เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง
  2010-02-18 18:53:05  cri

วันนี้เป็นวันที่สองของตรุษจีน ดิฉันถือโอกาสนี้ขออวยพรให้คุณผู้ฟังและครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญ และสัมฤษทธิ์ผลในสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการในปีขาลค่ะ และหวังว่าเสียงดังโป้งป้างของประทัดนี้จะนำมาซึ่งความร่ำรวย และเงินทองไหลมา ซึ่งภาษาจีนพูดว่า "กงสี่ฟาฉาย" และ "ฉายหยวนกุ๋นกุ๋น"ค่ะ

ช่วงตรุษจีน เวลาไปงานวัด ผู้คนนิยมอัญเชิญรูปเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งกลับบ้าน และจัดพิธีเซ่นไหว้บูชา เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งของจีนมีสองอย่างคือ เทพเจ้าจากศาสนาเต๋า และเทพเจ้าจากความเชื่อของชาวบ้าน

สมัยโบราณ มีนักบวชศาสนาเต๋าผู้หนึ่งชื่อ จ้าวกงหมิง เขาตั้งใจปฏิบัติธรรมจนสำเร็จ สามารถขับไล่ภูติผีปีศาจ และขจัดโรคภัยต่าง ๆ ได้ มีความยุติธรรม อีกทั้งช่วยพ่อค้าแม่ค้าหากำไร ชาวบ้านจึงยกย่องเขาเป็นเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง

เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งองค์นี้มีหน้าตาดุร้าย ใบหน้าสีดำ ตากลมโตเหมือนกำลังโกรธกริ้ว สวมหมวกเหล็ก มือหนึ่งถือเหล็กแหลมยาว ๆ อีกมือหนึ่งชูทองแท่ง "หยวนเป่า" ขี่เสือสีดำสนิท ทั้งสง่าและน่าเกรงขาม

ในจีน เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งยังแบ่งเป็นฝ่ายบู๊และฝ่ายบุ๋น ปัญญาชนที่ให้ความสำคัญในการเรียนหนังสือมักจะเซ่นไหว้บูชาเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งฝ่ายบุ๋น

คือ "ฉายโบ๋ซิงจุน"ที่แต่งตัวเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋น โดยสวมหมวกข้าราชการ ใบหน้าสีขาว ยิ้มแย้มแจ่มใส มีความเมตตากรุณา ไว้ผมยาว มือหนึ่งถือ "หรูยี่" สัญลักษณ์แห่งการสมหวัง อีกมือหนึ่งยกอ่างสมบัติ เท้าเหยียบเงินแท่ง ทุกปี เมื่อถึงเทศกาลตรุษจีน ครอบครัวปัญญาชนมักจะแขวนภาพ"ฉายโบ๋ซิงจุน"ในห้องโถง ขอให้มีโชคลาภและความร่ำรวย

ส่วนทหารหรือผู้ที่ชำนาญวิทยายุทธ์มักจะนับถือเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งฝ่ายบู๊ ก็คือ กวนอูในวรรณกรรมเรื่อง "สามก๊ก" นั่นเอง เป็นที่รู้กันดีว่า กวนอูต่อสู้เก่ง จริง ๆ แล้ว กวนอูยังคำนวนเลขเก่งด้วย มีอยู่ช่วงหนึ่ง กวนอูไปเลี้ยงม้าศึก ซึ่งนอกจากจะนับจำนวนม้าได้ถูกต้องแม่นยำและรวดเร็วแล้ว เขายังคิดทำสมุดบัญชีประจำวันด้วย ประกอบกับกวนอูเป็นคนซื่อสัตย์ และเปี่ยมไปด้วยความยุติธรรม ผู้คนจึงยกย่องเขาเป็นเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง

แม้ว่าปัญญชนกับทหารเลือกหนทางชีวิตที่แตกต่างกัน แต่ต่างก็มีวิธีสร้างความมั่งคั่งขึ้นด้วยตนเอง โดยเซ่นไหว้บูชาเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งที่แตกต่างกัน

นอกจากเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งฝ่ายบู๊และฝ่ายบุ๋นแล้ว ยังมีเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งองค์อื่น ๆ ด้วย หมายถึงเทพเจ้าที่แม้ไม่ได้รับการยอมรับทางศาสนา แต่ได้รับการยกย่องและศรัทธาจากชาวบ้าน ภาพฉลองตรุษจีนนามว่า "หลิวไห่ซี่จินฉาน" หรือเทพบุตรหลิวไห่หยอกล้อคางคกทอง ก็เป็นภาพเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งที่ชาวจีนนิยมกัน เทพบุตรหลิวไห่ มีอุปนิสัยสนุกสนาน ไว้ผมทรงรบ หน้าผากจะมีผมสั้น ๆ ปรกอยู่ กระโดดโลดเต้นด้วยความดีอกดีใจ ส่วนมือกวัดแกว่งพวงเงิน ซึ่งอีกด้านหนึ่งของพวงเงินถูกคางคกทองที่มีสามขาตัวหนึ่งอมไว้ในปาก โดยคางคกในความเชื่อของชาวจีนนั้นเป็นสัตว์มงคลที่สามารถขับไล่โรคภัยได้ ช่วยให้สิ่งของต่าง ๆ พัฒนาเจริญงอกงามขึ้น และคุ้มครองทรัพย์สมบัติของผู้คนทั้งหลาย

หลิวไห่ใช้กลยุทธ์ให้คางคกยอมอยู่ใต้การบังคับบัญชา ซึ่งคางคกทองตัวนี้สามารถพ่นเงินทองออกมาได้ หลิวไห่นำคางคกตัวนี้ไปที่ไหน ก็โปรยเงินทองไปถึงที่นั่น ทำให้ช่วยเหลือคนยากจนมากมาย ผู้คนทั้งหลายจึงเคารพนับถือเทพบุตรหลิวไห่ จนพากันสร้างศาลเจ้าหลิวไห่ขึ้น และเล่านิทานของหลิวไห่ต่อ ๆ กันมาจนถึงทุกวันนี้

เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งอีกองค์หนึ่งนามว่า "เสิ่นว่านซาน" เล่ากันว่า เสิ่นว่านซานมีสมบัติเยอะมาก พอ ๆ กับทรัพย์ศฤงคารของทั้งบ้านเมือง มีนิทานหลายเรื่องเล่าถึงที่มาของสมบัติเสิ่นว่านซานว่า

เสิ่นว่านซานเป็นชาวเมืองซูโจว ซึ่งเป็นเมืองริมฝั่งแม่น้ำทางตะวันออกของจีน แรกเริ่มเดิมที เขาทำมาหากินด้วยการจับปลา มีอยู่วันหนึ่ง เขากำลังล้างจานบนเรือ แต่เผลอทำจานหลุดลงไปในแม่น้ำ เขาพยายามช้อนหาไปมา แต่กลับช้อนได้หินก้อนกลม ๆ ก้อนหนึ่งขึ้นมา คนที่รู้จักบอกว่า หินก้อนนี้เป็นหินอีกา ใครได้มาจะมีทรัพย์สมบัติไหลมาเทมา ดังนั้น เสิ่นว่านซานจึงมั่งคั่งขึ้นเพียงข้ามคืน

อีกเรื่องหนึ่งเล่าว่า คืนหนึ่งในฤดูร้อน เสิ่นว่านซานกำลังรับลมนอนบนเรือประมง พอดีเห็นดาวกลุ่มหมีใหญ่ตก เขารีบลุกขึ้นไปรับ และรับมาได้ดวงหนึ่ง พอวันรุ่งขึ้น มีชายชราผู้หนึ่งพาคน 7 คนหาบหีบคนละหีบมาที่หน้าบ้านของเสิ่นว่านซาน และให้เขาช่วยดูแลหีบ แล้วก็จากไป เสิ่นว่านซานเปิดดูหีบ และพบว่า ในนั้นเต็มไปด้วยทองคำ

