คุยเรื่อง "ชุนหวั่น" ในเทศกาลหยวนเซียว
  2011-02-17 13:32:15  cri

สวัสดีค่ะ ท่านผู้ฟัง วันนี้วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือนอ้ายตามจันทรคติ เป็น "เทศกาลหยวนเซียว" ซึ่งเป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญที่มีมาแต่ดั้งเดิมของจีน และถือเป็นวันสุดท้ายของเทศกาลตรุษจีน

"เทศกาลหยวนเซียว" คำว่า "หยวน" มีความหมายว่า แรก ส่วน "เซียว" แปลว่า กลางคืน จึงใช้เรียกคืนที่พระจันทร์เต็มดวงครั้งแรกในรอบปีใหม่หลังย่างเข้าปีใหม่ของจีน

สำหรับคืนนี้ มีประเพณีว่า ชาวจีนจะต้องรับประทานขนมหยวนเซียวหรือ บัวลอยในครอบครัว และออกไปชมโคมไฟหลากสีที่ประดับประดากันอย่างสวยงาม ดังนั้น จึงมีการเรียกเทศกาลนี้อีกชื่อหนึ่งว่า เทศกาลโคมไฟ เชิญฟังเพลง "เทศกาลหยวนเซียว" จากนักร้องหญิงจีนชื่อ หยาง ยู่ว์อิ๋ง แล้วค่อยเล่าเรื่องเกี่ยวกับเทศกาลหยวนเซียวต่อนะคะ

เทศกาลหยวนเซียว เริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก(ก่อนคริสตกาล 206 ปี- ค.ศ.25) ส่วนประเพณีการชมโคมไฟนั้น เล่ากันว่า เริ่มขึ้นเมื่อ 1,900 ปีที่แล้ว ในยุคของจักรพรรดิหมิงตี้ แห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตก จักรพรรดิองค์นี้มีความเลื่อมใสศรัทธาในพุทธศาสนา ทรงทราบว่า ในวันขึ้น 15 ค่ำเดือนอ้าย พระสงฆ์จะเข้าไปสักการะพระธาตุและจุดไฟ ดังนั้น จึงมีพระบัญชาให้วัดและวังจุดไฟ เพื่อแสดงถึงความเชื่อถือศรัทธาในพุทธศาสนา นับเป็นจุดเริ่มต้นของการชมโคมไฟนั่นเอง

มาถึงราชวงศ์ถัง(ค.ศ.618-907) ประเพณีการชมโคมไฟก็ยิ่งมีความพิถีพิถันมากขึ้น ภายในพระราชวัง หรือตามท้องถิ่น ทุกหนทุกแห่งล้วนมีการแขวนโคมไฟ ทั้งยังพัฒนามาเป็นตึกโคมไฟ ต้นไม้โคมไฟ วงล้อโคมไฟ ที่มีการบันทึกว่ามีความสูงราว 66 เมตร และมีการประดับประดาด้วยโคมไฟถึง 50,000 ดวง ในยุคนี้ ประเพณีการชมโคมไฟมีต่อเนื่องกันถึง 3 วัน

เรื่อยมาจนในสมัยราชวงศ์ซ่ง (ค.ศ.960-1279 ) ที่ยิ่งให้ความสำคัญกับประเพณีนี้ และกิจกรรมดังกล่าวก็ยิ่งคึกคัก ขยายเวลาเป็น 5 วัน รูปแบบของโคมไฟก็ยิ่งหลากหลาย ส่วนในสมัยราชวงศ์หมิง(ค.ศ.1368-1644) ประเพณีการชมโคมไฟยาวนานถึง 10 วัน นับเป็นช่วงการชมโคมไฟที่ยาวที่สุดของจีน ในขณะที่เมื่อมาถึงราชวงศ์ชิง(ค.ศ.1616 -1911) ประเพณีดังกล่าวก็ได้สั้นลงเหลือเพียง 3 วัน แต่ความยิ่งใหญ่ตระการตากลับไม่ได้ลดลงเลย

