
วันนี้ เรื่องราวของคู่รักสูงวัยเป็นเรื่องของคู่หนึ่งคือ คุณปู่อิ่น ซีเจ้า(尹锡照)อายุ 84 ปี กับคุณย่าหลู สิ้วเจิน(卢秀珍)อายุ 75 ปี ชาวเมืองหนันหนิง(南宁)เขตปกครองตนเองชนเผ่าจ้วงกวางสี(广西)ที่แต่งงานกว่า 50 ปี
คุณย่าเล่าให้ฟังว่า สองคนร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมากว่า 50 ปี ไม่เห็นมีอะไรเป็นโรแมนติคเลย แต่ชีวิตคู่เป็นไปแบบขาดใครไมได้ เพราะว่าทั้งคู่รักกันและใช้ชีวิตร่วมกันตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นหนุ่มเป็นสาวสมัยที่ยังอยู่ในอำเภอยงหนิง(邕宁)คุณตาเล่าย้อนถึงเรื่องราวความรักระหว่างสองคนให้ฟังด้วยความภูมิใจว่า ได้พบหน้านางสาวหลู สิ้วเจิน ครั้งแรกก็รู้สึกชอบ แต่ไม่เห็นผู้หญิงจะสนใจตอบรับเลย จึงใช้วิธีสอนหลู สิ้วเจินหัดถีบจักรยาน สมัยนั้น พาหนะที่ใช้ในการเดินทางที่สำคัญที่สุดก็คือ รถจักรยาน หนุ่มอิ่น ซีเจ้าฉลาดมาก เข้าใจใช้วิธีจีบสาว เขาสอนวิธีการถีบจักรยานอย่างละเอียด ทั้งสาธิตให้ดู และประคองอย่างใกล้ชิดและวิ่งตามจักรยานตลอดเพื่อไม่ให้นางสาวหลู สิ้วเจินหกล้มแม้สักครั้ง
ความจริงจังและความซื่อสัตย์ของหนุ่มอิ่น ซีเจ้า ทำให้สาวเจ้าหลู สิ้วเจินประทับใจและมีความเข้าใจกันมากขึ้น เมื่อหลู สิ้วเจินถีบจักรยานเป็นและถีบเก่งขึ้นเรื่อยๆ ความรักก็เบ่งบานขึ้นในใจ โดยเฉพาะขณะที่นั่งซ้อนท้ายคุยกันไปตลอดทางไปอำเภอเมือง ทั้งสองคนคุยกันกระหนุงกระหนิงบนจักรยานคันเดียว โรแมนติคไม่น้อยทีเดียว แม้ว่า สมัยนั้น เศรษฐกิจจีนยังไม่พัฒนา ชีวิตประชาชนยังยากลำบาก แต่หนุ่มสาวที่รักใคร่กันก็ไม่เห็นขาดแคลนความโรแมนติคเลย แม้ไม่มีรถหรูหราไปรับส่ง แต่จักรยานคันเดียวก็รู้สึกใกล้ชิดอบอุ่นดี และมีความสุขมาก นับว่า สองคนเป็นรักแรกและรักเดียวทั้งคู่
คุณย่าหลู สิ้วเจินเล่าให้ฟังว่า จริงๆแล้ว ชีวิตคู่หลังจากแต่งงานจะแยกกันอยู่จะมากกว่าอยู่ด้วยกัน เพราะว่าสามีทำงานในกรมการเกษตรของอำเภอ ต้องลงพื้นที่เป็นประจำ เวลาอยู่ด้วยกันในแต่ละปีไม่ถึงสามเดือน สองคนจะคิดถึงกันมาก โดยเฉพาะหลู สิ้วเจิน ที่เป็นแม่ ต้องทำงานและเลี้ยงดูลูกที่บ้าน ไม่สามารถไปเยี่ยมสามีตามพื้นที่ต่างๆ ที่ถูกส่งไปทำงานได้ มีแต่รอคอยสามีกลับบ้าน แต่คุณย่าหลูไว้ใจสามีมาก เธอเล่าว่า สามีเป็นคนซื่อสัตย์และมีความรับผิดชอบ เงินเดือนทั้งหมดจะมอบให้ภรรยา ทุกครั้งที่กลับบ้าน จะเอาใจใส่ภรรยามาก พยายามช่วยทำนี่ทำโน่น เช่น ช่วยซื้อข้าวและถ่านหินไว้เป็นเชื้อเพลิงในการหุงต้มและให้ความอุ่นในหน้าหนาว ช่วยซ่อมจักรยาน ช่วยดูแลลูก เพื่อทำหน้าที่ของสามีและพ่อที่ดี