นิทานที่แพร่หลายที่สุดคือ "อ่างสมบัติวิเศษของเสิ่นว่านซาน" เสิ่นว่านซานเป็นคนจับปลาที่ยากจน มีอยู่ปีหนึ่ง เมื่อถึงวันไหว้พระจันทร์ เขากับเมียนั่งดื่มเหล้าอยู่บนเรือ และชมจันทร์ เทวดาเห็นแล้วก็เหาะลงมาจากสวรรค์ เพื่อหวังขโมยดื่มเหล้าของเมียเสิ่นว่านซาน ที่ไหนได้ กลับถูกเมียเสิ่นว่านซานดื่มลงไปในท้อง สิบเดือนผ่านไป เมียเสิ่นว่านซานคลอดก้อนเลือดกลม ๆ ก้อนหนึ่งออกมา เมื่อผ่าดูพบว่า ข้างในมีหยกสีขาวชิ้นหนึ่ง คนรู้จักคนหนึ่งบอกว่า นี่เป็นสิ่งของของเทวดา ซึ่งสามารถช้อนสมบัติจากน้ำได้ เสิ่นว่านซานดีใจมาก จึงรีบลองทำดู แต่กลับได้อ่างสีดำอันหนึ่งขึ้นมา แต่พอเมียของเสิ่นว่านซานใช้อ่างนี้บรรจุข้าว พอเทข้าวลงไปกำหนึ่ง กลับมีข้าวกองขึ้นมาจนเต็มอ่าง และอ่างวิเศษที่สามารถเก็บรวมสมบัตินี้เรียกว่า "จวี้เบ่าเผิน" มักจะพบเห็นในภาพฉลองตรุษจีนเกี่ยวกับเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง

เมื่อมีเงินแล้ว ย่อมมีคนริษยาตาร้อน เพราะเมื่อจูหยวนจางปฐมจักรพรรดิของราชวงศ์หมิงทราบว่า เสิ่นว่านซานมีสมบัติจำนวนมหาศาลทัดเทียมบ้านเมืองและมีอ่างสมบัติวิเศษ เลยรู้สึกว่าเสิ่นว่านซานเป็นคนที่มีอันตราย จึงสั่งให้เขาออกเงินสร้างเมืองทางเขตตะวันออกเฉียงใต้ของราชธานี เสิ่นว่านซานเป็นคนซื่อตรง จึงทำตามและสามารถสร้างเมืองขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และเร็วจนยังไม่ทันที่จักรพรรดิจูหยวนจางสร้างเมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของราชธานีเสร็จด้วยซ้ำ ซึ่งทำให้จักรพรรดิไม่พอใจ

เมื่อสร้างเมืองเสร็จแล้ว เสิ่นว่านซานยังอุตส่าห์ให้เงินรางวัลแก่นายทหารและพลทหารที่ร่วมการก่อสร้างด้วย ซึ่งทำให้จักรพรรดิจูหยวนจางยิ่งรู้สึกไม่พอใจ เห็นว่าเสิ่นว่านซานอวดรวย จึงแกล้งถามว่า "ข้าพเจ้ามีทหารนับล้านนาย ท่านมีเงินพอให้ทุกคนหรือ" เสิ่นว่านซานตอบว่า "ผมจะให้เงินคนละตำลึง" แม้ว่าจักรพรรดิจูหยวนจางไม่พอใจ แต่ก็มอบเหรียญทองแดงเหรียญหนึ่งแก่เสิ่นว่านซานเป็นรางวัล เมื่อเสิ่นว่านซานออกจากวังมาไม่นาน ก็พบขอทานคนหนึ่ง และพอดีว่าวันนั้นเขาไม่ได้พกเงินมาด้วย ก็เลยโยนเหรียญทองแดงนั้นให้ไป เมื่อจักรพรรดิจูหยวนจางทราบเรื่องนี้ ทรงกริ้วอย่างมาก จึงสั่งคนไปยึดทรัพย์สมบัติของเสิ่นว่านซานจนหมด และเนรเทศเสิ่นว่านซานไปอยู่ชายแดน ตลอดจนทำลายบ้านเสิ่นว่านซานจนราบเป็นหน้ากลอง

เพื่อนึกถึงความเมตตากรุณาของเสิ่นว่านซาน ชาวบ้านจึงยกย่องเขาเป็นเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง

เล่ากันว่า วันที่ 5 เดือนอ้ายเป็นวันคล้ายวันเกิดของเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง ดังนั้น หลังวันที่ 1 เดือนอ้าย กิจกรรมเฉลิมฉลองที่สำคัญก็คือจัดขึ้นเพื่อรับขวัญเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง ปกติ ครอบครัวจะจัดโต๊ะเซ่นไหว้บูชาและเตรียมอาหารต่าง ๆ ตั้งแต่คืนวันที่ 4 เดือนอ้าย เมื่อผ่านเทียงคืน ก็จะรีบจุดประทัดทันที แล้วตีฆ้องตีกลอง เพื่ออันเชิญเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งเข้าบ้านก่อน และค่อยอวยพรวันเกิดให้