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทุกครั้งที่ถึงค่ำคืนเทศกาลหยวนเซียว ผู้คนก็จะหลั่งไหลไปตามท้องถนน เพื่อชมโคมไฟที่มีรูปทรงต่างๆ ทายปัญหาเชาว์ที่ซ่อนอยู่ในโคมไฟ เล่นดอกไม้ไฟ จุดประทัด เชิตสิงโตและแห่มังกร ซึ่งล้วนเป็นกิจกรรมบันเทิงใจ โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นอกจากโคมไฟกระดาษและผ้าที่โปร่งบางแล้ว ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนที่อยู่ในช่วงอากาศหนาวเย็น ก็ยังมีโคมไฟน้ำแข็งด้วย และกลายเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

นอกจากการชมโคมไฟแล้ว สิ่งหนึ่งที่ลืมไม่ได้ คือการรับประทานขนม "หยวนเซียว" หรือทังหยวน คนไทยเรียกว่า บัวลอย เป็นขนมที่ทำจากแป้งข้าวเหนียว ภายในมีไส้ทั้งไส้หวาน และไส้เค็ม ปั้นเป็นลูกกลมๆ แล้วนำไปต้มหรือนำไปทอด โดยหมายถึงการอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันของคนในครอบครัว มาฟังเพลงกันค่ะ เพลงพื้นเมืองไต้หวัน "ขายบัวลอย" หรือ ม่ายทังหยวน จากนักร้องชื่อดังของฮ่องกง สูว์ เสี่ยวเฟิ่ง

แม้เทศกาลตรุษจีนปีนี้ผ่านไปแล้ว แต่เราอยากจะคุยถึงอีกประเด็นหนึ่ง นั่นก็คือ "ชุนหวั่น" ชุนหวั่นเป็นคำย่อจาก "ชุนเจี๋ยเหลียนฮวนหวั่นหุ้ย"ของซีซีทีวี ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า CCTV Spring Festival Gala แปลเป็นไทยคือ งานเฉลิมฉลองวันตรุษจีนที่จัดขึ้นโดยสถานีโทรทัศน์แห่งชาติจีน โดยงานนี้มีการถ่ายทอดสดตั้งแต่ปี 1983 เมื่อเวลา 20.00 น.ของวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งมีรายการแสดงนาน 4-5 ชั่วโมง โดยมีการใช้ฉากคอมพิวเตอร์ แสง สี เสียง มีนักร้องชื่อดัง และทีมนักเต้นจำนวนมากทั้งจากจีน รวมทั้งฮ่องกง ไต้หวันและมาเก๊า ตลอดจนต่างประเทศด้วย ทำให้กลายเป็นงานยิ่งใหญ่ที่มีความสวยงามตระการตา กล่าวได้ว่า การรวมตัวกันนั่งชมรายการพิเศษทางโทรทัศน์ เพื่อต้อนรับตรุษจีนนี้ก็เป็นอาหารจานเด็ดที่ขาดเสียมิได้ของคนจีน เช่นเดียวกับการรับประทานเกี๊ยว การจุดประทัดและดอกไม้ไฟ

