
ย่านการค้าหวังฝูจิ่งกรุงปักกิ่ง 北京王府井商业街
ถนนหวังฝูจิ่ง เป็นถนนคนเดิน ตั้งอยู่ในย่านการค้าหวังฝูจิ่ง ซึ่งเป็นย่านการค้าหลัก 1 ใน 4 แห่งของกรุงปักกิ่ง (หวังฝูจิ่ง, ซีตัน, หลิวหลีฉ่าง และต้าจ้าหลาน) โดยถนนหวังฝูจิ่งนั้นตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของพระราชวังต้องห้ามและจตุจัสเทียนอันเหมิน มีความยาวทั้งหมด 180 เมตร
ถนนเส้นนี้มีต้นกำเนิดในสมัยราชวงศ์หยวน (ค.ศ. 1279-1368) ซึ่งก็คือกว่า 700 ปีมาแล้ว และได้รับการตั้งชื่อในสมัยราชวงศ์หมิง เมื่อ 500 ปีที่ผ่านมา ว่า "หวังฝูจิ่ง " ซึ่งแปลว่า "บ่อน้ำของตำหนักท่านอ๋อง"
ตำนานของหวังฝูจิ่ง คือ ในสมัยนั้น จักรพรรดิเกรงว่าพี่น้องของพระองค์จะก่อการกบฏ จึงได้สร้างตำหนักให้พี่น้องทั้ง 10 ของพระองค์อยู่รวมกัน เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุม ณ ตำหนักนี้ มีบ่อน้ำอยู่บ่อหนึ่งตั้งอยู่ในศาลาหกมุมที่งดงาม นอกจากจะมีน้ำมากแล้วยังมีรสชาติที่หอมหวานอีกด้วย จนกระทั่งในปีหนึ่ง เกิดภัยแล้งขึ้นทั่วบริเวณกรุงปักกิ่ง ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกันเป็นอย่างมาก บ่อน้ำเกือบทุกบ่อในกรุงปักกิ่งต่างก็แห้งไปหมด ยกเว้นบ่อน้ำในตำหนักของท่านอ๋อง ท่านอ๋องผู้เป็นเจ้าของตำหนักในเวลานั้นเป็นคนใจร้าย จึงสั่งยามเฝ้าประตูห้ามมิให้คนแปลกหน้าเข้ามาเอาน้ำ แต่ยามผู้นี้มีจิตใจดี แอบให้ชาวบ้านเข้ามาตักน้ำในขณะที่ท่านอ๋องกำลังนอนหลับอยู่ ต่อมา ท่านอ๋องได้ทราบความจริง จึงได้ตำหนิยามเก่าแก่ผู้ซื่อสัตย์ผู้นี้ ยามตอบว่า "เป็นความจริงที่ข้าพเจ้าได้ให้น้ำในบ่อของเราไป แต่ที่ข้าพเจ้าทำไปก็เพื่อท่านอ๋อง ท่านลองคิดดูว่า เรายังต้องการแรงงานคนมาขนย้ายเสบียงของท่าน ถ้าชาวบ้านเสียชีวิตจากความกระหายไปหมด แล้วใครจะมาทำงานให้กับท่านเล่า" ท่านอ๋องได้ยินดังนั้นแล้วก็คิดได้ และอนุญาตให้ผู้คนทั้งหลายมาเอาน้ำจากบ่อนี้ได้ จากนั้นเป็นต้นมา จำนวนผู้คนที่มาตักน้ำจากบ่อนี้ก็มากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ชื่อเสียงของหวังฝูจิ่งขจรขจาย และกลายมาเป็นชื่อเรียกของพื้นที่แถบนี้ไปโดยปริยาย

อาหารนานาชาติในย่านการค้าหวังฝูจิ่งกรุงปักกิ่ง
ปัจจุบัน ถนนหวังฝูจิ่งได้รับการพัฒนาให้เป็นถนนการค้า แต่ยังคงรูปแบบของบรรยากาศทางวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมเอาไว้ โดยทั้งสองข้างทางจะเป็นตึกเก่าอายุเป็นร้อยๆ ปี และมีร้านค้าทันสมัยอยู่ท่ามกลางตึกเหล่านั้น แนนขอแนะนำให้ไปเดินเที่ยวในตอนกลางคืนค่ะ เพราะตึกต่างๆ จะเปิดไฟ สีสันสวยงามมาก