ในท้องที่บางแห่งทางภาคเหนือ มีการเผารูปเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งในเช้ามืดวันที่ 2 เดือนอ้าย โดยจุดธูปเทียน ตั้งเครื่องบูชา จัดวางของเซ่นไหว้ซึ่งรวมไก่ตัวผู้ หัวหมูและปลาตะเพียนเป็น ๆ สมาชิกครอบครัวทุกคนจากผู้ใหญ่ถึงเด็กเล็กต้องคำนับรูปเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง 3 ครั้ง แล้วจุดประทัดดังสนั่นหวั่นไหว

ส่วนของเซ่นไหว้ของทางภาคใต้จะพิถีพิถันมากโดยจัดเป็น 3 โต๊ะ โต๊ะแรกจะจัดวางผลไม้ ส้มที่มีความหมายว่าธุรกิจเจริญรุ่งเรือง เป็นผลไม้ที่ขาดไม่ได้ โต๊ะที่ 2 จัดวางขนม ซึ่งต้องมีขนมที่ทำด้วยข้าวเหนียวที่เรียกว่า "เหนียนกาว"โดยมีความหมายว่า ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นทุกปี โต๊ะที่ 3 เป็นโต๊ะหลัก จัดวางหัวหมู ไก่ เป็ด และปลา ซึ่งมีความหมายว่า เงินทองไหลมาเทมาและการค้าเจริญรุ่งเรือง

จีนมีประเพณีการมอบส่งเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง โดยมีคนจนหรือขอทาน4-5 คนรวมกันเป็นกลุ่ม สวมใส่หน้ากาก ปลอมตัวเป็นเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งไปเฮฮากันหน้าบ้านต่าง ๆ และตะโกนว่า "ขอส่งมอบเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง" เจ้าของบ้านจะรีบออกมาแจกเหรียญเงินให้ทีละคน ๆ และพูดอย่างเกรงใจว่า "ขอประทานโทษ เชิญเข้ามา" ไม่เช่นนั้น ผู้ส่งจะโวยวายกันอยู่หน้าบ้านตลอดโดยอ้างว่าส่งไม่ถึง และไปต่อไม่ได้ โดยเชื่อว่าบ้านไหนรับเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งมากเท่าไรยิ่งเป็นสิริมงคลมากเท่านั้น

ละครตลกตามถนนที่คนจนรับบทเป็นเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง และการส่งมอบเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งแบบขอทานนี้ได้แต่งแต้มสีสันพิธีกรรมการต้อนรับเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งและเสริมบรรยากาศคึกคักของตรุษจีนด้วย

ปีหลัง ๆ นี้ ละครตลกดังกล่าวไม่ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป เพราะมีคนแปลกหน้าฉวยโอกาสนำสติกเกอร์รูปเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งไปปิดตามประตูบ้าน แล้วก็แบมือขอทาน นับเป็นวิวัฒนการของการส่งมอบเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง

หลายปีมานี้ เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งทางอินเตอร์เน็ต และอิเล็กทรอนิคส์เป็นที่นิยมกันมาก เนื่องจากร้านค้าทางอินเตอร์เน็ตไม่มีประตู และไม่มีที่ติดรูปของเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง เลยมีการสร้างเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งทางอินเตอร์เน็ตขึ้น

ทุกวันนี้ เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งติดตามคนจีนไปต่างประเทศด้วย แต่เนื่องจากกิจกรรมอันเชิญเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งในต่างประเทศทำได้ค่อนข้างยาก และไม่สะดวก การไปเซ่นไหว้บูชาเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งทางอินเตอร์เน็ตจึงเป็นทางเลือกที่ดี

ส่วนเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งแบบอิเล็กทรอนิคส์ก็คือใช้แสงสีเสียงมาพัฒนาเครื่องบูชารูปเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง โดยใช้ธูปเทียนและโคมไฟไฟฟ้ามาตกแต่งแทนธูปเทียนและโคมไฟดั้งเดิม ประกอบการเปิดเสียงคำอวยพรขอให้มั่งคั่งร่ำรวยขึ้นโดยอัตโนมัติ

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ตอบคำถามออนไลน์
ทบทวนรายการน่าสนใจ
ภาพยอดฮิต
เว็บไซต์ึเพื่อนซีอาร์ไอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Play Stop
© China Radio International.CRI. All Rights Reserved.
16A Shijingshan Road, Beijing, China. 100040