ช่วงที่ผ่านมา "ชุนหวั่น" ไม่เพียงแต่มีอิทธิพลในประเทศจีนเท่าทั้น หากยังสร้างชื่อเสียงในต่างประเทศด้วย อย่างปีนี้ ก่อน "ชุนหวั่น"เปิดตัว สื่อต่างๆ ทั้งจีนและต่างประเทศก็พากันออกข่าวต่าง ๆ ทั้งทายกันว่า รายการพิเศษส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่จะมีดารานักร้องคนไหนมาร่วมบ้าง ข่าวทำนองนี้ ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก พอเสร็จงานฯ ไปค้นหาคำว่า "ชุนหวั่น" ที่เว็บไซต์ เนื้อข่าวที่เป็นภาษาอังกฤษมีมากกว่า 375 ชิ้น เฉพาะสื่อญี่ปุ่นก็มีข่าวที่เกี่ยวข้องกับ "ชุนหวั่น" หลายสิบชิ้นทีเดียว หนังสือพิมพ์นิวยอร์คไทมส์ของสหรัฐฯ ระบุว่า "การแสดงที่ยิ่งใหญ่ยาวนานถึง 5 ชั่วโมงนี้ ได้ดึงดูดผู้ชมได้มากกว่าผู้ชมรายการอเมริกันฟุตบอล (American football) ซึ่งเป็นกีฬาประเภททีมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และเป็นรายการที่มีผู้ชมมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา อย่างในปี 2010 มีผู้ชม106.5 ล้านคน ไล่เลี่ยกับจำนวนผู้ชมการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศปี 2010 ที่มียอดผู้ชม 700 ล้านคน เพราะว่า ภายในประเทศจีนมีผู้ชมการถ่ายทอดสดอย่างน้อยร้อยละ 40 ของประชากรทั้งหมด 1,300 คน แถมยังมีผู้ชมในต่างแดน และผู้ชมผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตด้วย ส่วนคำหรือศัพฑ์ใหม่ที่ปรากฎในรายการแสดงของ "ชุนหวั่น" ก็ได้รับความนิยมในหมู่ชาวจีนในต่างประเ้ทศ เช่นเดียวกับในประเทศจีน เพราะว่า นอกจากมีการถ่ายทอดสดทั่วประเทศจีนแล้ว CCTV ยังนำรายการ "ชุนหวั่น" ถ่ายทอดสดสู่ต่างแดน ด้วยภาษาจีน ภาษาอังกฤษ ภาษาสเปนและภาษาฝรั่งเศสด้วย อาจกล่าวได้ว่า ยังไม่มีรายการไหนที่ทำให้คนจีนทั่วโลกส่วนใหญ่รอคอยชมในเวลาเดียวกันได้ ซึ่งคนจีนก็คงชอบความรู้สึกแบบนี้มากกว่าสิ่งอื่น

"ชุนหวั่น" ได้สร้างโอกาสให้คนทั่วไปเห็นโฉมหน้าและชมรายการดีๆของดาราทั้งหลาย อย่างเช่น หวางเฟย นักร้องชื่อดังของฮ่องกง ที่ได้รับความนิยมมากจากคนจีนก็เคยร้องเพลงสองครั้งบนเวที "ชุนหวั่น" คือในปี 1998 และ2010 ช่วงปีหลัง ๆมานี้ ชุนหวั่นเริ่มมีการแสดงของต่่างชาติด้วย ทำให้ "ชุนหวั่น" มีความเป็นอินเตอร์มากขึ้น อย่างเช่น ชาวอเมริกันที่ชื่อ "ต้าซัน" ก็เป็นคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงในประเทศจีน เพราะนอกจากพูดภาษาจีนคล่องแล้ว ต้าซันเคยปรากฏกายในรายการของ "ชุนหวั่น" จึงกลายเป็นคนดังในประเทศจีนเพียงแค่ข้ามคืน เราอยากจะเปิดเพลง "ฉวนฉี" หรือ "นิยาย" ที่หวางเฟยร้องใน "ชุนหวั่น"ของเมื่อปี 2010 ไพเราะแค่ไหน ลองฟังดูนะคะ

