิงยีหยวน" ถูกทหารพันธมิตรต่างชาติที่รุกรานจีนเผาทำลายถึงสองครั้ง เมื่อช่วงปลายศตวรรษที่ 19 พระนางซูสีไทเฮาจึงได้นำงบประมาณสำหรับสร้างกองทัพเรือมาทำการซ่อมแซมโดยไม่สนใจสภาพความมั่นคง และผลกระทบต่อประเทศชาติโดยเปลี่ยนชื่อสถานที่แห่งนี้มาเป็น "อี๋เหอหยวน" หลังจากนั้น ได้กลายเป็น "พระราชวังฤดูร้อน" และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของพระนางซูสีไทเฮา ต่อมา "สวนแห่งราชสำนัก"แห่งนี้ได้ปิดฉากลงตามการล่มสลายของราชวงศ์ชิง และได้มีการประกาศเป็นสวนสาธารณะเมื่อปีค.ศ. 1924 โดยอนุญาตให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปเที่ยวชมได้อย่างเสรี
หลังจากคณะกรรมการมรดกโลกแห่งสหประชาติได้มาสำรวจอุทยานอี๋เหอหยวนแล้วได้ประเมินว่า อี๋เหอหยวนนับเป็นผลงานด้านศิลปะวัฒนธรรมที่ยอดเยี่ยมในการสร้างอุทยานของจีน ด้วยเหตุนี้จึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อปีค.ศ. 1998


















