
คณะผีอิ่งฉุนยี่ต้าเหลียนของมณฑลเหลียวหนิงเป็นแบบอย่างที่ดีในการฟื้นฟูศิลปะผีอิ่ง เล่ากันว่า ในรัชกาลว่านลี่ราชวงศ์หมิงระหว่างปี 1573 ถึงปี 1620 ทหารจากมณฑลส่านซีที่ไปป้องกันชายแดงทางตะวันออกเฉียงเหนือได้นำผีอิ่งมาสู่ตำบลฝู้โจวเมืองต้าเหลียน ถึงรัชกาลเจียชิ่งราชวงศ์ชิงเป็นช่วงที่ผีอิ่งในตำบลฝู้โจวเมืองต้าเหลียนเฟื่องฟูที่สุด ช่วงนั้น ที่มณฑลเหอเป่ยมีลัทธิไป๋เหลียนหรือลัทธิบัวขาวแพร่หลาย ศิลปินผีอิ่งบางคนเคารพนับถือลัทธิบัวขาว แต่รัฐบาลราชวงศ์ชิงเห็นว่า ลัทธิบัวขาวเป็นลัทธิที่ต่อต้านรัฐบาล จึงต้องปราบปราม และเห็นว่าศิลปินผีอิ่งที่เคารพนับถือลัทธิบัวขาวนั้นเป็นพวกโจรที่ถือผีอิ่งเป็นสื่อต่อต้านรัฐบาล จึงประกาศห้ามเชิดผีอิ่งอีก ศิลปินผีอิ่งในมณฑลเหอเป่ยซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ทางตะวันออกจึงพลัดถิ่นไปยังแถวฟู้โจวเมืองต้าเหลียน ผีอิ่งฟู้โจวจึงได้ผสมผสานผีอิ่งจากมณฑลส่านซีและมณฑลเหอเป่ยสองกลุ่มใหญ่เข้าด้วยกัน ถ่ายทอดสืบเนื่องกันมาถึงทุกวันนี้เป็นเวลากว่า 300 ปีแล้ว ตอนที่ผีอิ่งฝู้โจวเฟื่องฟูที่สุดตำบลฝู้โจวมีคณะผีอิ่งถึง 43 คณะ และมีศิลปินผู้มีชื่อเสียงกว่า 20 คน
นายเจียง กว่างผิง หัวหน้าคณะผีอิ่งฉุนยี่ต้าเหลียนแนะนำว่า "เราได้ดำเนินการปฏิรูปใหญ่ 6 ประการต่อฝีอิ่งฝู้โจว โดยใช้พลาสติกแข็งแทนหนัง ขยายกรอบสำหรบเชิดรูปหนังให้ใหญ่ขึ้นเป็นเท่าตัว ใช้พลาสติกเป็นฉากแทนกระดาษ เสริมดนตรีสากล ใช้หลอดไฟแทนตะเกียงเพื่อขจัดเงามืด ใช้เทปอัดเสียงแทนการพากย์ การปฏิรูปดังกล่าวก็เพื่อให้ผีอิ่งติดตาตรึงใจผู้ชมและทันสมัยขึ้น"
นายเก่อ หยุนเฟิง นักแสดงของคณะผีอิ่งฉุนยี่ต้าเหลียนเห็นว่า ถ้าจะให้ศิลปะผีอิ่งดำรงอยู่ได้ท่ามกลางการแข่งขันอย่างสูง ก็ต้องมีการแสดงที่สามารถพิชิตใจของผู้ชมได้ เขากล่าวว่า "รายการของเราส่วนใหญ่เป็นนิทานสุภาษิตที่เหมาะกับนักเรียนชั้นประถมและชั้นมัธยม เช่น ลิงสามตัว และแพะข้ามสะพาน ถ้าจะให้เด็กรักและชอบผีอิ่ง ก็ต้องใช้รูปแบบการแสดงที่ใหม่ขึ้น" ด้วยการแสดงที่แปลกใหม่และสนุกสนาน คณะผีอิ่งฉุนยี่ต้าเหลียนจึงมีแฟนนักเรียนมากขึ้น



