คนจีนชอบพูดสำนวนว่า 小别胜新婚 หมายความว่า อยู่ห่างกันช่วงสั้นเพื่อพบกันอีก จะยิ่งรักกันมากกว่าเพิ่งแต่งงาน เพราะฉะนั้น ชีวิตของคุณย่าส่วนใหญ่ผ่านไปด้วยความคิดถึง แต่คิดถึงในใจ ไม่เคยบอกกับสามี ผู้หญิงจีนในสมัยก่อน มักจะเขินอาย แม้ว่าเป็นสามีของตัวเองก็ไม่กล้าพูดคำแบบนี้เลย
แต่เมื่อไม่นานมานี้ คุณปู่อิ่น ซีเจ้า ผ่าตัดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ต้องนอนโรงพยาบาล คุณย่าเอาใจใส่และดูแลอย่างเต็มที่ นอกจากเฝ้าดูแลอยู่หลายวัน ยังทำอาหารอร่อยๆ ไปส่งถึงโรงพยาบาลวันละสามมื้อ กลับมาถึงบ้าน คุณย่ายังเป็นห่วง ต้องโทรศัพท์ไปคุยกับคุณปู่อีกหลายครั้ง คงเป็นการคลายปมแห่งความคิดถึงที่ซ่อนอยู่ในใจตั้งแต่อดีตหลายสิบปี คุณย่าบอกว่าในอดีตคิดถึงสามีมาก แต่ไม่กล้าพูดออกมา ยิ่งในสมัยก่อน ไม่มีโทรศัพท์ที่บ้านหรือโทรศัพท์มือถือ การติดต่อสื่อสารไม่สะดวก ต้องเก็บความคิดถึงไว้ในใจ ไม่เคยพูดกับสามีเลย แต่ตั้งแต่คุณปู่เข้าโรงพยาบาล คุณย่าเป็นห่วงมาก ทั้งๆ ที่ไปส่งอาหารให้คุณปู่ทานที่โรงพยาบาลด้วยตัวเองถึงวันละสามครั้ง ก็ยังคิดถึงคุณปู่อยู่เสมอ
มีอยู่วันหนึ่ง หลานสาวอายุ 20 ปีของคุณย่าได้ยินคุณย่าพูดโทรศัพท์กับคุณปู่ว่า "คิดถึงคุณ" (我想你了!) หลานสาวเกือบไม่เชื่อหูตัวเองที่ได้ยินคุณย่าพูดเหมือนหนุ่มสาวที่รักใคร่กัน คุณย่าเก็บความคิดถึงอยู่ในใจหลายสิบปีแล้ว แต่ไม่เคยพูดออกมา จนเมื่ออายุ 75 ปีแล้วกลับกล้าพูด ขณะที่ผู้สื่อข่าวถามเรื่องนี้ คุณย่าหน้าแดงเขินอายเหมือนเด็กผู้หญิงเลย คุณปู่ให้สัมภาษณ์ด้วยภาคภูมิใจว่า โชคดีที่ได้ภรรยาที่รู้ใจ เพราะเราก็คิดถึงเธอ เพียงแต่ว่าไม่ได้พูดออกมา ชีวิตคู่หลังเกษียณของคนทั้งสองเต็มไปด้วยความสุข สองคนไปไหนมาไหนด้วยกัน เป็นเพื่อนกันเสมอและไม่ยอมจากกันอีกเลย
ความคิดถึงสำหรับคนรักที่อยู่ห่างไกลกัน ช่างทรมานและกัดกร่อนหัวใจมากเลย ทำให้คิดถึงเพลงๆ หนึ่งของเติ้ง ลี่จวิน (邓丽君)ชื่อเพลง คิดถึงเธอแทบขาดใจ(想你想断肠)ไพเราะและเศร้าซึ้งมากเลย โดยเฉพาะเสียงของเติ้ง ลี่จวิน ที่ออดอ้อน หวานซึ้ง สะท้อนอารมณ์ของหญิงที่คิดถึงคนรักใจแทบขาดได้เป็นอย่างดี
เมื่อครั้งที่แล้ว คุณนภา อตะมะกูลศรี แฟนพันธุ์แท้ของซีอาร์ไอ ได้ขอเพลงเธอกับฉัน (你侬我侬)ซึ่งทางซีอาร์ไอรู้สึกดีใจมากและก็ได้ส่งอีเมล์ไปให้แล้ว และวันนี้ก็เช่นกัน หากคุณผู้ฟังอยากได้เนื้อเพลงของวันนี้ ก็สามารถอีเมล์เข้ามาหาเราได้ที่ tai@cri.com.cn


