สื่อต่างประเทศบางสำนักเห็นว่า "ชุนหวั่น" ไม่เฉพาะเป็นรายการบันเทิงเท่านั้น หากกลายเป็นช่องทางพิเศษที่แนะนำวัฒนธรรมจีนให้โลกรู้จักด้วย อย่างสื่อญี่ปุ่นระบุว่า ในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ คือวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี ญี่ปุ่นก็มีงานขาวแดงทำนองเดียวกับ "ชุนหวั่น"ของจีน แต่รูปแบบการแสดงของญี่ปุ่นไม่มีความหลากหลายเท่า "ชุนหวั่น" ของจีน โดยการแสดงของชุนหวั่นในแต่ละปี มีการเต้นระบำ 56 ชนเผ่า การแสดงกายกรรม การแสดงมายากล งิ้ว กังฟู การเล่นจำอวดที่เรียกว่า เซี่ยงเซิง และการแสดงศิลปะ-นาฏศิลป์จีนหลายแขนงจากมลฑลต่างๆ ซึ่งมีผลดีต่อการอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิม

แน่นอน รายการที่แสดงในชุนหวั่นต้องผ่านขั้นตอนการคัดเลือกอย่างเข้มงวด คนธรรมดาหรือ คนรากหญ้าจึงมีโอกาสน้อยมากที่จะได้เปิดตัวในเวที "ชุนหวั่น" ซึ่งเป็นโอกาสที่ทำให้ "แดง" หรือดังในทั่วประเทศภายในไม่กี่นาที แต่ "ชุนหวั่น" ในปี 2011 มีการแสดง 3 รายการมาจากรากหญ้าพันธุ์แท้ เพราะนักแสดงรากหญ้าดังกล่าวมีผลงานยอดเยี่ยมในรายการคัดเลือกดารา หรือรายการ "ฉันอยากจะขึ้นชุนหวั่น" ของ CCTV จึงได้รับเชิญให้ขึ้นเวที "ชุนหวั่น" อย่างเช่น การร้องเพลง "ในฤดูใบไม้ผลิ" จากวง "ซีว์รึหยางกาง" ได้รับความนิยมมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยนักวิเคราะห์ชาวอเมรกันคนหนึ่งให้ความเห็นว่า "วงซีว์รึหยางกางทำให้ชาวอเมริกันรู้แล้วว่า อะไรคือเพลงคาวบอยของจีน" เมื่อเร็ว ๆนี้ มีข่าวเผยว่า คาสิโนของลาสเวกัสในสหรัฐฯจะเชิญวงนี้ไปแสดงที่สหรัฐอเมริกา เดี๋ยวเราจะเปิดเพลงนี้ให้ฟัง ซึ่งเนื้อเพลงมีความว่า "สักวันหนึ่ง ฉันแก่แล้ว อาจจะไม่มีที่พึ่ง โปรดให้ฉันอยู่ในฤดูใบไม้ผลิ สักวันหนึ่ง ฉันอาจจะจากโลกนี้ไป โปรดฝังตัวฉันอยู่ในฤดูใบไม้ผลิ"

วง"ซีว์รึหยางกาง" มีสมาชิกสองคน คนหนึ่งชื่อหวางซี่ว์ วัย 44 ปี มาจากมณฑลเหอหนัน อีกคนหนึ่งเป็นหนุ่มชาวเฮยหลงเจียง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน แม้สองคนมีอายุต่างกันมาก แต่ล้วนมาจากชนบท และเร่รอนมาหลายปี เนื่องจากมุ่งมั่นในการเป็นนักร้อง ผ่านความทุกข์สุขมาด้วยตนเอง จึงทำให้เสียงเพลงของคนรากหญ้าสองคนนี้มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ทำให้ผู้ชมนับล้านซาบซึ้งใจมาก การที่วงนี้โด่งดังก็ย่อมเป็นเรื่องที่เรายินดียิ่ง เพราะพวกเขาได้ทุ่มเทมาก และยังมุ่งมั่นต่อไปไม่ท้อถอย

