ท่านผู้ฟังครับ นาย งาปอย งาวัง จิกมิ (Ngapoi Ngawang Jigme) ผู้ที่เป็นประจักษ์พยานเรื่องทางการทิเบตลงนามในข้อตกลงเกี่ยวกับการปลดแอกทิเบตด้วยสันติวิธีกับรัฐบาลกลาง ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 23 ธันวาคมปี 2009 ที่ผ่านมา สิริอายุ 100 ปี นาย งาปอย งาวัง จิกมิ ทุ่มเทกำลังตลอดชั่วชีวิตให้แก่การพัฒนาทิเบต และเป็นประจักษ์พยานในการเปลี่ยนแปลงแบบหน้ามือเป็นหลังมือของเขตปกครองตนเองทิเบต
เมื่อปี 1910 นายงาปอย งาวัง จิกมิ เกิดในครอบครัวผู้ดีของทิเบต เขารับราชการในกองทัพของทางการทิเบตตั้งแต่ยังหนุ่ม วันที่ 1 ตุลาคมปี 1949 สาธารณรัฐประชาชนจีนสถาปนาขึ้น การปลดแอกทิเบตกลายเป็นเรื่องสำคัญในการรวมจีนเข้าเป็นเอกภาพ เมื่อต้นปี 1950 รัฐบาลประชาชนส่วนกลางประกาศนโยบายเกี่ยวกับการปลดแอกทิเบตด้วยสันติวิธี และเรียกร้องให้ทางการทิเบตส่งตัวแทนมาเจรจากับรัฐบาลกลาง
เดือนกุมภาพันธ์ปี 1951 นายงาปอย งาวัง จิกมิ ในฐานะหัวหน้าตัวแทนผู้มีอำนาจเต็มในการเจรจาและตัวแทนผู้มีอำนาจเต็มที่ได้รับแต่งตั้งจากทางการทิเบตอีก 4 คนเดินทางมายังกรุงปักกิ่ง เพื่อเจรจาเรื่องการปลดแอกทิเบตด้วยสันติวิธีกับรัฐบาลกลาง
นายหยางหยูน นักวิจัยของสถาบันทิเบตศึกษาจีนกล่าวว่า เวลานั้น นาย งาปอย งาวัง จิกมิ ได้แสดงบทบาททางบวกในการเจรจา จึงทำให้สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการปลดแอกทิเบตด้วยสันติวิธีได้ เขากล่าวว่า
"เวลานั้น นาย งาปอย งาวัง จิกมิเป็นผู้บริหารระดับสูงสุดของเขตชามโด(chamdo) และเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทางการทิเบตคนแรกที่ได้ติดต่อเจรจาโดยตรงกับทหารปลดแอกประชาชนจีนที่นำโดยพรรคคอมมิวนิสต์ เขาเข้าใจนโยบายด้านชนชาติ และนโยบายด้านศาสนาของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในระดับลุ่มลึก และตระหนักดีว่า ทิเบตกำลังตกต่ำลง และรัฐบาลกลางจะมีบทบาทสำคัญมากต่ออนาคตของทิเบต"
หลังจากคณะผู้แทนของทางการทิเบตที่นำโดยนายงาปอย งาวัง จิกมิ เจรจากับคณะผู้แทนของรัฐบาลกลางหลายครั้ง ทั้งสองฝ่ายได้มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ในประเด็นปัญหาต่าง ๆ จึงสามารถลงนามในข้อตกลงว่าด้วยการปลดแอกทิเบตด้วยสันติวิธีระหว่างรัฐบาลประชาชนส่วนกลางและทางการทิเบตได้ในวันที่ 23 เดือนพฤษภาคม ปี1951 ข้อตกลงฉบับนี้มีมาตรการ 17 ข้อ จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "ข้อตกลง 17 ข้อ" จากนั้น ทิเบตก็ได้รับการปลดแอกอย่างสันติ
แต่การลงนามในข้อตกลงว่าด้วยการปลดแอกทิเบตอย่างสันติมิได้หมายความว่า สภาวะที่ทิเบตยังใช้ระบอบทาสกสิกรเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก ระหว่างปี 1951 –1959 ซึ่งเป็นช่วงที่ทิเบตดำเนินการปฏิรูปเพื่อพัฒนาสู่ความเป็นประชาธิปไตย กลุ่มอนุรักษนิยมของชนชั้นผู้ดีในทิเบตสมคบกับกลุ่มอิทธิพลแบ่งแยกดินแดนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยหมายจะสร้างอุปสรรคแก่การปฏิบัติตามข้อตกลง 17 ข้อ ทางการทิเบตที่นำโดยนายงาปอย งาวัง จิกมิ จึงต่อสู้กับคนกลุ่มนี้อย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ นายหยางหยูน นักวิจัยสถาบันทิเบตศึกษาของจีนกล่าวว่า
"การลงนามในข้อตกลง 17 ข้อมีความสำคัญมาก แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านี้คือ การปฏิบัติตามข้อตกลงนี้อย่างแท้จริง เวลานั้น นาย งาปอย งาวัง จิกมิ ยืนอยู่เคียงข้างกับฝ่ายที่พิทักษ์ความสามัคคีระหว่างทิเบตกับส่วนกลางอย่างเด็ดเดี่ยว ได้รายงานความคิดเห็นของฝ่ายต่าง ๆ ให้รัฐบาลส่วนกลางทราบ อีกทั้งได้ประสานงานระหว่างฝ่ายต่าง ๆทำให้รัฐบาลกลางสามารถดึงกลุ่มผู้ดีในทิเบตมาร่วมก่อตั้งแนวร่วมรักชาติขึ้นได้ในที่สุด"
นายหยางยูนยังกล่าวอีกว่า
"นายงาปอย งาวัง จิกมิ ผ่านเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์มามาก ช่วงหลายสิบปีนับตั้งแต่ทิเบตได้รับการปลดแอกเป็นต้นมา เขาเอาใจใส่การพัฒนาบ้านเกิดของตนมาโดยตลอด เขาพิทักษ์ความเป็นเอกภาพของประเทศชาติและความสามัคคีระหว่างชนชาติต่าง ๆ เขามีจุดยืนที่ถูกต้องในเรื่องสำคัญซึ่งเกี่ยวกับความถูก และออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงบ่อยครั้ง เพื่อแก้ข่าวลือที่มีจุดประสงค์จะแบ่งแยกดินแดน เขาได้ทุ่มเทกำลังตลอดชั่วชีวิตให้แก่การพัฒนาทิเบต ปัจจุบัน สังคมทิเบตมีความมั่นคง ชนชาติต่าง ๆ ในทิเบตมีความสามัคคีกัน และอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ ประชาชนทิเบตมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ
(cai)


