ถนนหวังฝูจิ่งเป็นศูนย์รวมของร้านค้าแบรนด์เนมและแฟชั่นสมัยใหม่ มีแผงขายอาหารกินเล่น ภัตตาคาร ร้านกาแฟ บาร์เบียร์สไตล์ตะวันตก จึงเป็นแหล่งนัดพบของวัยรุ่นและแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติ นอกจากนี้ยังมีร้านขายของเล่นโบราณ รวมถึงร้านขายอุปกรณ์การเขียนพู่กันจีน ร้านขายเสื้อผ้า ร้านขายหนังสือ ร้านขายหมวกโบราณ ร้านขายชา ร้านขายตะเกียบ ซึ่งแต่ละร้านก็มีประวัติความเป็นมากว่าร้อยปี เรียกว่า สืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์กันเลยทีเดียว
เมื่อเดินไปถึงประมาณกลางถนน เพื่อนๆ จะพบกับตรอกข้างถนนที่สามารถเลี้ยวเข้าไปได้ ภายในนี้เป็นแหล่งขายของฝากเรียงติดกันเป็นแนวยาว เน้นพวกของโบราณ เช่น สมุดพกประธานเหมา ชุดชา ตะเกียบ ภาพเขียนพู่กันจีน รูปปั้นทหารจิ๋นซี สินค้าในซอยนี้นักท่องเที่ยวจะชอบกันมากค่ะ เพราะราคาไม่แพงมาก และมีให้เลือกมากมายหลายประเภทจริง ๆ
เมื่อเดินไปจนสุดถนน เราก็จะพบกับถนนอาหารนานาชาติ ซึ่งจะเปิดเฉพาะตอนกลางคืน ถนนเส้นนี้เป็นที่รวมสารพัดของแปลก อย่างเช่น ปลาดาวตัวโตๆ เอามาทอดให้เหลืองกรอบ ม้าน้ำ หอยเม่น ตะขาบ แมลงป่อง เนื้อแพะเสียบไม้ย่างเหมือนบาร์บีคิว ซึ่งอาหารเหล่านี้ ชาวจีนเชื่อว่ากินแล้วบำรุงร่างกาย นอกจากนี้ยังมีผลไม้อย่างเช่นกีวี่ สตรอเบอร์รี่ลูกโตๆ เอามาเสียบไม้แล้วเคลือบด้วยน้ำตาลใส อร่อยมากค่ะ ที่แนนเคยกินอีกอย่างหนึ่งก็คือ ซาลาเปาหลอดดูด ที่เรียกอย่างนี้ก็เพราะว่าพ่อค้าเค้าโฆษณาว่าซาลาเปาของเค้าไส้ฉ่ำมาก มีน้ำเยอะจนต้องแจกหลอดมาให้ดูดกันเลยทีเดียว ราคาลูกละ 8 หยวนค่ะ
เวลาเดินซื้อของบนถนนสายนี้ เพื่อน ๆ จะเห็นป้ายลดราคาเต็มไปหมด เขียนว่า 8 บ้าง 5 บ้าง 2 บ้าง คนไทยเราต้องระวังหน่อยนะคะ เพราะป้ายลดราคาของจีนมีวิธีเขียนไม่เหมือนกับไทย เช่นถ้าป้ายบอกว่า "ลดราคา 9" คนไทยคงจะเดาว่า หมายถึงลดราคา 90% ขายในราคา 10% แต่ไม่ถูกค่ะ เพราะในความหมายของจีนจะหมายถึงลดไป 10% และขายในราคา 90%
หลังจากกลับมาจากการเดินเที่ยวที่ถนนหวังฝูจิ่ง ในวันหนึ่ง แนนได้คุยกับเพื่อนคนปักกิ่ง เพื่อนคนนี้บอกแนนว่า ที่ถนนหวังฝูจิ่งแทบจะหาคนปักกิ่งไม่ได้เลย มีแต่คนต่างมณฑลและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ชอบมาเดิน เพื่อน ๆ ที่คิดจะไปเที่ยวกันก็ต้องระมัดระวังข้าวของด้วยนะคะ เพราะอาจจะมีการฉกชิงวิ่งราว หรือล้วงกระเป๋า ซึ่งก็เป็นเรื่องที่พบได้มากไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศใดก็ตาม
(แนน)


