แน่นอน เมื่อมีคำชม ก็ย่อมต้องมีคำติ ถ้าถามถึงความเห็นที่มีต่อ "ชุนหวั่น" คนจีนมักจะตอบว่า ตอบยากจัง เหมือนกระดูกไก่ในมือ ทิ้งแล้วเสียดาย แต่กัดกินแล้วก็ไม่มีรสชาติอะไร เป็นอันว่ากับข้าวหม้อเดียวไม่สามารถสนองความต้องการของร้อยปากได้ แม้ "ชุนหวั่น" ยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางเสียงติชมก็ตาม แต่คนจีนส่วนใหญ่ยังนิยมรับชมรายการนี้ ไม่ว่าคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จะอยู่เหนือหรือไต้ อยู่จีนหรือต่างประเทศ เป้าหมายหลักหลังรับประทานอาหารเย็นก็คือ ชมรายการถ่ายทอดสดของ "ชุนหวั่น" นั่นเอง จึงไม่แปลกใจที่อัตรการรับชมของรายการนี้จะคงอยู่ในระดับสูงตลอดช่วงเนิ่นนานปีที่ผ่านมา และอาจเพราะว่า การทำสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกันจะสร้างความรู้สึกแก่คนจีนทั่วโลกว่า ในชั่วขณะนั้น เขาอยู่พร้อมหน้ากับคนในครอบครัวแล้ว ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันความสุขต้อนรับบรรยากาศเทศกาลตรุษจีน

นอกจาก "ชุนหวั่น" ของ cctv แล้ว สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นต่าง ๆก็มีรายการฉลองตรุษจีนที่มีเอกลักษณ์ อย่างเช่น สถานีโทรทัศน์ปักกิ่งได้ทำรายการพิเศษฉลองตรุษจีนโดยคัดเลือกรายการยอดฮิตจากเครือยข่ายอินเตอร์เน็ตมานำเสนอ ซึ่งล้วนเป็นรายการที่ได้รับความนิยมจากชาวเน็ต อย่างเช่น เพลง "ถ่านเท่อ" ซึ่งแปลว่า "กังวลใจ" ( Tan Te ) ร้องโดย กุง หลินน่า น้กร้องหญิงชื่อดัง บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีหลายชนิด เช่น เซิง ขลุ่ย ไวโอลินและขิม หรือ ดัลซิเมอร์ ใช้คำร้องของงิ้วจีนเป็นเนื้อ มีจังหวะที่รวดเร็วเป็นพิเศษ และมีเอกลักษณ์ มีข่าวว่า เมื่อเร็วๆ ในการแข่งขันบาสเก็ตบอลลีกของจีน มีหลายทีมเปิดเพลง "ถ่านเท่อ" ในสนามเพื่อรบกวนการชู้ทของทีมเยือน ทำให้ผู้เล่นทีมเยือนกังวลใจมาก เช่น ครั้งทีมเจ้อเจียงแข่งกับทีมเหลียวหนิงในฐานะเป็นทีมเยือน ชู้ท 80 ครั้งแต่เข้าแค่ 30 ครั้งชู้ทลูกโทษ 19 ครั้งเข้าแค่ 9 ครั้ง หลังการแข่งขัน ผู้เล่นทีมเจ้อเจียงพากันบ่นว่า เพลง "ถ่านเท่อ" ทำให้พวกเขารู้สึกกังวลใจมาก ในงานฉลองตรุษจีนของBTV กุง หลินน่าได้นำนักร้องชายหญิงเด็กเล็กกว่า 100 คนร้องเพียงนี้ด้วยกัน สร้างความสนุกสนานไม่น้อยทีเดียว เชิญรับฟังเพลง "ถ่านเท่อ" ซึ่งถือว่าเป็นเพลงที่หาฟังได้ยาก หวังว่า เพลงนี้คงสร้างความสุขมากกว่าความกังวลใจ ขอให้มีแต่ความสุขในรอบปีใหม่ค่ะ

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ตอบคำถามออนไลน์
ทบทวนรายการน่าสนใจ
ภาพยอดฮิต
เว็บไซต์ึเพื่อนซีอาร์ไอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Play Stop
© China Radio International.CRI. All Rights Reserved.
16A Shijingshan Road, Beijing, China. 100040